Page 256 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

240
ระบบนิ
เวศอย่
างรวดเร็
วและรุ
นแรง สอดคล้
องกั
บแนวคิ
ดของ เอกวิ
ทย์
ณ ถลาง (2551:1) ที่
กล่
าวว่
าการเข้
ามาของระบบเศรษฐกิ
จทุ
นนิ
ยม ได้
ทํ
าให้
เกิ
ดวิ
กฤติ
หลงใหลวั
ตถุ
การขยายตั
วทาง
การเกษตรควบคู
ไปกั
บการตั
ดไม้
ทํ
าลายป่
าเกิ
ดขึ
นอย่
างต่
อเนื่
อง แรงงานที่
ใช้
ในการเกษตรซึ
แต่
เดิ
มใช้
แรงงานคนและแรงสั
ตว์
เป็
นหลั
ก เปลี่
ยนเป็
นการใช้
เครื่
องจั
กรและเทคโนโลยี
สมั
ยใหม่
อื่
น ๆ ระบบทุ
นนิ
ยมเข้
ามาเป็
นเครื่
องกํ
าหนดชี
วิ
ตความเป็
นอยู
ของชาวบ้
าน ผลที่
ตามมาก่
อให้
เกิ
ดการแย่
งชิ
งทรั
พยากรในชุ
มชน กลุ ่
มผู
มี
ทุ
นทรั
พย์
ที่
เกี่
ยวโยงกั
บเครื
อข่
าย
อํ
านาจคื
อผู
ได้
รั
บผลประโยชน์
อย่
างสู
ง ขณะที่
กลุ
มชาวบ้
านทั
วไปกลายเป็
นผู
เสี
ยเปรี
ยบในทุ
ด้
าน ชาวสวนยางพาราเป็
นส่
วนหนึ
งที่
ต้
องอยู
ในวั
งวนดั
งกล่
าว นอกจากนี
อิ
ทธิ
พลของระบบ
ทุ
นนิ
ยมและบริ
โภคนิ
ยม ย ั
งทํ
าให้
ชาวสวนยางพาราจํ
านวนไม่
น้
อยหั
นมาชื่
นชมและเอาอย่
าง
นิ
ยมความหรู
หราความมั
งคั
งที่
ถึ
งพร้
อมด้
วยวั
ตถุ
วิ
ธี
การดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตตามกระแสทุ
นนิ
ยมได้
แพร่
กระจายเข้
ามาครอบง ํ
าคนทุ
กกลุ
มอาชี
พ การที่
ชาวสวนยางพาราได้
ดํ
าเนิ
นวิ
ถี
ชี
วิ
ตตาม
กระแสทุ
นมากขึ
นเช่
นนี
ดู
อย่
างผิ
วเผิ
นเหมื
อนกั
บว่
าชาวสวนยางพาราสะดวกสบาย มี
การ
พั
ฒนา มี
ความเป็
นอยู
ที่
ดี
ขึ
น แต่
โดยเนื
อแท้
แล้
วชาวสวนยางพาราจํ
านวนไม่
น้
อยต้
องเผชิ
ญกั
ความทุ
กข์
ที่
จมปลั
กอยู
กั
บภาวะเงิ
นผ่
อน ทั
งรถยนต์
รถจั
กรยานยนต์
เครื่
องใช้
อํ
านวยความ
สะดวกสบายภายในบ้
าน ส่
งผลให้
การรั
กษารู
ปแบบและวั
ฒนธรรมขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
ดั
งเดิ
มในชุ
มชนเปลี่
ยนแปลงไปจากเดิ
ม สอดคล้
องกั
บการศึ
กษาของจํ
านง แสงสุ
ข (2542 : 4-5)
ที่
ได้
ทํ
าการศึ
กษาตั
วบ่
งชี
ของเศรษฐกิ
จทุ
นนิ
ยมว่
า ภาวะของทุ
นนิ
ยมทํ
าให้
เกิ
ดความเหลื่
อมลํ
ระหว่
างคนรวยกั
บคนจน
ชุ
มชนชาวสวนยางพาราไม้
เรี
ยงซึ
งเป็
นชุ
มชนที่
มี
ความเข้
มแข็
ง อั
นเกิ
ดจากการ
รวมตั
วของชาวบ้
านในชุ
มชน เพื่
อแก้
ปั
ญหายางพาราตกตํ
า ชาวบ้
านไม้
เรี
ยงได้
พยายามคิ
ดหา
วิ
ธี
แก้
ปั
ญหาโดยไม่
รอพึ่
งความช่
วยเหลื
อจากภาครั
ความสํ
าเร็
จของไม้
เรี
ยงเป็
นสิ
งที่
สะท้
อน
ให้
เห็
นว่
านโยบายขั
นตอนการทํ
างานต่
าง ๆ รวมทั
งบุ
คคลากรที่
รั
บผิ
ดชอบของภาครั
ฐควร
ปรั
บเปลี่
ยนแก้
ไขทั
งวิ
ธี
คิ
ดและวิ
ธี
ทํ
างาน เนื่
องจากที่
ผ่
านมาไม่
ได้
เสริ
มสร้
างให้
ชุ
มชนเกิ
ดความ
เข้
มแข็
งอย่
างย ั
งยื
นอย่
างแท้
จริ
ง จากบทเรี
ยนที่
ผ่
านมาภาครั
ฐควรสนั
บสนุ
นให้
ชุ
มชนได้
คิ
ดเอง
ทํ
าเอง
ด้
วยการปรั
บกระบวนทั
ศน์
เป็
นการทํ
างานเชิ
งบู
รณาการ ไม่
ใช่
การทํ
างานที่
เกิ
ดจากการ
สั ่
งการหรื
อการทํ
างานแบบแยกส่
วน ภาครั
ฐควรปลุ
กเร้
ากระตุ
นและสนั
บสนุ
นให้
ชาวบ้
านเกิ
จิ
ตสํ
านึ
กและตระหนั
กถึ
งการรวมกลุ
ม ร่
วมกั
นคิ
ดแก้
ไขปั
ญหาเองได้
อย่
างต่
อเนื่
องและย ั
งยื
สิ ่
งที่
ได้
จากการเรี
ยนรู
จากไม้
เรี
ยงที่
สํ
าคั
ญอี
กประการหนึ
งคื
อ ภาวะผู
นํ
า ประยงค์
รณรงค์
และ
ผู
นํ
าคนอื่
น ๆ ซึ
งใช้
เวลายาวนานในการชั
กนํ
าชาวบ้
านด้
วยการปลู
กจิ
ตสํ
านึ
กให้
ร่
วมมื
อร่
วมใจ
กั
นโดยวิ
ธี
การตั
ดสิ
นใจที่
เป็
นประชาธิ
ปไตย และเอาจริ
งเอาจั
งกั
บการทํ
างาน ตระหนั
กถึ
งความ