69
แบบเจาะลึ
กทั
้
งสั
มภาษณ์
เดี่
ยวและสั
มภาษณ์
กลุ
่
ม คํ
าถามที่
ใช้
ในการสั
มภาษณ์
ดํ
าเนิ
นการใน
ลั
กษณะพู
ดคุ
ยเป็
นธรรมชาติ
มากกว่
าการพู
ดคุ
ยอย่
างเป็
นทางการ มี
การเตรี
ยมประเด็
นการ
สั
มภาษณ์
ไว้
ล่
วงหน้
า ก่
อนการสั
มภาษณ์
สร้
างความสนิ
ทสนมและสร้
างความสั
มพั
นธ์
ที่
ดี
ต่
อกั
น
ในลั
กษณะการมี
ส่
วนร่
วม ในการสั
มภาษณ์
คํ
านึ
งถึ
งความยื
ดหยุ ่
น เพื่
อให้
ได้
ข้
อมู
ลเชิ
งลึ
กและใน
กระบวนการสั
มภาษณ์
มี
การแลกเปลี่
ยนข้
อมู
ลซึ
่
งกั
นและกั
น ผู
้
วิ
จั
ยจึ
งต้
องมี
การเลื
อกเฟ้
นผู
้
ให้
สั
มภาษณ์
โดยเฉพาะผู
้
ที่
มี
ความรอบรู
้
เกี่
ยวกั
บการทํ
าสวนยางพาราในระดั
บลึ
ก และผู
้
ที่
สามารถเห็
นความเกี่
ยวโยงของเรื่
องราวต่
าง ๆในชุ
มชนตั
้
งแต่
อดี
ตและปั
จจุ
บั
นอย่
างถี่
ถ้
วน
บุ
คคลที่
สั
มภาษณ์
ได้
แก่
1) ชาวบ้
านผู
้
สู
งอายุ
ที่
เคยทํ
าสวนยางพารา
2) ชาวสวนยางพาราที่
เป็
นเจ้
าสวนยางพาราและกํ
าลั
งทํ
าสวนยางพาราอยู
่
ใน
ปั
จจุ
บั
น
3) แรงงานในสวนยางพารา (รั
บจ้
างกรี
ดยาง ตั
ดหญ้
า ฯลฯ)
4) พ่
อค้
าคนกลางซึ
่
งรั
บซื
้
อยางแผ่
น/นํ
้
ายางสดในหมู
่
บ้
าน
5) เจ้
าของร้
านค้
า ร้
านขายของชํ
าในหมู
่
บ้
าน
6) ผู
้
นํ
าชุ
มชน
7) สมาชิ
กกลุ ่
มกิ
จกรรมต่
าง ๆ ในชุ
มชน
8) เจ้
าหน้
าที่
เกษตรอํ
าเภอ และเจ้
าหน้
าที่
ในองค์
การกองทุ
นสวนยาง
จากกลุ ่
มบุ
คคลทั
้
ง 8 กลุ
่
มที่
กํ
าหนดไว้
เพื่
อการสั
มภาษณ์
ภายหลั
งจากที่
ได้
เลื
อก
เฟ้
นแล้
ว ผู
้
วิ
จั
ยได้
แยกการสั
มภาษณ์
เป็
น 2 กลุ
่
ม คื
อผู
้
ให้
ข่
าวสารสํ
าคั
ญทั
่
วไปและกลุ
่
มตั
วอย่
าง
ในการสั
มภาษณ์
ผู
้
ให้
ข่
าวสารสํ
าคั
ญทั ่
วไป ใช้
แบบสั
มภาษณ์
กึ
่
งโครงสร้
าง เพื่
อศึ
กษาเกี่
ยวกั
บ
วิ
วั
ฒนาการของการทํ
าสวนยางพาราด้
านต่
างๆ เช่
น ระบบนิ
เวศ ระบบการผลิ
ต ระบบตลาดและ
การติ
ดต่
อสั
มพั
นธ์
กั
บภายนอก แหล่
งทุ
นและสิ
นเชื่
อ การถื
อครองทรั
พยากรและ การใช้
แรงงาน
ทางการเกษตร บทบาทของรั
ฐ การจั
ดการทรั
พยากรในชุ
มชน การจั
ดตั
้
งกลุ
่
มชาวสวนยางพารา
กลุ
่
มออมทรั
พย์
และ หรื
อกลุ ่
มอื่
น ๆ และการกํ
าหนดกฎระเบี
ยบภายในชุ
มชน ในการ
สั
มภาษณ์
จะมุ
่
งเน้
นเกี่
ยวกั
บเหตุ
การณ์
ต่
างๆ เหล่
านั
้
นว่
าเริ
่
มต้
นขึ
้
นเมื่
อใด มี
การเปลี่
ยนแปลงไป
จากเดิ
มอย่
างไร มี
ข้
อตกลงระหว่
างคนที่
เกี่
ยวข้
องอย่
างไร และผลที่
เกิ
ดขึ
้
นส่
งผลกระทบต่
อ
ชุ
มชนอย่
างไร ในขั
้
นนี
้
จะดํ
าเนิ
นการสั
มภาษณ์
จนกว่
าข้
อมู
ลที่
ได้
มี
การซํ
้
าซ้
อนหรื
อเหมื
อนกั
น
จึ
งจะเป็
นการเพี
ยงพอ สํ
าหรั
บการสั
มภาษณ์
กลุ
่
มตั
วอย่
าง เป็
นการสั
มภาษณ์
เกษตรกรที่
ผู
้
วิ
จั
ย
ได้
ดํ
าเนิ
นการคั
ดเลื
อกมาจากแต่
ละหมู
่
บ้
าน โดยใช้
การสั
มภาษณ์
แบบมี
โครงสร้
าง เพื่
อศึ
กษา