Page 120 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

110
ไปไหนไกล ๆ ส
วนขั
นหมากที่
เจ
าบ
าวนํ
ามาแต
งงาน 3 ขั
น เอาตั้
งไว
ในห
องหอ ให
เจ
าบ
าวเจ
าสาวหรื
อคู
สมรสใหม
นํ
าขั
นหมากดั
งกล
าวมาเป
ด คื
นละ 1 ขั
นจนครบ 3 วั
น 3 คื
น จึ
งออกจากบ
านได
การตาย
เมื่
อมี
การตายเกิ
ดขึ้
น ส
วนใหญ
ชาวบ
านจะจั
ดงานทํ
าบุ
ญที่
บ
านเอง บางราย
จั
ดทํ
าที่
วั
ดแต
ส
วนน
อยที่
จะไปทํ
าที่
วั
ด กรณี
ที่
จะทํ
าบุ
ญที่
วั
ด เช
น สถานที่
ที่
บ
านผู
ตายไม
สะดวก
หรื
อผู
ตายเป
นคนเฒ
าคนแก
มาก ๆ ที่
มี
ลู
กหลานมาเป
น เจ
าภาพมากมายและต
องการความอิ
สระ
เจ
าภาพส
วนใหญ
จะเป
นสามี
ภรรยา ลู
ก ๆ หลาน ๆ การบอกงานของเจ
าภาพไม
ต
องพิ
มพ
บั
ตร
เจ
าของบ
านไม
ต
องเชิ
ญ แต
เพื่
อนบ
านจะมากั
นเอง โดยมี
การบอกต
อ ๆกั
นไป การปฏิ
บั
ติ
ต
อผู
ตาย
จะเริ่
มโดยการอาบน้ํ
าศพ รดน้ํ
าที่
มื
อผู
ตายด
วยน้ํ
าที่
ใส
กลี
บดอกไม
ชนิ
ดต
าง ๆ และล
างหน
าศพด
วย
น้ํ
ามะพร
าว เพราะเชื่
อว
าเป
นน้ํ
าบริ
สุ
ทธิ์
แต
งตั
วด
วยเสื้
อผ
าที
ผู
ตายชอบหรื
อผ
าใหม
และมี
การเอา
เหรี
ยญใส
ปากป
ดตาศพ จั
บศพประนมมื
อถื
อดอกไม
ธู
ปเที
ยน บรรจุ
ศพใส
โลง โลงศพจะต
องวางไว
ด
านซ
ายมื
อของพระสงฆ
อี
กทั้
งให
ศี
รษะผู
ตายอยู
ทางทิ
ศตะวั
นตก มี
เครื่
องประกอบหน
าโลง คื
โต
ะหมู
บู
ชาใช
สํ
าหรั
บวางดอกไม
ธู
ปเที
ยน ตะเกี
ยงที่
ติ
ดไฟ รู
ปถ
ายของผู
ตาย พุ
มดอกไม
สํ
าหรั
บการ
ตกแต
งโลงศพ มี
สายสิ
ญจน
เครื่
องอาหารคาวหวานเซ
นไหว
ผู
ตาย แต
ละคื
นจะต
องนิ
มนต
พระมา
สวดพระอภิ
ธรรมคื
นละ1-2 เตี
ยง โดยใช
พระ 4 หรื
อ 8 รู
ปมาสวดหรื
อควบคู
กั
บการแสดงเทศนา 1
กั
ณฑ
การตั้
งศพนิ
ยมไว
เป
นเลขคี่
คื
อ 3, 5, 7 หรื
อ 9 คื
น แล
วแต
ฐานะ ในวั
นเผาศพนิ
มนต
พระมา
เป
นผู
นํ
าทางและนิ
ยมเผาศพในวั
นอาทิ
ตย
วั
นจั
นทร
หรื
อวั
นพฤหั
สบดี
แต
จะไม
เผาวั
นพระวั
นศุ
กร
หรื
อวั
นเกิ
ดของผู
ตาย ก
อนเผานํ
าศพขึ้
นบนศาลาเพื่
อสวดพระอภิ
ธรรม แสดงเทศนาและทอดผ
บั
งสุ
กุ
ล พระจะเป
นผู
วางดอกไม
จั
นทน
อั
นดั
บแรกจึ
งตามด
วยญาติ
ๆ และแขกที่
มาร
วมงานจนหมด
ส
วนเจ
าภาพจะแสดงความขอบคุ
ณกั
บผู
ที่
มาร
วมงาน โดยมอบของที่
ระลึ
กให
กั
บแขกตอนลงมา
จากวางดอกไม
จั
นทน
เรี
ยกว
าเผาลํ
าลอง ส
วนเผาจริ
งเป
นหน
าที่
ของสั
ปเหร
อ เมื่
อเผาเสร็
จแล
วตอน
เช
าตรู
ของวั
นรุ
งขึ้
น จะมี
พิ
ธี
เก็
บกระดู
กโดยนิ
มนต
พระมาทํ
าพิ
ธี
และมี
ญาติ
พี่
น
องมาช
วยกั
นเก็
เสร็
จแล
วใช
น้ํ
ามนต
พรมบนกองกระดู
กและเลื
อกส
วนสํ
าคั
ญไว
บู
ชาอาจจะนํ
าไปใส
โกศที่
บ
าน หรื
นํ
าไปใส
บั
วเก็
บไว
ที่
วั
ด ส
วนที่
เหลื
อนํ
าไปฝ
งดิ
นหรื
อนํ
าไปลอยในแม
น้ํ
าเรี
ยกว
า “ลอยพระอั
งคาร”
รั
บและส
งตายาย
หรื
อเรี
ยกว
า “รั
บเปรต-ส
งเปรต” จุ
ดมุ
งหมายสํ
าคั
ญสํ
าหรั
ประเพณี
นี้
คื
อ ทํ
าบุ
ญอุ
ทิ
ศส
วนกุ
ศลให
แก
ผู
ล
วงลั
บ ไปแล
วและเป
นวั
นแสดงความกตั
ญู
เป
นวั
รวมญาติ
วั
นรั
บตายายตรงกั
บวั
นแรม 1 ค่ํ
า เดื
อนสิ
บ วั
นนี้
เชื่
อกั
นว
าเป
นวั
นที่
เปรตหรื
อคนตกนรก
จะได
ขึ้
นมาจากนรก ชาวบ
านจะจั
ดสํ
ารั
บคาวหวาน ดอกไม
ธู
ปเที
ยนไปถวายที่
วั
ด ส
วนวั
นส
ตายายตรงกั
บวั
นแรม 15 ค่ํ
า เดื
อนสิ
บ ถื
อว
าเป
นวั
นที่
เปรตจะต
องลงสู
นรกตามเดิ
ม คนในท
องถิ่
นนี้
จะมี
การเตรี
ยมเครื่
องคาวหวานไปทํ
าบุ
ญที่
วั
ดอี
กครั้
งเพื่
อให
ตายายหรื
อเปรตนํ
ากลั
บไป คื
อ มี
การ