234
ในช่
วง พ.ศ. 2504 ถึ
ง พ.ศ. 2540
เป็
นช่
วงที่
ชุ
มชนชาวสวนยางพาราเปลี่
ยนผ่
านจาก
ระบบเศรษฐกิ
จชุ
มชนเข้
าสู
่
ระบบทุ
นนิ
ยมอย่
างต่
อเนื่
อง การเปลี่
ยนผ่
านจากการผลิ
ตแบบ
พอเพี
ยงเข้
าสู
่
การผลิ
ตระบบทุ
นนิ
ยม แบ่
งเป็
น 2 ช่
วงคื
อ พ.ศ. 2504 - 2520 และพ.ศ.2520 - 2540
ช่
วงแรก พ.ศ. 2504 - 2520 เป็
นช่
วงที่
เริ
่
มใช้
แผนพั
ฒนาสั
งคมแห่
งชาติ
ช่
วงนี
้
ภาครั
ฐได้
ขยายฐานการผลิ
ตภาคการเกษตรเพื่
อป้
อนการผลิ
ตภาคสู
่
อุ
ตสาหกรรม ส่
งผลให้
มี
การขยายพื
้
นที่
การเกษตรและปลู
กยางพารามากขึ
้
น ประกอบกั
บเกิ
ดเหตุ
การณ์
วาตภั
ยครั
้
งใหญ่
ขึ
้
นในพื
้
นที่
จั
งหวั
ดนครศรี
ธรรมราชในปี
พ.ศ. 2505 ชาวบ้
านในพื
้
นที่
ไม้
เรี
ยงได้
รั
บความ
เสี
ยหายทั
้
งบ้
านเรื
อนและทรั
พย์
สิ
น ต้
นไม้
พื
ชผลต่
าง ๆถู
กแรงลมโค่
นล้
มไปเกื
อบหมด
ในช่
วงนี
้
เองจึ
งเป็
นจุ
ดเปลี่
ยนที่
สํ
าคั
ญของการทํ
าสวนยางพารา เนื่
องจากภาครั
ฐได้
สนั
บสนุ
น
ให้
มี
กองทุ
นสงเคราะห์
การทํ
าสวนยาง (สกย.) พนั
กงาน สกย. เร่
งเข้
าไปในพื
้
นที่
เพื่
อช่
วยเหลื
อ
ชาวบ้
านโดยจั
ดสรรทุ
นให้
ทํ
าสวนยางพารา
ทํ
าให้
ชาวบ้
านในพื
้
นที่
จํ
านวนไม่
น้
อยตั
ดสิ
นใจหั
น
มายึ
ดอาชี
พสวนยางพาราปลู
กเป็
นพื
ชเศรษฐกิ
จ ขณะที่
ความเป็
นทุ
นนิ
ยมได้
เริ
่
มก่
อตั
วขึ
้
นในมิ
ติ
ต่
าง ๆ อย่
างกว้
างขวาง ในช่
วงนี
้
ชุ
มชนส่
วนใหญ่
ยอมรั
บและเข้
าร่
วมในวิ
ถี
การผลิ
ตเพื่
อการค้
า
เช่
น มี
การใช้
พั
นธุ
์
ยางพาราเป็
นเงื่
อนไขในการเพิ ่
มผลผลิ
ตเพื่
อการค้
า เปลี่
ยนแปลงการปลู
ก
ยางพาราพั
นธุ
์
พื
้
นเมื
องเป็
นยางพาราพั
นธุ
์
ดี
ด้
วย
วิ
ธี
การผลิ
ตแบบใหม่
มี
การกํ
าจั
ดวั
ชพื
ช การ
บํ
ารุ
งต้
นยางด้
วยปุ
๋
ยเคมี
ยอมรั
บข้
อแนะนํ
าการปลู
กแบบใหม่
เช่
นการติ
ดตายางพั
นธุ
์
ดี
การใส่
ปุ
๋
ยเคมี
ตั
้
งแต่
เริ ่
มปลู
กจนถึ
งกรี
ด การปลู
กเป็
นพื
ชเชิ
งเดี่
ยว มี
การกํ
าหนดอายุ
และขนาดในการ
กรี
ดยาง ขั
้
นตอนการกรี
ดยาง และการทํ
ายางแผ่
น ช่
วงนี
้
จึ
งเป็
นช่
วงเวลาที่
ชุ
มชนรั
บนวั
ตกรรม
สมั
ยใหม่
เกี่
ยวกั
บการผลิ
ตยางพาราเข้
ามาอย่
างเต็
มที่
เริ
่
มตั
้
งแต่
การปลู
กจนกระทั
่
งการผลิ
ตเป็
น
แผ่
นยาง รวมทั
้
งระบบตลาดก็
เริ
่
มมี
ขึ
้
นอย่
างมี
รู
ปแบบ ยางพาราซึ
่
งไม่
เคยมี
มู
ลค่
ามากนั
ก ได้
กลายเป็
นสิ
นค้
าที่
สามารถนํ
าไปแลกเปลี่
ยนเป็
นเงิ
น ชุ
มชนเริ
่
มเปลี่
ยนเป้
าประสงค์
จากระบบ
เศรษฐกิ
จชุ
มชนที่
เพี
ยงพอ เป็
นความต้
องการทางด้
านวั
ตถุ
ที่
จะมาอํ
านวยความสะดวกสบาย
ให้
กั
บตั
วเองได้
มากขึ
้
น โดยใช้
เงิ
นในการแลกเปลี่
ยน การเปลี่
ยนแปลงดั
งกล่
าวนั
บเป็
น
จุ
ดเริ ่
มต้
นของความเปลี่
ยนแปลงที่
นํ
าชุ
มชนเข้
าสู
่
ระบบเศรษฐกิ
จเพื่
อการค้
า
ช่
วงที่
2 ระหว่
าง พ.ศ. 2520 - พ.ศ. 2540 เป็
นช่
วงที่
ระบบเศรษฐกิ
จชุ
มชนเปลี่
ยนผ่
าน
เข้
าสู
่
ระบบเศรษฐกิ
จเพื่
อการค้
า ในช่
วงนี
้
ชุ
มชนได้
ขยายพื
้
นที่
ปลู
กยางพาราไปย ั
งพื
้
นที่
สวน
ผลไม้
พื
้
นที่
ทํ
านาข้
าว พื
้
นที่
เหล่
านี
้
ถู
กทดแทนด้
วยยางพาราตามเงื่
อนไขของการตลาดซึ
่
งเป็
น
ความต้
องการปั
จจั
ยด้
านต่
าง ๆ ของชุ
มชนที่
ขยายตั
วเพิ
่
มขึ
้
น ในการทํ
าสวนยางพารามี
การ
เปลี่
ยนแปลง โดยให้
ความสํ
าคั
ญกั
บระบบปั
จจั
ยในการผลิ
ต และเทคโนโลยี
การผลิ
ตแบบ
เข้
มข้
นมากขึ
้
น โดยเฉพาะปุ
๋
ยและเคมี
ภั
ณฑ์
ต่
าง ๆ ส่
งผลให้
การลงทุ
นด้
านการผลิ
ตสู
งขึ
้
น ทํ
าให้