Page 151 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

141
การเรี
ยนรู
เหล
านี้
ยั
งคงตกผลึ
กอยู
ในตั
วตนของชาวเกาะสมุ
ยและเกาะพะงั
น แต
ด
วยความ
เจริ
ญก
าวหน
าทางด
านเศรษฐกิ
จ รั
ฐบาลจึ
งได
มุ
งสนั
บสนุ
นนโยบายการท
องเที่
ยวเพื่
อรองรั
บชาติ
ตะวั
นตกที่
เข
ามาลงทุ
นและท
องเที่
ยว สภาพแวดล
อมแบบสั
งคมเกษตรกรรมเปลี่
ยนแปลงไปสู
สั
งคมอุ
ตสาหกรรม การเรี
ยนรู
แบบดั้
งเดิ
มจึ
งมี
การเปลี่
ยนแปลงไปตามวิ
ถี
ชี
วิ
ตที่
ได
รั
บอิ
ทธิ
พลจาก
ชาติ
ตะวั
นตก ภายหลั
งเมื่
อรั
ฐบาลได
สนั
บสนุ
นให
มี
นโยบายพั
ฒนาธุ
รกิ
จท
องเที่
ยว ความ
เจริ
ญก
าวหน
าทางสั
งคมที่
มี
ความหลากหลายทางเทคโนโลยี
เข
ามามี
บทบาทต
อวั
ฒนธรรมการ
เรี
ยนรู
ของผู
คนในเกาะสมุ
ยและเกาะพะงั
น วั
ฒนธรรมการเรี
ยนรู
แบบดั
งเดิ
มจึ
งก็
ปรั
บเปลี่
ยนตาม
ความเจริ
ญก
าวหน
าของสั
งคมและเทคโนโลยี
เกิ
ดเป
นวั
ฒนธรรมต
างชาติ
ที่
สํ
าคั
ญ ได
แก
การศึ
กษา
ภาษา การใช
เทคโนโลยี
ในการประกอบอาชี
พ และการประกอบอาชี
พแบบใหม
2.วั
ฒนธรรมการทํ
างาน
การทํ
างานของชาวเกาะสมุ
ยและเกาะพะงั
นช
วงก
อนแผนพั
ฒนาเศรษฐกิ
จและสั
งคม
แห
งชาติ
ฉบั
บที่
4 มี
ป
จจั
ยทางภู
มิ
ศาสตร
เป
นตั
วกํ
าหนดลั
กษณะวั
ฒนธรรมการทํ
างาน เนื่
องจากมี
พื้
นที่
เป
นหมู
เกาะ ทะเลล
อมรอบ ลมมรสุ
มพั
ดผ
านตลอดทั้
งป
มี
ปริ
มาณฝนตกชุ
ก อาชี
พดั้
งเดิ
มของ
ผู
คนทั้
งสองเกาะนี้
จึ
งเกี่
ยวข
องกั
บการทํ
าเกษตรแทบทั้
งสิ้
น ได
แก
การทํ
านา สวนผลไม
เลี้
ยงสั
ตว
และทํ
าการประมง งานเกษตรจํ
าเป
นต
องใช
แรงงานจํ
านวนมากในการเพาะปลู
กและการเก็
บเกี่
ยว
วั
ฒนธรรมการทํ
างานแบบดั้
งเดิ
มของผู
คนจึ
งเป
นการทํ
างานแบบกลุ
มมากกว
าการทํ
างานคนเดี
ยว
ได
แก
การทํ
างานแบบซอแรง การหยิ
บยื
ม การให
เปล
า และการทํ
ากลุ
ม (จํ
าเนี
ยร เจริ
ญสุ
ข,
สั
มภาษณ
เมื่
อวั
นที่
16 พฤษภาคม 2554)
การซอแรง เป
นการทํ
างานที่
ต
องการความรวดเร็
วในการทํ
างาน ใช
ในกรณี
ที่
ผลผลิ
จํ
านวนมาก เห็
นชั
ดมากในกรณี
การทํ
านา พื้
นที่
เกาะสมุ
ยเคยมี
นาถึ
ง 6,500 ไร
อยู
ในตํ
าบลลิ
ปะ
น
อย ตลิ่
งงาม หน
าเมื
อง มะเร็
ต บ
อผุ
ด และแม
น้ํ
า ส
วนเกาะพะงั
นมี
นา 100 ไร
เน
นการทํ
าข
าวไร
การทํ
านาทั้
งสองอํ
าเภอนี้
ต
องอาศั
ยน้ํ
าฝน จึ
งมี
การทํ
ากั
นเฉพาะฤดู
ฝนเท
านั้
น ชนิ
ดของนาที่
ทํ
มี
ทั้
งนาดํ
าและนาดอน ขึ้
นอยู
กั
บสภาพพื้
นที่
นาดํ
านิ
ยมทํ
าในที่
ลุ
ม ที่
มี
น้ํ
าเพี
ยงพอ ส
วนนาดอน
ขั้
นตอนการทํ
านาไม
ได
แตกต
างกั
บการทํ
านาทั่
วไป ชาวนาส
วนใหญ
นิ
ยมใช
คั
นไถเที
ยม ส
วนการทํ
นาดอนเป
นการทํ
านาที่
ราบสู
ง ตี
นเขา หรื
อบนเขา เมล็
ดข
าวที่
ใช
ปลู
กต
องเป
นพั
นธุ
ที่
ทนต
อการขาด
น้ํ
าและการแห
งแล
งเป
นอย
างดี
การปลู
กนิ
ยมใช
ไม
แหลมๆ ป
กลงในดิ
นให
เป
นหลุ
ม แล
วนํ
าเมล็
ข
าวหยอดลงในหลุ
ม เรี
ยกวิ
ธี
การนี้
ว
าการ “สั
ก” การซอแรงในการทํ
านา ทํ
าได
หลายกรณี
เช
การซอแรงเกี่
ยวข
าว การดํ
านา และการสั
กนา เป
นต
น ที่
นิ
ยมกั
นแพร
หลายคื
อการซอแรงในการ
เกี่
ยวข
าวเนื่
องจากจะต
องใช
ความรวดเร็
วในการเก็
บผลผลิ
ต การซอแรงจะมี
การบอกปากต
อปาก