169
น้
อยลง การพึ
่
งพิ
งปั
จจั
ยในการดํ
ารงชี
พจากภายนอกมี
ความเข้
มแข็
งมากขึ
้
นเรื่
อย ๆ เป็
นสาเหตุ
หนึ
่
งที่
นํ
าไปสู
่
การมี
ภาระหนี
้
สิ
น ทรั
พยากรอาหารเริ
่
มหมดความอุ
ดมสมบู
รณ์
ลง ทํ
าให้
การหา
อาหารจากธรรมชาติ
ทํ
าได้
ลํ
าบากและต้
องใช้
เวลามากขึ
้
น ในขณะที่
ชุ
มชนประเมิ
นและให้
ค่
ากั
บ
เวลาที่
ใช้
การผลิ
ตเพื่
อขายมากกว่
าจะผลิ
ตหรื
อหาปั
จจั
ยในการดํ
ารงชี
พทุ
กอย่
างด้
วยตนเอง
ส่
วนการบริ
โภคความสะดวกสบาย เกิ
ดขึ
้
นเพื่
อพร้
อมกั
บการพั
ฒนาระบบ
โครงสร้
างพื
้
นฐานในชุ
มชนซึ
่
งมี
การพั
ฒนามาเป็
นลํ
าดั
บตั
้
งแต่
ปี
พ.ศ. 2518 มี
ถนนเชื่
อมระหว่
าง
หมู
่
บ้
านต่
าง ๆ โดยงบประมาณจากพั
ฒนาในโครงการสร้
างงานในชนบท(กสช.) หรื
อชาวบ้
าน
เรี
ยกว่
าโครงการเงิ
นผั
น ในปี
พ.ศ. 2527 ชุ
มชนมี
ไฟฟ้
าใช้
และในปี
พ.ศ. 2537 มี
ประปาหมู ่
บ้
าน
การพั
ฒนาโครงสร้
างพื
้
นฐานซึ
่
งวั
ตถุ
ประสงค์
ที่
แท้
จริ
งเป็
นการพั
ฒนาเพื่
อเพิ
่
มศั
กยภาพด้
านการ
ผลิ
ตของชุ
มชน เพื่
อให้
ชุ
มชนมี
ระดั
บการดํ
ารงชี
วิ
ตสู
งขึ
้
นแต่
จากการศึ
กษาพบว่
า ระบบ
สาธารณู
ปโภคต่
าง ๆ ถู
กใช้
ประโยชน์
ไปเพื่
อการบริ
โภคมากกว่
าเพื่
อการผลิ
ต
ดั
งนั
้
นเมื่
อชุ
มชนไม้
เรี
ยงเปลี่
ยนแปลงเข้
าสู
่
ทุ
นนิ
ยม ความสั
มพั
นธ์
ทางเศรษฐกิ
จ
ภายในชุ
มชนที่
เปลี่
ยนแปลงได้
ส่
งผลให้
ชุ
มชนจํ
าเป็
นต้
องพั
ฒนาคุ
ณภาพในการผลิ
ตยางพารามาก
ยิ ่
งขึ
้
น เพราะมาตรฐานหรื
อชี
วิ
ตความเป็
นอยู
่
ที่
ดี
ภายใต้
ระบบเศรษฐกิ
จเพื่
อการค้
า เกิ
ดจากปริ
มาณ
และความสามารถในการผลิ
ต จิ
ตสํ
านึ
กทุ
นนิ
ยมได้
เข้
ามาทํ
าลายวั
ฒนธรรมของการช่
วยเหลื
อ
แบ่
งปั
นของคนในชุ
มชน การเข้
าร่
วมในระบบเศรษฐกิ
จเพื่
อการค้
า ทํ
าให้
ชุ
มชนต้
องการเงิ
นทุ
ก
มากขึ
้
น จึ
งนํ
าไปสู
่
การเกิ
ดระบบการกู
้
โดยการเข้
าร่
วมในระบบเศรษฐกิ
จที่
ผลิ
ตเพื่
อขาย ดั
งที่
ได้
กล่
าวมาแล้
ว ในระบบเศรษฐกิ
จเพื่
อการค้
า คื
อ การผลิ
ตสิ
นค้
าที่
ตรงตามความต้
องการของตลาด
ซึ
่
งมี
ผลทํ
าให้
เกิ
ดการเปลี่
ยนแปลงด้
านพั
นธุ
์
ยางพาราพร้
อมกั
บวิ
ธี
การผลิ
ตแบบใหม่
ซึ
่
งต้
องการทุ
น
เพื่
อการผลิ
ตมากขึ
้
น ผลผลิ
ตที่
ได้
แตกต่
างไปจากการผลิ
ตด้
วยวิ
ธี
การผลิ
ตแบบดั
้
งเดิ
ม แต่
ราคาของ
ผลผลิ
ตยางพาราไม่
แน่
นอนขึ
้
นอยู
่
กั
บภาวะการณ์
ตลาด รวมทั
้
งความสั
มพั
นธ์
ที่
เสี
ยเปรี
ยบจาก
ความไม่
รู
้
และการขาดอํ
านาจต่
อรองของชาวสวน