277
2.16.
การผลิ
ตสั
ตว
น้ํ
าจื
ด/บก ที่
บริ
โภคมี
อะไรบ
าง ทํ
าอย
างไร ( เช
นหมู
ไก
เป
ด วั
ว ควาย) มี
ขั้
นตอนการผลิ
ต
อย
างไร ทํ
าเพื่
ออะไร
2.17.
การทํ
าประมงพื้
นบ
าน มี
การผลิ
ตและบริ
โภคทํ
าอย
างไร /นิ
ยมเอาวั
ตถุ
ดิ
บจากทะเลมาประกอบอาหารทาน
เองที่
บ
าน
2.18.
การผลิ
ตที่
เป
นสิ
นค
าออกหลั
งเปลี่
ยนแปลงการปกครอง 2475 มี
อะไรบ
าง เช
น การผลิ
ตข
าวเพื่
อเป
นสิ
นค
ามี
หรื
อไม
อย
างไร มี
การตั้
งโรงสี
ข
าวหรื
อไม
ใครเป
นผู
ริ
เริ่
มสมั
ยนั้
น (ส
วนใหญ
แล
วคนจี
นเป
นผู
ค
าข
าวและ
เจ
าของโรงสี
ใช
หรื
อไม
ส
วนชาวยุ
โรปที่
เข
ามาเป
นผู
ส
งออกจริ
งหรื
อไม
อย
างไร) หรื
อการผลิ
ตดี
บุ
ก ไม
สั
ก และ
ยางพารา มี
หรื
อไม
ในพื้
นที่
และทํ
าอย
างไร
2.19.
สิ
นค
าที่
ผลิ
ตจากชาติ
ตะวั
นตกที่
เข
ามามี
อะไรบ
าง เช
น อาวุ
ธป
น กระสุ
นป
น สิ
นค
าฟุ
มเฟ
อย
2.20.
การผลิ
ตสาธารณู
ปโภคหลั
งเปลี่
ยนแปลงการปกครอง 2475 มี
อะไรบ
าง (เช
น ถนน ไฟฟ
า น้ํ
าประปา
โทรศั
พท
ฯลฯ) ผลิ
ตเองหรื
อรั
บมาอย
างไร ใครเป
นผู
ริ
เริ่
มหรื
อนํ
าเข
ามา
2.21.
การผลิ
ตที่
เป
นการสร
างที่
อยู
อาศั
ยแบบตะวั
นตก มี
หรื
อไม
อย
างไร เช
น นิ
ยมมี
บ
านพั
กตากอากาศ
2.22.
การบริ
โภคของป
า มี
อะไรบ
าง ได
มาอย
างไร
2.23.
การบริ
โภคอาหารที่
ผลิ
ตขึ้
นเองมี
อะไรบ
าง
2.24.
การบริ
โภคน้ํ
า มี
อะไรบ
าง ได
มาอย
างไร และนํ
าไปใช
อย
างไร
2.25.
การบริ
โภคเครื่
องนุ
งห
ม/เครื่
องแต
งกาย ทํ
าอย
างไร หาซื้
อในท
องถิ่
นที่
ไหนบ
าง นิ
ยมเสื้
อผ
าที่
ทํ
าจากผ
าแพร
และผ
าฝ
ายหรื
อไม
อย
างไร และเริ่
มแต
งกายให
เป
นแบบสากลนิ
ยมตอนไหน อย
างไร
2.26.
การบริ
โภคหมากพลู
มี
หรื
อไม
อย
างไร
2.27.
การบริ
โภคดื่
มชา กาแฟ นม ขนมป
ง เป
นอาหารเช
าแทนข
าว ใช
ช
อนส
อม นั่
งโต
ะเก
าอี้
2.28.
การบริ
โภคการปรุ
งอาหารมี
อะไรบ
าง
2.29.
การบริ
โภค/การทํ
าขนมหวานรั
บจากชาติ
อะไรบ
าง
2.30.
การบริ
โภคกี
ฬาแบบตะวั
นตก
2.31.
การบริ
โภคเดิ
นทางไปศึ
กษาที่
ต
างประเทศ
2.32.
การบริ
โภคเครื่
องแต
งกายแบบตะวั
นตก
3. นวั
ตกรรมการผลิ
ตและการบริ
โภค (ป
จจุ
บั
นหลั
ง แผนเศรษฐกิ
จฯ 4 ป
2520-2554)
ในสมั
ยจอมพลสฤษดิ์
ธนะรั
ชต
ได
ตั้
งองค
การส
งเสริ
มการท
องเที
่
ยวแห
งประเทศไทย (อ.ส.ท.) ป
จจุ
บั
นคื
อ การ
ท
องเที่
ยวแห
งประเทศไทย องค
กรนี้
ได
เข
าไปส
งเสริ
ม ฟ
นฟู
และสร
างขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
ท
องถิ่
นในที่
ต
าง ๆ เพื่
อ
ดึ
งดู
ดนั
กท
องเที่
ยวคนไทยนิ
ยมไปเรี
ยนต
อต
างประเทศทํ
าให
วั
ฒนธรรมตะวั
นตกแพร
ขยายเข
ามาในสั
งคมไทยมากขึ้
นชาว
ต
างประเทศ เป
นกลุ
มคนที
่
เข
ามาที
หลั
งภายหลั
งจากที่
มี
การส
งเสริ
มการท
องเที่
ยวพื้
นที่
เศรษฐกิ
จในเขตตํ
าบล ตลิ่
งงาม บ
อ
ผุ
ด และแม
น้ํ
า ได
แก
ชาวเยอรมั
น อั
งกฤษ กลุ
มสแกนดิ
เนเวี
ย สวิ
สเซอร
แลนด
สวี
เดน ฝรั่
งเศส แคนนาดา และรั
สเซี
ย
3.1.
การผลิ
ตแบบสั
งคมเกษตรกรรมมี
อะไรบ
างที่
ทํ
าอยู
เช
น ทํ
านา ปลู
กมะพร
าว ผลไม
ผั
ก เลี้
ยงสั
ตว
ฯลฯ
3.2.
การผลิ
ตอาหารที่
รั
บจากชาติ
ตะวั
นตกมี
อะไรบ
าง เป
นอย
างไร
3.3.
การผลิ
ตเครื่
องนุ
งห
ม/การแต
งกายที่
รั
บจากชาติ
ตะวั
นตกมี
อะไรบ
าง เป
นอย
างไร
3.4.
การผลิ
ตยารั
กษาโรคที่
รั
บจากชาติ
ตะวั
นตกมี
อะไรบ
าง เป
นอย
างไร
3.5.
การผลิ
ตเครื่
องใช
ไม
สอยในครั
วเรื
อนและการเกษตรที่
รั
บจากชาติ
ตะวั
นตกมี
อะไรบ
าง เป
นอย
างไร