28
2.3 แนวคิ
ดเกี่
ยวกั
บการปรั
บตั
ว
มนุ
ษย์
มี
การปรั
บเปลี่
ยนเรี
ยนรู
้
มาโดยตลอดตามเหตุ
และปั
จจั
ยเพื่
อความเหมาะสมและ
สอดคล้
องกั
บความจริ
งของธรรมชาติ
(เอกวิ
ทย์
ณ ถลาง. 2545 : 94) หากมองในด้
านการ
วิ
วั
ฒนาการ คํ
าว่
า “การปรั
บตั
ว” (Adaptation)
2
ดาร์
วิ
น (Darwin)
กล่
าวว่
าสิ ่
งมี
ชี
วิ
ตที่
สามารถ
ปรั
บตั
วให้
เข้
ากั
บสภาวะแวดล้
อมของโลกที่
เต็
มไปด้
วยภย ั
นตรายได้
เท่
านั
้
น
ที่
จะดํ
ารงชี
วิ
ตอยู
่
ได้
การปรั
บตั
วนั
้
นเป็
นไปตามความต้
องการของร่
างกายจิ
ตใจ กระบวนการปรั
บตั
วนี
้
เกิ
ดขึ
้
นเนื่
องจาก
มนุ
ษย์
ทุ
กคนมี
ความต้
องการในการดํ
าเนิ
นการเพื่
อให้
บรรลุ
ถึ
งความต้
องการนั
้
น ๆ ซึ
่
งมนุ
ษย์
ใช้
ใน
การเผชิ
ญข้
อเรี
ยกร้
องหรื
อแรงผลั
กดั
นภายนอกและภายใน
2
(นิ
ภา นิ
ธยายน. 2530 : 7-9) การ
ปรั
บตั
วของคนในชุ
มชน คื
อ การที่
บุ
คคลสามารถสร้
างหรื
อขั
ดเกลาพฤติ
กรรมให้
เข้
ากั
บแบบแผน
ของสั
งคม
หรื
อสิ ่
งแวดล้
อมที่
เปลี่
ยนแปลง ให้
สามารถบรรลุ
จุ
ดหมายที่
ต้
องการ
ทํ
าให้
มี
ชี
วิ
ตอยู
่
อย่
างปกติ
สุ
ขทั
้
งทางกายและจิ
ตใจไม่
เกิ
ดผลเสี
ยทั
้
งต่
อตนเองและผู
้
อื่
น
2
(ลั
กขณา สริ
วั
ฒน์
. 2544 :105)
ดั
งนั
้
นบุ
คคลจึ
งต้
องมี
การปรั
บตั
ว เพื่
อรั
กษาสมดุ
ลของร่
างกาย จิ
ตใจ และสั
งคม
พฤติ
กรรมที่
แสดงให้
เห็
นคื
อ มี
สุ
ขภาพดี
ยอมรั
บความเป็
นจริ
ง มี
ความพึ
งพอใจใน ซึ
่
งกลไกที่
บุ
คคลใช้
ในการปรั
บตั
วเพื่
อรั
กษาสมดุ
ลประกอบด้
วย 2 ส่
วน คื
อ
1.กลไกการควบคุ
ม เป็
นกลไกการปรั
บตั
วที่
เกิ
ดขึ
้
นอั
ตโนมั
ติ
โดยที่
บุ
คคลไม่
รู
้
สึ
กตั
ว
เป็
นการทํ
างานร่
วมกั
นของระบบประสาท ระบบต่
อมไร้
ท่
อ การรั
บรู
้
และการตอบสนองเพื่
อที่
จะ
ควบคุ
มการทํ
างานของร่
างกายให้
อยู
่
ในภาวะสมดุ
ล
2.กลไกการรั
บรู
้
เป็
นกลไกการปรั
บตั
วที่
เกิ
ดจากประสบการณ์
และการเรี
ยนรู
้
ซึ
่
ง
เกี่
ยวกั
บกระบวนการทางจิ
ต สั
งคม ที่
บุ
คคลใช้
ในการปรั
บตั
วให้
เข้
ากั
บภาวะเครี
ยด บุ
คคลจะเรี
ยนรู
้
การปรั
บตั
วในส่
วนนี
้
จากทั
กษะการเข้
าสั
งคม ประสบการณ์
แก้
ปั
ญหาในสถานการณ์
ที่
คล้
ายคลึ
ง
กลไกการปรั
บตั
วทั
้
ง 2 ส่
วนจะเกิ
ดควบคู
่
กั
นเสมอ ทํ
างานร่
วมกั
นเสมื
อนว่
าเป็
นหน่
วย
เดี
ยวกั
น สาเหตุ
ที่
มนุ
ษย์
ต้
องการปรั
บตั
ว 2 ประการคื
อ
1. แรงผลั
กดั
นภายนอก หรื
อข้
อเรี
ยกร้
องอั
นเกิ
ดจากสภาพแวดล้
อม และแรงผลั
กดั
นที่
ข้
อเรี
ยกร้
องของสั
งคมหรื
อบุ
คคลที่
มี
ความสั
มพั
นธ์
กั
น
2. แรงผลั
กดั
นภายใน ซึ
่
งเป็
นแรงกระตุ
้
นภายในตั
วบุ
คคล ซึ
่
งเกิ
ดจากสภาพทางสรี
ระ
ได้
แก่
ความต้
องการสิ
่
งที่
จํ
าเป็
นในการดํ
ารงชี
พ เช่
น อาหาร นํ
้
า อากาศ ความอบอุ
่
น การพั
กผ่
อน
นอนหลั
บที่
เพี
ยงพอ อี
กประการหนึ
่
งคื
อ จากประสบการณ์
ทางสั
งคมที่
บุ
คคลนั
้
นได้
เรี
ยนรู
้
ในอดี
ต
หรื
อประสบการณ์
ที่
ผ่
านมา เรี
ยกอี
กนั
ยหนึ
่
งว่
า “เหตุ
จู
งใจทางสั
งคม” (นิ
ภา นิ
ธยายน. 2530 :71-87)
นอกจากนั
้
นสาเหตุ
ที่
ทํ
าให้
เกิ
ดการปรั
บตั
วอาจเกิ
ดจาก