226
5.เกษตรกรชาวสวนยางพาราต้
องมี
การรวมกลุ ่
มสร้
างวิ
สาหกิ
จชุ
มชน สร้
างเครื
อข่
าย
ยางพารา และเครื
อข่
ายเกษตรกรอื่
น ๆ เพื่
อร่
วมแลกเปลี่
ยนองค์
ความรู
้
ด้
านต่
าง ๆ ในการปรั
บใช้
แลกเปลี่
ยนจํ
าหน่
ายผลิ
ตภั
ณฑ์
ระหว่
างกั
น โดยส่
งเสริ
มให้
ภาคธุ
รกิ
จเข้
ามามี
ส่
วนร่
วมกั
บภาครั
ฐ
และกั
บเกษตรชาวสวนยางพารา
6.ชาวสวนยางพาราต้
องการให้
ภาครั
ฐลดภาษี
และให้
สิ
ทธิ
ประโยชน์
กั
บชาวสวน
ยางพาราที่
เข้
ามารวมกลุ
่
ม
อาจกล่
าวได้
ว่
าวั
ฒนธรรมของของชุ
มชนชาวสวนยางพารา ทั
้
งทางด้
านการ
โครงสร้
างทางสั
งคม เศรษฐกิ
จ และกระแสความคิ
ดความเชื่
อ มี
การเปลี่
ยนแปลงอยู
่
ตลอดเวลา
ดั
งนั
้
นหากชุ
มชนชาวสวนยางพารามี
การพั
ฒนาบนฐานวั
ฒนธรรม มี
ระบบคิ
ดเป็
น
องค์
รวม มี
การมองเห็
นความเชื่
อมโยงระหว่
างบริ
บทชุ
มชนและเงื่
อนไขต่
าง ๆ ของชุ
มชนของ
ตนเอง โดยไม่
พยายามมองแยกส่
วน มองวั
ฒนธรรมชุ
มชนเพื่
อเป็
นพลั
งในการพั
ฒนา ในการ
สร้
างสรรค์
คํ
านึ
งถึ
งคุ
ณค่
ามี
ศี
ลธรรมและจิ
ตวิ
ญญาณในการพั
ฒนาร่
วมกั
น ยึ
ดวิ
ธี
คิ
ดหรื
อระบบ
คิ
ดแบบองค์
รวม ชาวสวนยางพาราในชุ
มชนต้
องร่
วมกั
นรั
บรู
้
เรี
ยนรู
้
เคลื่
อนไหว สร้
างสรรค์
ผลิ
ตสิ
่
งใหม่
ภายใต้
ระบบสิ ่
งแวดล้
อมและระบบนิ
เวศของชุ
มชน แลกเปลี่
ยนประสบการณ์
และ
ใช้
ภู
มิ
ปั
ญญหาระหว่
างรุ ่
นใหม่
รุ ่
นเก่
า จะทํ
าให้
ชาวสวนยางพาราและได้
ร่
วมกั
นรั
บรู
้
เป้
าหมาย
ของการพั
ฒนามี
ศั
กยภาพในการทํ
าสวนยางพาราและการพั
ฒนาการทํ
าสวนยางพาราให้
ย ั ่
งยื
น
สามารถมองเห็
นทิ
ศทางและจุ
ดยื
นของตนเอง โดยมี
การบวนการในการพั
ฒนา คื
อการเรี
ยนรู
้
การสร้
างสรรค์
การผลิ
ตสิ ่
งใหม่
ๆ จะทํ
าให้
สามารถปรั
บตั
วตั
วตั
้
งรั
บกั
บกระแสทุ
นนิ
ยมแบบ
ต่
าง ๆที่
เข้
ามาในชุ
มชน ที่
สํ
าคั
ญชุ
มชนต้
องเรี
ยกคื
นวั
ฒนธรรมด้
านความสั
มพั
นธ์
ของระบบ
ครอบครั
วและเครื
อญาติ
การช่
วยเหลื
ออเกื
้
อกู
ล ร่
วมแรงร่
วมใจ สร้
างมิ
ตรภาพและไมตรี
ต่
อกั
น
ความสมั
ครสมานสามั
คคี
กั
น เนื่
องจากจะเป็
นพลั
งขั
บเคลื่
อนชุ
มชนที่
สํ
าคั
ญ
ดั
งนั
้
นจากการศึ
กษาวิ
จั
ยและการเก็
บรวบรวมข้
อมู
ลในการศึ
กษา วั
ฒนธรรมชาวสวน
ยางพาราท่
ามกลางกระแสทุ
นนิ
ยม ที่
ผู
้
วิ
จั
ยได้
ทํ
าการศึ
กษาจากชุ
มชน ชุ
มชนไม้
เรี
ยง อํ
าเภอฉวาง
จั
งหวั
ดนครศรี
ธรรมราช นํ
ามาสู
่
องค์
ความรู
้
ใหม่
ที่
จะเป็
นแนวทางในการพั
ฒนาศั
กยภาพของ
ชุ
มชนชาวสวนยางพาราสู
่
ความย ั
่
งยื
น ตามหลั
กธรรมทางพุ
ทธศาสนามาปรั
บใช้
ในการพั
ฒนา
แก้
ไขปั
ญหาทางสั
งคมชุ
มชนที่
เรี
ยกว่
า การใช้
หลั
ก
ปริ
ยั
ติ
– ปฏิ
บั
ติ
– ปฏิ
เวธ
กล่
าวคื
อ ในชุ
มชน
ชาวสวนยางพาราหรื
อชุ
มชนอื่
นใด ต้
องปริ
ย ั
ติ
คื
อต้
องเรี
ยนรู
้
ชุ
มชนตนเองเสี
ยก่
อน รู
้
จั
กพื
้
นฐาน
และรากเหง้
าในชุ
มชนของตนเอง เมื่
อรู
้
เรื่
องแล้
วจึ
งค่
อยปฏิ
บั
ติ
เมื่
อปฏิ
บั
ติ
ได้
แล้
วจึ
งรู
้
ชั
ดเห็
นชั
ด
ตามเป็
นจริ
งนั
้
นที่
เรี
ยกว่
า ปฏิ
เวธ
นอกจากเรี
ยนรู
้
ชุ
มชนของตนเอง เมื่
อรู
้
แล้
วจึ
งค่
อยปฏิ
บั
ติ
การ
เรี
ยนรู
้
ดั
งกล่
าวจากการศึ
กษาชาวสวนยางพาราในพื
้
นที่
ไม้
เรี
ยง ตั
วอย่
างจากผู
้
นํ
าวิ
ถี
ปฏิ
บั
ติ
ใน