• หน้าแรก
  • งานวิจัย
    • กรุงเทพมหานคร
    • ภาคเหนือ
    • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
    • ภาคกลาง
    • ภาคใต้
  • กลุ่มงานวิจัยที่น่าสนใจ
    • กลุ่มงานวิจัยทั่วไป
    • กลุ่มงานวิจัยผ้า
    • กลุ่มงานวิจัยวัฒนธรรมวัฒนธรรมชนชาติไท และมรดกร่วมแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • วิจัยวัฒนธรรมแห่งชาติ
  • วารสารวิจัยทางวัฒนธรรม
  • พัฒนาองค์ความรู้มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม
Print

การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร

ผู้วิจัย
ประสิทธิ์ สันติกาญจน์
ปี
พ.ศ. ๒๕๔๒
กลุ่มงาน
กลุ่มงานวิจัยกรุงเทพมหานคร | งานวิจัย
ภาค
กรุงเทพมหานคร
จังหวัด
กรุงเทพมหานคร
รหัส
กท ๐๑๓
จำนวน
๑๙๕ หน้า
PDF
(1225 Hits)
บทคัดย่อ

                   งานวิจัย การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญอยู่ 3 ประการ คือ 

                       1. เพื่อค้นหารูปแบบการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร

      2. เพื่อวิเคราะห์ว่า รูปแบบการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครมีลักษณะที่สะสมพอกพูนเป็นมิติเดียวบ้างหรือไม่ หรือมีลักษณะเป็นหลากหลายมิติ

      3. เพื่อทดสอบว่า ตัวแบบเชิงสาเหตุและผลที่นำมาใช้ในการศึกษาครั้งนี้มีอำนาจในการอธิบายพฤติกรรมการมีส่วนร่วมทางการเมืองได้มากน้อยเพียงใด โดยพิจารณาว่าตัวแปรต่าง ๆ ในกรอบแนวความคิดนั้นจะมีอิทธิพลต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครหรือไม่อย่างไร และมากน้อยเพียงใด

การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาพฤติกรรมการมีส่วนร่วมทางการเมืองในระดับชาติโดยเฉพาะ ซึ่งเก็บและรวบรวมข้อมูลจากเขตเมืองชั้นใน เขตเมืองชั้นกลาง และเขตเมืองชั้นนอกของกรุงเทพมหานครได้แก่ พื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 10 (เขตห้วยขวาง เขตวัฒนา) พื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 9 (เขตคลองเตย) และพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 35 (เขตบางขุนเทียน เขตบางบอน) ตามลำดับ รวมทั้งบุคคลที่เป็นสมาชิกองค์กรต่าง ๆ ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ  (สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ  การประปานครหลวง องค์การโทรศัพท์   โรงงานยาสูบ  องค์การสื่อสารมวลชน  การบินไทย  การท่าเรือ  ธนาคารกรุงไทย  และกลุ่มกิจกรรมคลองเตย  อาสาสมัครป้องภัยฝ่ายพลเรือน  กลุ่มสร้างสรรค์พัฒนาชุมชนล็อคต่าง ๆ  สมาพันธ์ชุนชนแออัดคลองเตย)  ซึ่งมีกลุ่มตัวอย่างรวมจำนวนทั้งสิ้น 773 ราย   โดยเก็บข้อมูลจากหัวหน้าครัวเรือนผู้ซึ่งมีรายได้ที่แน่นอนจาก  การประกอบอาชีพแล้ว พร้อมทั้งเป็นผู้ที่มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 6 มกราคม 2544 ที่ผ่านมา  ส่วนวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลนั้นใช้ทั้งการให้ตอบแบบสอบถาม และการสัมภาษณ์ควบคู่กัน

ผลจากการวิจัยนี้พบว่า เมื่อทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลกับการมีส่วนร่วมทางการเมืองนั้นปรากฏว่า เพศ สถานภาพสมรส อายุ ระยะเวลาที่อาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร มีความสัมพันธ์กับการมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนตัวแปรภูมิลำเนาเดิมจำนวนบุคคลที่อาศัยอยู่ในครัวเรือน  ไม่ปรากฏว่ามีความสัมพันธ์กับการมีส่วนร่วมทางการเมือง นอกจากนี้หากตัวแปรคู่ใดที่มีความสัมพันธ์กันแล้ว ยังพิจารณาต่อไปอีกว่า ขนาดและทิศทางของความสัมพันธ์นั้นมีลักษณะที่เป็นไปในทางบวกหรือลบ  รวมทั้งตัวแปรที่เป็นปัจจัยพื้นฐานส่วนบุคคลเหล่านั้นสามารถทำนายหรือประมาณค่าของตัวแปรการมีส่วนร่วมทางการเมืองได้มากน้อยเพียงใด  นอกจากนี้แล้วยังพบว่า รูปแบบพฤติกรรมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร เป็นไปตามแบบกัตต์แมนที่มีลักษณะสะสม และเป็นมิติเดียว

                 สำหรับตัวแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุและผล ที่ได้นำมาเป็นหลักในการวิจัยประกอบไปด้วย

ตัวแปร 6 ตัวแปร ดังนี้

                    1.สถานภาพทางเศรษฐกิจและสังคม

                    2.ความผูกพันกับองค์กร

                    3.ความรู้สึกในหน้าที่ความเป็นพลเมือง

                    4.ความรู้สึกในความไว้วางใจทางการเมือง

                    5.ความรู้สึกในความสามารถทางการเมือง

                    6.การมีส่วนร่วมทางการเมือง

                 ผลที่ออกมาชี้ให้เห็นว่าความผูกพันกับองค์กรมีผลกระทบในทางตรง   และเป็นผลกระทบในเชิงบวกต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองสูงสุด   ส่วนความรู้สึกในหน้าที่ความเป็นพลเมือง  ความรู้สึกในความไว้วางใจทางการเมือง ความรู้สึกในความสามารถทางการเมือง และสถานภาพทางเศรษฐกิจและสังคม ต่างก็มีผลกระทบต่อการมีส่วนร่วมทางการเมือง รองลงมาเป็นลำดับ สำหรับสถานภาพทางเศรษฐกิจและสังคม   มีผลกระทบในเชิงลบ

                 ส่วนผลกระทบในทางอ้อมที่มีต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองนั้นปรากฏว่า ความรู้สึกในหน้าที่ความเป็นพลเมืองมีผลกระทบสูงสุด ส่วนความผูกพันกับองค์กร สถานภาพทางเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งความรู้สึกในความไว้วางใจทางการเมือง ล้วนแล้วแต่มีผลกระทบในทางอ้อม และเป็นผลกระทบในเชิงบวกทั้งสิ้น ยกเว้นแต่ความรู้สึกในความสามารถทางการเมือง ที่ไม่ได้มีผลกระทบในทางอ้อมต่อ   การมีส่วนร่วมทางการเมือง  ซึ่งโดยสรุปแล้วตัวแบบความสัมพันธ์ในเชิงสาเหตุและผลที่ประกอบไปด้วย      ตัวแปรสาเหตุทั้งสิ้น 5 ตัวแปรนั้น มีความสามารถที่จะอธิบายความแปรผันของการมีส่วนร่วมทางการเมือง   ได้เป็นจำนวนร้อยละ 22

  • Voting
    • 1
    • 2
    • 3
    • 4
    • 5
    (4 votes)
  • Hits
    8110 views

มี 103 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์