210
เล็
ก และสถานรั
บเลี
้
ยงเด็
กอ่
อน ทั
้
งนี
้
เนื่
องจากพ่
อแม่
ส่
วนใหญ่
ต้
องออกไปกรี
ดยางไม่
มี
เวลาใน
การเลี
้
ยงดู
บุ
ตร อั
นนี
้
เป็
นผลมาจากครอบครั
วส่
วนใหญ่
เป็
นครั
วเดี่
ยวไม่
มี
ปู
่
ย่
า ตา ยาย ช่
วยเลี
้
ยง
ดู
เช่
นอดี
ต ดั
งนั
้
นชาวสวนยางพาราหลายครั
วเรื
อนจึ
งต้
องส่
งบุ
ตรหลานเข้
าศึ
กษาในสถานศึ
กษา
เร็
วกว่
าในอดี
ต
ในส่
วนการบริ
โภคในครั
วเรื
อน อาหารสํ
าหรั
บบริ
โภคนั
้
นจะซื
้
อหาในชุ
มชนมากกว่
า
การจั
ดทํ
าอาหารในครั
วเรื
อน และจะมี
การบริ
โภคอาหารสํ
าเร็
จมากขึ
้
น ในครั
วเรื
อนจะมี
สิ ่
ง
อํ
านวยความสะดวกมากขึ
้
นทั
้
งรถยนต์
และรถจั
กรยานยนต์
อี
กทั
้
งเครื่
องใช้
ในครั
วเรื
อนที่
ทั
น
ตามสมั
ยนิ
ยมมากขึ
้
น
2.ด้
านเศรษฐกิ
จของชาวสวนยางพารา
จากสภาพชุ
มชนชาวสวนยางพาราที่
รั
บเอาที่
ระบบเศรษฐกิ
จทุ
นนิ
ยม เข้
ามาแทนที่
ระบบเศรษฐกิ
จชุ
มชน ทํ
าให้
มี
การพึ
่
งพึ
งปั
จจั
ยจากภายนอกชุ
มชนมาก ขึ
้
นอาชี
พการเกษตร
กลายเป็
นการประกอบอาชี
พที่
เป็
นการเกษตรเชิ
งเดี่
ยว จะทํ
าให้
ชาวสวนยางพารามี
ความ
หวั ่
นไหวและขาดความมั
่
นคงทางด้
านรายได้
เนื่
องจากราคาผลผลิ
ตขึ
้
นอยู
่
กั
บความต้
องการของ
ตลาดโลก ชาวสวนยางพาราไม่
สามารถกํ
าหนดราคาได้
เอง การกระทํ
าทุ
กอย่
างในชุ
มชนจะมุ
่
ง
ที่
ผลกํ
าไรและรายได้
อั
นเป็
นตั
วเงิ
นเป็
นหลั
ก ลั
กษณะเช่
นนี
้
ส่
งผลให้
ชุ
มชนขาดความตระหนั
ก
ทางด้
านระบบนิ
เวศและสิ
่
งแวดล้
อมในชุ
มชน ทํ
าให้
คนในชุ
มชนบุ
กรุ
กพื
้
นที่
ป่
าสงวนเพื่
อปลู
ก
ยางพารา สิ ่
งเหล่
านี
้
จะสั
มพั
นธ์
ไปถึ
งการก่
อให้
เกิ
ดการเปลี่
ยนแปลงของลั
กษณะภู
มิ
ประเทศ
ภู
มิ
อากาศ เกิ
ดภั
ยพิ
บั
ติ
ตามมาอี
กมากมาย อี
กทั
้
งการปรั
บเปลี่
ยนที่
นาหรื
อที่
ลุ
่
มเป็
นพื
้
นที่
ปลู
ก
ยางพารากั
นมากขึ
้
น
เนื่
องจาก
0
ปั
จจุ
บั
นนํ
้
ามั
นในตลาดโลกมี
ราคาสู
งมาก
0
ส่
งผลให้
ยางสั
งเคราะห์
ซึ
่
งใช้
นํ
้
ามั
นเป็
นวั
ตถุ
ดิ
บที่
สํ
าคั
ญในการผลิ
ตลดปริ
มาณลง ยางธรรมชาติ
จึ
งเป็
นที่
ต้
องการมากขึ
้
น ทั
้
ง
ในอุ
ตสาหกรรมยานยนต์
หรื
ออุ
ตสาหกรรมอื่
น ๆ ดั
งนั
้
นยางราคาพาราในอนาคตช่
วงเวลา 4-5
ปี
ผู
้
วิ
จั
ยคาดว่
าราคาน่
าจะอยู
่
ในระดั
บ 50-100 บาทต่
อกิ
โลกรั
ม หรื
อสู
งขึ
้
นกว่
านี
้
เมื่
อเป็
นเช่
นนั
้
น
จะเป็
นปั
จจั
ยสํ
าคั
ญที่
ทํ
าให้
มี
การเพิ ่
มพื
้
นที่
การปลู
กยางพาราในทุ
กภาคของประเทศไทย และใน
ภาคใต้
เองพื
้
นที่
ที่
เคยทํ
านา ปลู
กผลไม้
ได้
เปลี่
ยนเป็
นการปลู
กยางพาราแทน ภาคตะวั
นออกก็
มี
การปรั
บเปลี่
ยนจากสวนผลไม้
เป็
นสวนยางพารา ภาคตะวั
นออกเฉี
ยงเหนื
อและภาคเหนื
อก็
ได้
เพิ ่
มพื
้
นที่
เช่
นเดี
ยวกั
น นอกจากนี
้
ประเทศผู
้
ผลิ
ตยางพารา ทั
้
ง 24 ประเทศก็
เร่
งเพิ ่
มพื
้
นที่
การ
ผลิ
ตยางพาราเช่
นเดี
ยวกั
นโดยเฉพาะอิ
นโดนี
เซี
ยได้
ขยายพื
้
นที่
ปลู
กยางมากขึ
้
นและมี
โครงการ
เพิ ่
มผลผลิ
ตต่
อไร่
ให้
มากขึ
้
น อนาคตข้
างหน้
าหากประเทศไทยไม่
มี
มาตรการในการพั
ฒนา