233
ด้
านจิ
ตวิ
ญญาณ
ความเจริ
ญด้
านต่
าง ๆ จากภายนอกที่
แพร่
กระจายเข้
ามาในชุ
มชน
ส่
งผลให้
วั
ฒนธรรมจากภายนอกเข้
ามามี
อิ
ทธิ
พลต่
อความคิ
ดความเชื่
อและการดํ
ารงชี
วิ
ตของ
ผู
้
คน ความเชื่
อแบบเดิ
มมี
ความหมายในการดํ
ารงชี
วิ
ตน้
อยลง วั
ดซึ
่
งเคยเป็
นศู
นย์
รวมจิ
ตใจ
ของคนในชุ
มชนมี
ความสํ
าคั
ญต่
อคนรุ ่
นหลั
งน้
อยลง ด้
านการช่
วยเหลื
อเกื
้
อกู
ลกั
นของชาวบ้
าน
นั
้
นก็
มี
น้
อยลงเช่
นกั
น โดยเปลี่
ยนเป็
นการจ้
างงานเข้
ามาแทนที่
สํ
าหรั
บในด้
านกระบวนการปรั
บตั
วของชุ
มชนชาวสวนยางพารา
แบ่
งเป็
น 3 ช่
วง
คื
อ ชุ
มชนชาวสวนยางพารากั
บวิ
ถี
การผลิ
ตแบบพอเพี
ยง (ก่
อนปี
พ.ศ. 2504 ) ช่
วงเวลาของ
การเปลี่
ยนผ่
านเข้
าสู
่
ระบบทุ
นนิ
ยม (พ.ศ. 2504 – 2540) และช่
วงของชุ
มชนชาวสวนยางพารา
กั
บระบบเศรษฐกิ
จชุ
มชน (พ.ศ. 2540 -2552)
ช่
วงก่
อนปี
พ.ศ. 2504 เป็
นช่
วงที่
ชุ
มชนชาวสวนยางพาราดํ
ารงอยู
่
ด้
วยวิ
ถี
การผลิ
ต
แบบพอเพี
ยง เป็
นระยะแรกที่
มี
ของการนํ
ายางพาราเข้
ามาปลู
กในชุ
มชน เพี
ยงเพื่
อเสริ
มรายได้
ให้
แก่
ชุ
มชน ทั
้
งนี
้
เพราะในขณะนั
้
นชุ
มชนสามารถดํ
ารงอยู
่
ได้
ด้
วยการพึ
่
งพาแลกเปลี่
ยนกั
น
ภายในชุ
มชน ครั
วเรื
อนต่
าง ๆ มี
การปลู
กข้
าว ทํ
าไร่
เพื่
อใช้
บริ
โภคในครั
วเรื
อนได้
อย่
าง
เพี
ยงพอ รายได้
สํ
าหรั
บการจั
บจ่
ายซื
้
อของส่
วนใหญ่
นั
้
นมาจาก สวนผลไม้
หมาก มะพร้
าว
การหาของป่
า รั
บจ้
าง ฯลฯ ครั
้
นเมื่
อชาวบ้
านเริ
่
มมี
การปลู
กยางพาราในพื
้
นที่
ชุ
มชนไม้
เรี
ยงเมื่
อ
ประมาณ ปี
พ.ศ. 2470 โดยมี
ชาวบ้
านนํ
าเมล็
ดพั
นธุ
์
ยางพาราพั
นธุ
์
พื
้
นเมื
องจากนาบอนเข้
ามา
ทดลองปลู
กในพื
้
นที่
หมู
่
ที่
3 บ้
านทานพอก่
อน ไม่
ได้
ปลู
กเป็
นแถวเป็
นแนวแต่
ปลู
กร่
วมกั
บพั
นธุ
์
ไม้
อื่
น ๆ ตามที่
ว่
างในละแวกบ้
าน และเมื่
อปลู
กกั
นมากขึ
้
นทํ
าให้
มี
รายได้
บางส่
วนจากการทํ
า
สวนยางพาราเข้
ามาเสริ
มรายได้
ที่
มี
อยู
่
เดิ
ม
ระบบชุ
มชนชาวสวนยางพารามี
ปั
จจั
ยและเงื่
อนไขของความเป็
นอยู
่
ที่
เกิ
ดจาก
ชุ
มชนผลิ
ตปั
จจั
ยในการดํ
ารงชี
พขึ
้
นได้
ด้
วยตนเอง ที่
ผ่
านกระบวนการเรี
ยนรู
้
และการสื
บทอดมา
ใช้
ในการผลิ
ตในระยะแรก เครื่
องมื
อที่
ใช้
ในการทํ
าสวนยางพารา ชุ
มชนสามารถผลิ
ตขึ
้
นเองได้
เกื
อบทั
้
งหมด โดยใช้
วั
สดุ
ที่
มี
อยู
่
ในท้
องถิ ่
นซึ
่
งสามารถทํ
าให้
เกิ
ดผลผลิ
ตได้
ตามความต้
องการ
ของชุ
มชน เครื่
องมื
อที่
ชุ
มชนผลิ
ตขึ
้
นเองนั
้
นส่
วนหนึ
่
งทํ
าจากวั
สดุ
ที่
มี
อยู
่
ในธรรมชาติ
เช่
น
กะลามะพร้
าว ใบไม้
กิ ่
งไม้
ฯลฯ ในส่
วนที่
ซื
้
อคื
อสิ ่
งที่
ไม่
สามารถผลิ
ตเองได้
ได้
แก่
เครื่
องมื
อที่
ทํ
าด้
วยโลหะ เช่
น มี
ดกรี
ดยาง เครื่
องรี
ดยาง ความรู
้
ในการผลิ
ตเครื่
องมื
อที่
ใช้
วั
สดุ
ท้
องถิ
่
นมี
การถ่
ายทอดมาอย่
างต่
อเนื่
อง หากครั
วเรื
อนใดขาดแคลนปั
จจั
ยย ั
งชี
พ หรื
อขั
ดสนบางครั
้
งก็
สามารถหยิ
บยื
มช่
วยเหลื
อกั
น ในการทํ
างานมี
การแบ่
งหน้
าที่
และบทบาทของสมาชิ
กใน
ครั
วเรื
อน ตามลั
กษณะของการใช้
แรงงานและลั
กษณะความรั
บผิ
ดชอบ