54
จากตารางจะเห็
นได้
ว่
าราคายางพาราในรอบหนึ
่
งปี
นั
้
นมี
การปรั
บตั
วขึ
้
นลงอยู
่
ตลอด
ช่
วงไตรมาสแรกของปี
ราคาจะทรงตั
ว ช่
วงไตรมาสที่
2 ราคาจะปรั
บสู
งขึ
้
น ช่
วงไตรมาสที่
3
ราคาเริ ่
มลดลง มี
ลั
กษณะเปลี่
ยนแปลงใกล้
เคี
ยงกั
นเช่
นนี
้
ในรอบปี
จะเห็
นได้
ว่
าตั
้
งแต่
ปี
พ.ศ.
2551-2553 ราคายางพารามี
การปรั
บตั
วสู
งขึ
้
นอย่
างต่
อเนื่
องทั
้
งยางแผ่
นดิ
บ ยางแผ่
นรมควั
น และ
นํ
้
ายางสด
ภายใต้
กระบวนการทางตลาดและกลไกทางด้
านราคา ที่
ถู
กคํ
านึ
งถึ
ง
0
ในรู
ป
0
ตั
วเงิ
น อั
น
เป็
นสื่
อสํ
าคั
ญในการแลกเปลี่
ยนของผู
้
คนในชุ
มชนชาวสวนยางพารา ระบบทุ
นนิ
ยมให้
ความสํ
าคั
ญกั
บการแลกเปลี่
ยนเพราะเป้
าหมายการผลิ
ตเป็
นไปเพื่
อให้
ได้
รั
บผลกํ
าไรผ่
านการ
แลกเปลี่
ยนเปลี่
ยนแบบตลาด (พนารั
ช ปรี
ดากรณ์
. 2545 : 17) เมื่
อชาวสวนไม่
สามารถควบคุ
ม
กลไกลด้
านราคาได้
ต้
องอาศั
ยตลาดจากภายนอกชุ
มชน ชาวสวนขาดอํ
านาจทางด้
านเศรษฐกิ
จ
ดั
งนั
้
นชาวสวนยางพาราจึ
งต้
องเผชิ
ญกั
บความเสี
ยเปรี
ยบทางด้
านราคาที่
ชาวสวนไม่
สามารถ
กํ
าหนดเองได้
ในการจํ
าหน่
ายผลผลิ
ตยางพารา พ่
อค้
าคนกลางเป็
นผู
้
ควบคุ
มระบบการซื
้
อขาย
แลกเปลี่
ยนยาง และรั
ฐเป็
นผู
้
กํ
าหนดนโยบายในการพั
ฒนา ซึ
่
งนโยบายของภาครั
ฐมี
ประสิ
ทธิ
ภาพในการช่
วยเหลื
อเกษตรกรไม่
มานั
ก บางครั
้
งย ั
งเป็
นการส่
งเสริ
มให้
นายทุ
นเอา
เปรี
ยบ (บั
ญชา สมบู
รณ์
สุ
ขและคณะ. 2544 :27)
ในปั
จจุ
บั
นนอกจากตลาดในการจํ
าหน่
ายยางแผ่
นแล้
ว การจํ
าหน่
ายไม้
ยางนั
บว่
าเป็
น
การสร้
างรายได้
ที่
สํ
าคั
ญแก่
ชาวสวนยางพาราหลั
งจากเปิ
ดกรี
ดเกิ
น 15 ปี
ไม้
ยางพารากลายเป็
น
วั
ตถุ
ดิ
บทดแทนไม้
ป่
าธรรมชาติ
และเป็
นที่
นิ
ยมของตลาดโลก การส่
งออกไม้
ยางพาราทั
้
งแปรรู
ป
และเฟอร์
นิ
เจอร์
การผลิ
ตไม้
ยางพาราของไทยในปี
พ.ศ. 2550 ไทยส่
งออกไม้
ยางพาราแปรรู
ป
2,229,854 ลู
กบาศก์
เมตร มู
ลค่
า 8902.17 ล้
านบาท ปี
พ.ศ. 2551 ส่
งออก 1,019,285 ลู
กบาศก์
เมตร มู
ลค่
า 8,712.80 ล้
านบาท ตลาดต่
างประเทศมี
ความต้
องการไม้
ยางพาราในปริ
มาณมาก
โดยเฉพาะประเทศจี
น นํ
าเข้
าไม้
ยางพาราจากไทยถึ
งร้
อยละ 80 (รณชั
ย ดาวดวง. 2553 : 19-20)
อย่
างไรเมื่
อมี
การแข่
งขั
นกั
นด้
านการตลาด รั
ฐบาลมี
กฎหมายทางเศรษฐกิ
จที่
เกี่
ยวข้
อง
กั
บยางพารามารองรั
บเกี่
ยวกั
บเรื่
องการซื
้
อขายยางพารา กฎหมายไทยที่
เกี่
ยวข้
องกั
บการตลาด
ยางพารานั
้
นได้
เปิ
ดโอกาสให้
รั
ฐสามารถเข้
าแทรกแซง ในกิ
จการยางได้
อย่
างครบวงจรแต่
ในทางปฏิ
บั
ติ
จริ
ง ๆ รั
ฐเข้
าแทรกแซงเฉพาะการครอบครองยาง การค้
ายางและการส่
งออกยาง
เท่
านั
้
น ซึ
่
งในการดํ
าเนิ
นการตามนโยบายมิ
ได้
ช่
วยเกษตรกรชาวสวนยางได้
โดยตรง มี
การลด
ภาษี
อากร หรื
องดเว้
นค่
าสงเคราะห์
การทํ
าสวนยางเกษตรกรชาวสวนยางก็
มิ
ได้
ประโยชน์
แต่
อย่
างใด ประกอบทั
้
งกฎหมายที่
เกี่
ยวข้
องตลาดยางนั
้
นจะเปิ
ดโอกาสให้
เจ้
าหน้
าที่
ของรั
ฐใช้