128
ต่
อรถไฟมาสถานี
ชุ
มทางรถไฟทุ่
งสง และต่
อโดยสารรถไฟมาอํ
าเภอนาบอน 2.โดยสารเรื
อจากเกาะปี
นั
งลงที่
ท่
าเรื
อกั
นตั
ง จั
งหวั
ดตรั
ง จากนั้
นโดยสารรถไฟไปสถานี
ชุ
มทางรถไฟทุ่
งสงและเข้
าสู่
อํ
าเภอนาบอน
ความตื่
นตั
วของชาวจี
นฮกจิ
วในการเข้
าทํ
าสวนยางพาราในประเทศไทยได้
ส่
งผลอย่
างสํ
าคั
ญให้
ชุ
มชน
ชาวจี
นฮกจิ
วนาบอนขยายตั
วไปสู่
พื้
นที่
ใกล้
เคี
ยงอย่
างตํ
าบลจั
นดี
อํ
าเภอฉวาง จั
งหวั
ดนครศรี
ธรรมราช ให้
กลายเป็
นชุ
มชนใหญ่
ของชาวจี
นฮกจิ
วในภาคใต้
ของประเทศไทยอี
กแห่
งหนึ่
ง
การเติ
บโตของชุ
มชนอย่
างต่
อเนื่
องได้
ก่
อให้
เกิ
ดความเปลี่
ยนแปลงหลายประการต่
อชุ
มชนชาวจี
นฮก
จิ
วนาบอน โดยเฉพาะภายหลั
งการสวนยางพาราเริ่
มเก็
บเกี่
ยวผลผลิ
ตหรื
อ “กรี
ด” ได้
ชาวจี
นฮกจิ
วนาบอนเริ่
ม
มี
ชี
วิ
ตมั่
นคงมากขึ้
น มี
ความเปลี่
ยนแปลงในชุ
มชนดั
งเช่
น
1. การแต่
งงานข้
ามชุ
มชน “พ่
อชั
ก-แม่
ชั
ก” (พ่
อสื่
อ-แม่
สื่
อ) นํ
าพาผู้
ชายชาวจี
นฮกจิ
วนาบอนกั
บผู้
หญิ
ง
จากชุ
มชนอื่
นมาแต่
งงานกั
นเกิ
ดเป็
นเครื
อข่
ายทางสั
งคมใหม่
ระหว่
างชาวจี
นฮกจิ
วกั
บชาวจี
นกลุ่
มอื่
นๆในชุ
มชน
ชาวจี
นอื่
นๆ ในพื้
นที่
ใกล้
เคี
ยง
2. “สมาคมจุ
งซั
นนาบอน” เป็
นสื่
อกลางการประสานสั
มพั
นธ์
ในชุ
มชน ในบทบาทผู้
ไกล่
เกลี่
ยข้
อพิ
พาท
ของสมาชิ
กชุ
มชน บทบาทตั
วกลางติ
ดต่
อระหว่
างทางราชการกั
บชาวจี
นฮกจิ
วในชุ
มชน
3. การตั้
งโรงเรี
ยนประจํ
าชุ
มชน ผลจากความมั่
นคงของชุ
มชนเพิ่
มมากขึ้
นกอรปกั
บจํ
านวนสมาชิ
กเพิ่
ม
มากขึ้
น ทํ
าให้
ชาวจี
นฮกจิ
วนาบอนได้
ริ
เริ่
มให้
มี
การจั
ดการศึ
กษาโดยการตั้
งโรงเรี
ยนเพื่
อให้
บุ
ตรหลานของคนใน
ชุ
มชนได้
ศึ
กษาเล่
าเรี
ยน และพั
ฒนาต่
อเนื่
องมาเป็
นโรงเรี
ยนสหมิ
ตรบํ
ารุ
งในปั
จจุ
บั
น
ความเปลี่
ยนแปลงสํ
าคั
ญประการหนึ่
งที่
เกิ
ดขั้
นกั
บชาวจี
นฮกจิ
วนาบอนและอาจนั
บได้
ว่
าพร้
อมๆ กั
น
กั
บชาวจี
นกลุ่
มอื่
นๆ ทั่
วไปประเทศ คื
อ การเปลี่
ยนแปลงของสถานะความเป็
นพลเมื
อง (ไทย) ภายหลั
งการ
เปลี่
ยนแปลงการปกครองไทย พ.ศ.2475 ทํ
าให้
ชาวจี
นได้
ถู
กเปลี่
ยนสถานภาพจากผู้
พึ่
งพระบรมโพธิ
สมภาร,
แรงงานชั้
นดี
,พ่
อค้
าช่
องว่
างทางเศรษฐกิ
จในสั
งคมไทย กลายเป็
นเหมื
อนกั
บพลเมื
องชั้
นสองรองจากพลเมื
องเชื้
อ
ชาติ
ไทย ที่
ต้
องได้
รั
บการดู
แลจากรั
ฐตามประกาศคณะราษฎรในวั
นที่
24 มิ
ถุ
นายน พ.ศ.2475 ทางเศรษฐกิ
จ
ประสงค์
ให้
“คนไทยอยู่
ดี
กิ
นดี
” และมองว่
าชาวจี
นเป็
นกลุ่
มคนเกาะเกี่
ยวเป็
นปมปั
ญหาการพั
ฒนาความอยู่
ดี
กิ
น
ดี
ของคนไทย จึ
งทํ
าให้
มี
นโยบายและระเบี
ยบใหม่
ของรั
ฐที่
กํ
าหนดฐานะคนต่
างด้
าว ที่
มี
ข้
อกํ
าหนดต่
างๆนานา
ควบคุ
มการดํ
ารงชี
พและสิ
ทธิ์
ในการถื
อครองทรั
พย์
สิ
น
นโยบายรั
ฐไทยใหม่
เช่
นนี้
ได้
ส่
งผลกระทบต่
อการดํ
ารงชี
พของชาวจี
นฮกจิ
วเช่
นกั
น โดยเฉพาะในเรื่
อง
ของการถื
อครองกรรมสิ
ทธิ์
ในที่
ดิ
นและการต้
องดํ
าเนิ
นการทํ
าเรื่
องกิ
จธุ
ระราชการเกี่
ยวข้
องกั
บความเป็
นคนต่
าง
ด้
าว จนกระทั่
งรั
ฐบาลจอมพล ป. พิ
บู
ลสงคราม เลื
อกดํ
าเนิ
นนโยบายชาติ
นิ
ยมทั้
งทางการเมื
อง เศรษฐกิ
จ และ
สั
งคมของประเทศ ทํ
าให้
ชาวจี
นฮกจิ
วจํ
านวนหนึ่
งต้
องถู
กเวนคื
นที่
ดิ
นได้
ลงมื
อทํ
าการเพาะปลู
กยางพาราไปแล้
ว
เพื่
อนํ
าไปตั้
งเป็
นองค์
การสวนยางของรั
ฐบาล เพื่
ออํ
านวยรายได้
ให้
กั
บรั
ฐและการส่
งเสริ
มการทํ
าสวนยางพารา
ให้
คนไทยเพิ่
มขึ้
น
เหตุ
การณ์
ดั
งกล่
าวได้
ดํ
าเนิ
นไปในช่
วงเวลาเดี
ยวกั
นกั
บสงครามโลกครั้
งที่
2 ชาวจี
นฮกจิ
วต้
องประสบ
กั
บผลกระทบของสงครามเช่
นกั
นจากสภาวะเศรษฐกิ
จตกต่ํ
าขายยางพาราไม่
ได้
แต่
พวกเขายั
งสามารถเอาตั
ว