222
2.2 การสร้
างเครื
อข่
ายชุ
มชนเข้
มแข็
ง
จากการศึ
กษาการสร้
างความเข้
มแข็
งของชุ
นชนชาวสวนยางพาราไม้
เรี
ยง
สะท้
อนได้
ว่
า ชุ
มชนที่
เข้
มแข็
งนั
้
น จะมี
ภู
มิ
หลั
ง บริ
บทและเอกลั
กษณ์
ชุ
มชนซึ
่
งทั
้
งที่
เกิ
ดขึ
้
นโดย
ธรรมชาติ
และจากผู
้
นํ
าที่
เป็
นปราชญ์
ชาวบ้
าน และการผลั
กดั
นส่
งเสริ
มของภาครั
ฐและองค์
กร
เอกชน เมื่
อชุ
นชนเข้
มแข็
งสร้
างเครื
อข่
ายกั
บภายนอก ซึ
่
งเครื
อข่
ายภายนอกนั
้
นจะมี
ความ
หลากหลายไปตามสภาพ ทั
้
งเครื
อข่
ายภาคการเกษตรของภาคอื่
น ๆเช่
น เครื
อข่
ายชาวประมง
พื
้
นบ้
าน เครื
อข่
ายสวยผลไม้
ตลอดจนเครื
อข่
ายธุ
รกิ
จชุ
มชน โดยหลั
กการสํ
าคั
ญที่
จะนํ
าไปสู
่
ความเข้
มแข็
งและสร้
างเครื
อข่
ายชุ
มชนคื
อ
1. ต้
องอาศั
ยอาศั
ยชาวบ้
านในชุ
มชนมี
ส่
วนร่
วมในการจั
ดการ เพื่
อให้
เกิ
ดความ
พร้
อมในการแก้
ปั
ญญาของตนเองให้
มากที่
สุ
ด
2. ต้
องมี
ผู
้
นํ
าชุ
มชนเป็
นแกนหลั
กแก้
ไขปั
ญหาชุ
มชน ผู
้
นํ
าต้
องเอาจริ
งเอาจั
ง
เสี
ยสละ ทุ
่
มเท และมี
ความตั
้
งใจจริ
งในการแก้
ปั
ญหาให้
ลุ
งล่
วง ไม่
ท้
อแท้
กั
บปั
ญหา
3. ชาวบ้
านในชุ
มชนต้
องตระหนั
กถึ
งความสามารถในศั
กยภาพของชุ
มชนใน
การแก้
ไขปั
ญหามากกว่
าการรอรั
บการช่
วยเหลื
อจากภาคส่
วนอื่
น ๆ
4. ปลู
กฝั
งจิ
ตสํ
านึ
กให้
ชาวบ้
านในชุ
มชนเรี
ยนรู
้
การอยู ่
ร่
วมกั
น พึ
่
งพาสนั
บสนุ
น
เสี
ยสละช่
วยเหลื
อทั
้
งกํ
าลั
งกายกํ
าลั
งใจ และทรั
พย์
สิ
นเงิ
นทอง เพื่
อให้
เกิ
ดสิ ่
งที่
ดี
แก่
ผู
้
อื่
นและ
ชุ
มชน เกิ
ดความเข็
งแกร่
งของชุ
มชน
2.3 แนวทางการพั
ฒนาของชุ
มชนชาวสวนยางพารา
การที่
ชุ
มชนชาวสวนยางพาราจะพั
ฒนาตนเองเพื่
อต้
านกั
บกระแสทุ
นนิ
ยมได้
นั
้
น
ชาวสวนยางพาราต้
องรวมตั
วกั
นเป็
นกลุ
่
มก้
อน ต้
องพั
ฒนาสรรพสิ
่
งต่
าง ๆแบบเชื่
อมโยง ไม่
แยก
ส่
วนกั
น เช่
น เชื่
อมโยงระบบภู
มิ
ปั
ญญากั
บรายได้
เชื่
อมโยงระบบนิ
เวศกั
บระบบความสั
มพั
นธ์
ของคนในชุ
มชน เชื่
อมโยงระบบคุ
ณค่
าและความมี
เกี
ยรติ
มี
ศั
กดิ
์
ศรี
ของคนในชุ
มชน คนใน
ชุ
มชนต้
องมี
ความเป็
นตั
วของตั
วเอง เพราะการเข้
ามาของกระทุ
นนิ
ยมนั
้
นเน้
นการพั
ฒนา
ทางด้
านวั
ตถุ
และครอบง ํ
าจิ
ตใจให้
คนมี
ความโลภ เห็
นแก่
ตั
ว การที่
ชาวสวนยางพาราจะพั
ฒนา
นั
้
นต้
องเน้
นวั
ฒนธรรมชุ
มชน โดย
ประการแรก
คนในชุ
มชนต้
องมี
จิ
ตใจที่
มี
ธรรมะในการดํ
าเนิ
น
ชี
วิ
ต มี
ความขย ั
นหมั
่
นเพี
ยร
ประการที่
สอง
มี
การผลิ
ตโดยเน้
นการผลิ
ตเพื่
อบริ
โภคเองมาเป็
น
เบื
้
องตน ใช้
วิ
ถี
การเกษตรแบบผสมผสาน
ประการที่
สาม
เน้
นการพึ
่
งพึ
งตนเองทางเศรษฐกิ
จลด
การพึ
่
งพิ
งจากภายนอก
ประการที่
สี่
พยายามรั
กษาความสมดุ
ลของระบบนิ
เวศและธรรมชาติ
ใน
ชุ
มชน
และ
ประการสุ
ดท้
าย
ที่
สํ
าคั
ญคื
อการสร้
างความอบอุ
่
นจากสถาบั
นครอบครั
ว และ