30
ระบบเศรษฐกิ
จครอบครั
วและชุ
มชน เป็
นระบบที่
ฝั
งตั
วอยู
่
ในพื
้
นที่
สายญาติ
มิ
ตรสั
งคม
วั
ฒนธรรมและประวั
ติ
ศาสตร์
มี
การช่
วยเหลื
อซึ
่
งกั
นและกั
น มี
ความอาทรต่
อกั
น มี
การ
แลกเปลี่
ยนเพื่
อความพอเพี
ยง เป็
นสั
งคมและวั
ฒนธรรมแบบชุ
มชน ไม่
ใช่
แบบปั
จเจกชนสุ
ดโต่
ง
ไม่
ใช่
การแข่
งขั
นและการเอารั
ดเอาเปรี
ยบ เขตพื
้
นที่
อาจครอบคลุ
มตั
้
งแต่
หมู
่
บ้
านเดี
ยว และขยาย
กว้
างขึ
้
นเป็
นหลาย ๆ ชุ
มชนหมู
่
บ้
าน (ฉั
ตรทิ
พย์
นาถสุ
ภา. 2544 : 17-35)
การดํ
ารงอยู
่
ได้
ของเศรษฐกิ
จชุ
มชนนั
้
นที่
ผ่
านมาเป็
นเพราะการปรั
บตั
วและการต่
อสู
้
ของ
ครอบครั
วและชุ
มชนชาวบ้
านเอง ชาวบ้
านปรั
บตั
วโดยการผั
นการใช้
แรงงานครอบครั
ว จากการ
ผลิ
ตข้
าว สู
่
การปลู
กพื
ชหลายชนิ
ด ไปสู ่
การบริ
การและการค้
า โรงงานขนาดเล็
กในชนบท และ
แม้
จะต้
องส่
งแรงงานส่
วนหนึ
่
งไปขายแรงงานในเมื
องไกล ก็
เพื่
อรั
กษาครอบครั
วและชุ
มชนไว้
กระบวนการพยายามรั
กษาตั
วเองของครอบครั
วและชุ
มชนนี
้
มี
ทั
้
งทํ
าต่
างกั
น และทํ
าเหมื
อนกั
นเป็
น
เครื
อข่
ายช่
วยเหลื
อซึ
่
งกั
นและกั
นในท้
องถิ ่
น สายญาติ
มิ
ตร ระหว่
างหมู
่
บ้
าน ซึ
่
งแสดงถึ
ง
ความสํ
าคั
ญและพลั
งผู
กพั
นของสถาบั
นครอบครั
วและชุ
มชนในเศรษฐกิ
จชาวบ้
านของไทย การรู
้
สํ
านึ
กในความผู
กพั
นและพลั
งของครอบครั
วและชุ
มชนนี
้
ปรากฏเด่
นชั
ดขึ
้
นมาเมื่
อมี
ปั
ญหาหรื
อ
วิ
กฤติ
สมาชิ
กในครอบครั
วต้
องช่
วยกั
นทุ
กวิ
ถี
ทางรั
กษาวั
ฒนธรรมชุ
มชน รั
กษาเศรษฐกิ
จชุ
มชน
เพื่
อต่
อสู
่
กั
บเศรษฐกิ
จระบบทุ
นนิ
ยม
เศรษฐกิ
จชุ
มชนเป็
นวิ
ถี
คิ
ดและวิ
ถี
ปฏิ
บั
ติ
ของคนในชุ
มชนนั
้
น ๆ แกนกลางของเศรษฐกิ
จ
ชุ
มชนคื
อการให้
ความสํ
าคั
ญกั
บคน ความกลมกลื
นของคนในชุ
มชนกั
บวั
ฒนธรรมชุ
มชน โดย
เศรษฐกิ
จชุ
มชนนั
้
นเกี่
ยวข้
องกั
บวั
ฒนธรรมชุ
มชน กล่
าวได้
ว่
า วั
ฒนธรรมของชาวบ้
านมี
ความเป็
น
อิ
สระจากวั
ฒนธรรมชนชั
้
น (บั
วพั
นธ์
พรหมพั
กพิ
ง. 2546 : 1-25) ส่
วนอานั
นท์
กาญจนพั
นธ์
มอง
ว่
า วิ
ถี
การผลิ
ตที่
ไม่
ใช่
ทุ
นนิ
ยม เน้
นการผลิ
ตเพื่
อย ั
งชี
พ ผู
้
คนมี
สภาพทางสั
งคมไม่
แตกต่
างกั
นมาก
นั
ก จะมี
เพี
ยงการแลกเปลี่
ยนของกํ
านั
ลแบบ Barter แต่
ย ั
งไม่
มี
ระบบการตลาดที่
เกิ
ดขึ
้
นอย่
าง
ชั
ดเจน การกระจายมั
กจะตั
้
งอยู
่
บนพื
้
นฐานของ Social Utility คื
อการคํ
านึ
งถึ
งประโยชน์
ต่
อ
สั
งคมในการดํ
ารงอยู
่
ร่
วมกั
นอย่
างสั
นติ
สุ
ข ส่
วนเศรษฐกิ
จระบบทุ
น หลั
กสํ
าคั
ญคื
อเปลี่
ยนปั
จจั
ย
การผลิ
ตทุ
กอย่
าง ไม่
ว่
าที่
ดิ
น แรงงาน และทุ
นเอง ให้
กลายเป็
นสิ
นค้
าทั
้
งสิ
้
น สิ ่
งเหล่
านี
้
อานั
นท์
กาญจพั
นธ์
มองว่
าจะส่
งผล ทํ
าให้
เศรษฐกิ
จชุ
มชนในสั
งคมไทยเสื่
อมสลายลงหากไม่
มี
การเยี
ยวยา
(อานั
นท์
กาญจนพั
นธ์
. 2549 : 18-23)
การพั
ฒนาประเทศที่
ได้
ปรั
บเปลี่
ยนโครงสร้
างจากเกษตรกรรมไปสู
่
อุ
ตสาหกรรม
นั
บว่
ามี
ความสํ
าคั
ญต่
อการผลิ
ตของชุ
มชนชนบทมาก เนื่
องจากการปรั
บเปลี่
ยนโครงสร้
างดั
งกล่
าว
ส่
งผลต่
อการผลิ
ตของชุ
มชนในชนบทที่
ใช้
แนวทางการผลิ
ตแบบพึ
่
งตนเองอาศั
ยปั
จจั
ยการผลิ
ตที่
มี
ในท้
องถิ
่
นเปลี่
ยนไปสู
่
การผลิ
ตเพื่
อการค้
า เพื่
อตอบสนองการพั
ฒนาประเทศภายใต้
อํ
านาจทุ
น