Page 42 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

32
การเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม อาจเป
นไปอย
างช
าๆ หรื
อเป
นไปอย
างรวดเร็
วก็
ได
ทั้
งนี้
ขึ้
นกั
บป
จจั
ยที่
เป
นแรงเสริ
มหรื
อแรงต
านการเปลี่
ยนแปลง
ประการที่
สาม
การเปลี่
ยนแปลงทาง
สั
งคม และวั
ฒนธรรม เปรี
ยบเสมื
อนภาพถ
ายปรากฏการณ
ทางสั
งคมในระยะหนึ่
ง ซึ่
งปรากฏการณ
เช
นนั้
นจะไม
ปรากฏในลั
กษณะรู
ปแบบเดิ
มอี
ประการที่
สี
พฤติ
กรรมของแต
ละบุ
คคล ย
อม
ก
อให
เกิ
ดการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรมได
โดยเฉพาะอย
างยิ่
งบุ
คคลที่
มี
ชื่
อเสี
ยงเป
นที่
ยอมรั
บของสั
งคมจะมี
อิ
ทธิ
พลต
อการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมมากขึ้
ประการที่
ห
พฤติ
กรรมฝ
สั
งคม หรื
อพฤติ
กรรมที่
เบี่
ยงเบนไปจากบรรทั
ดฐานของสั
งคม ย
อมก
อให
เกิ
ดการเปลี่
ยนแปลงทาง
สั
งคมและวั
ฒนธรรมตามมา เพราะสั
งคมย
อมจะต
องมี
การปรั
บตั
วอย
างใดอย
างหนึ่
ง เช
น การไม
ยอมรั
บการปกครองแบบเผด็
จการของผู
คนในระยะใด ก็
จะทํ
าให
สั
งคมต
องปรั
บรู
ปแบบการปกครอง
ประการที่
หก
การเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคม และวั
ฒนธรรมเป
นสิ่
งที่
หลี
กเลี่
ยงไม
ได
สั
งคมจะต
องมี
ป
จจุ
บั
นเสมอ
ประการที
เจ็
การเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคม และวั
ฒนธรรม อาจเกิ
ดขึ้
นจากการกระทํ
าต
กั
นทางสั
งคม และคนเรามี
ปฏิ
กิ
ริ
ยาโต
ตอบกั
ประการที่
แปด
การเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคม
และวั
ฒนธรรมย
อมมี
ทิ
ศทางและมี
เป
าหมาย อย
างน
อยที่
สุ
ดก็
เปลี่
ยนจากของเก
าไปเป
นของใหม
จะทราบทิ
ศทางการเปลี่
ยนแปลงได
ถ
าสามารถทราบเป
าหมายและอุ
ดมการณ
ของสั
งคม
ส
วนป
จจั
ยที่
มี
ผลต
อการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรมนั้
นอาจจะกล
าวได
กว
างๆ
อยู
2 ป
จจั
ยคื
ป
จจั
ยแรกเป
นป
จจั
ยภายนอก
เป
นป
จจั
ยที่
เกิ
ดขึ้
นภายนอกชุ
มชน ซึ่
งได
มี
ผลต
อการ
เปลี่
ยนแปลงทางสั
งคม และวั
ฒนธรรม เช
น การสาธารณู
ปโภค เมื่
อรั
ฐบาลได
ดํ
าเนิ
นการพั
ฒนา
โดยการเร
งสร
างถนน ไฟฟ
า โรงเรี
ยน ทํ
าให
ชุ
มชนชนบทได
รั
บการพั
ฒนาที่
ดี
ขึ้
น การแพร
กระจาย
ทางวั
ฒนธรรมเป
นอี
กป
จจั
ยหนึ่
งที่
มี
ความสํ
าคั
ญต
อการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคม และวั
ฒนธรรม
ทั้
งนี้
เพราะการแพร
กระจายทางวั
ฒนธรรมจากสั
งคมเมื
องไปสู
สั
งคมชนบทเป
นเรื่
องที่
เกิ
ดขึ้
นและ
ต
อเนื่
องอยู
ตลอดเวลา ความสั
มพั
นธ
ระหว
างสั
งคมชนบทและสั
งคมเมื
องมี
อยู
มากมาย มี
การพึ่
งพา
อาศั
ยกั
นในด
านเศรษฐกิ
จและสั
งคม
ส
วนป
จจั
ยที่
สองเป
นป
จจั
ยภายใน
เป
นป
จจั
ยที่
เกิ
ดขึ้
นหรื
อมี
อยู
ในชุ
มชน ซึ่
งส
งผลให
มี
การเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรมได
ป
จจั
ยต
างๆ เหล
านี้
ได
แก
ป
จจั
ยทางนิ
เวศวิ
ทยา เช
น สิ่
งแวดล
อม ที่
ตั้
งของหมู
บ
าน ที่
ดิ
น และอื่
นๆ เป
นต
น ถ
าหากชุ
มชนตั้
งอยู
ในสภาพนิ
เวศวิ
ทยาที่
ดี
ก็
อาจจะพั
ฒนาชุ
มชนของตนให
ดี
ขึ้
น ซึ่
งทํ
าให
มี
การเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคม
และวั
ฒนธรรม ป
จจั
ยทางด
านบุ
คลิ
กภาพของป
จเจกบุ
คคล หรื
อสมาชิ
กแต
ละคนก็
มี
ส
วนที่
จะช
วย
ให
เกิ
ดการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม ทั้
งนี้
เพราะหากบุ
คคลได
รั
บการศึ
กษาสู
มี
ประสบการณ
ต
างๆ ได
ออกไปท
องเที่
ยวก็
อาจทํ
าให
เกิ
ดการยอมรั
บสิ่
งใหม
ๆ ได
ง
ายกว
าบุ
คคลอื่
ตลอดจนความเป
นผู
นํ
าของชุ
มชนที่
มี
ความรู
ความสามารถก็
มี
ส
วนในการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคม