Page 182 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

166
2. การเปลี่
ยนแปลงในมิ
ติ
ของการจั
ดสรรรายได้
และผลประโยชน์
การที่
ชุ
มชนไม้
เรี
ยงเข้
าร่
วมในการผลิ
ตเพื่
อการค้
าไม่
ได้
มี
การเปลี่
ยนแปลงเฉพาะใน
มิ
ติ
การผลิ
ตเท่
านั
น เพราะจิ
ตสํ
านึ
กทุ
นนิ
ยมที่
ก่
อตั
วขึ
นได้
แทรกซึ
มเข้
ามาในความสั
มพั
นธ์
ทาง
สั
งคมที่
ดํ
ารงอยู
เดิ
มและได้
ก่
อให้
เกิ
ดการเปลี่
ยนแปลงขึ
นในมิ
ติ
อื่
น ๆ ในลั
กษณะที่
ทํ
าให้
ชุ
มชน
ขยายการแสวงหารายได้
จากผลผลิ
ตอื่
น ๆ นอกจากยางพารา ย ั
งมี
พื
ชผลทางการเกษตรต่
าง ๆ เช่
เงาะ ทุ
เรี
ยน และของป่
าต่
าง ๆ เมื่
อเข้
าสู
ระบบเศรษฐกิ
จเพื่
อการค้
าผลผลิ
ตหลายอย่
างเหล่
านี
ได้
กลายเป็
นสิ
นค้
าที่
มี
มู
ลค่
าอั
นส่
งผลกระทบโดยตรงต่
อความสั
มพั
นธ์
ในการแลกเปลี่
ยนภายใน
ชุ
มชน ซึ
งเมื่
อครั
งในอดี
ตเป็
นในลั
กษณะความพอเพี
ยง แต่
ในช่
วงนี
ความสั
มพั
นธ์
แบบต่
างตอบ
แทนและการแบ่
งปั
นกั
นแต่
เดิ
มได้
เปลี่
ยนไปสู
การแลกเปลี่
ยน ดั
งนั
นความพอเพี
ยงในระยะนี
จึ
ขึ
นอยู
กั
บความสามารถในการผลิ
ตและรายได้
แต่
ละครั
วเรื
อนเป็
นหลั
การเปลี่
ยนแปลงที่
เกิ
ดขึ
นในวิ
ถี
ชี
วิ
ตชุ
มชน โดยเฉพาะอย่
างยิ
ง ความต้
องการดํ
ารง
ชี
พในระดั
บที่
สู
งกว่
าการย ั
งชี
พ เป็
นส่
วนหนึ
งที่
ทํ
าให้
แรงงานจากภาคเกษตรกรรมเข้
าสู
การเป็
แรงงานในภาคอุ
ตสาหกรรม เมื่
อเข้
าสู
ระบบเศรษฐกิ
จที่
ผลิ
ตเพื่
อการค้
า ชุ
มชนจึ
งต้
องมี
การลงทุ
เพิ ่
มขึ
นในการปรั
บปรุ
งวิ
ธี
การผลิ
ต เช่
น นํ
า ปุ
ยเคมี
ยากํ
าจั
ดวั
ชพื
ช ทั
งเครื่
องมื
อเครื่
องจั
กรกลมา
ใช้
ในการลงทุ
น เพื่
อการผลิ
ตดั
งกล่
าวสะท้
อนให้
เห็
นถึ
งมิ
ติ
การเปลี่
ยนแปลงวิ
ถี
ของชุ
มชน
โดยเฉพาะอย่
างยิ ่
ง แบบแผนการบริ
โภค ซึ
งนอกจากจะมี
การลงทุ
นทางเศรษฐกิ
จแล้
วย ั
งพบว่
าแต่
ละครั
วเรื
อนต้
องมี
ภาระกั
บการลงทุ
นทางสั
งคม โดยเฉพาะอย่
างยิ
งในด้
านการศึ
กษาของลู
กซึ
เป็
นค่
านิ
ยมของชุ
มชนที่
มั
กนิ
ยมส่
งลู
กเรี
ยนในระดั
บที่
สู
งกว่
าระดั
บประถมศึ
กษา ทํ
าให้
การศึ
กษา
ต่
อในระดั
บมั
ธยมศึ
กษาของเด็
กในชุ
มชนสู
งถึ
ง 100 เปอร์
เซ็
นต์
การมี
ภาระมากขึ
นเช่
นนี
ทํ
าให้
คนในชุ
มชนเกิ
ดความเกรงใจที่
จะไปขอแรงกั
นเช่
นที่
ผ่
านมา วิ
ถี
ชี
วิ
ตที่
เปลี่
ยนแปลงในลั
กษณะที่
เงิ
นมี
ความสํ
าคั
ญมากขึ
นทํ
าให้
คนในชุ
มชนเข้
าร่
วมเป็
นแรงงานรั
บจ้
างกรี
ดยาง ซึ
งแรงงานดั
กล่
าวคื
อเพื่
อนบ้
านที่
มี
สวนยางตนเองน้
อย หรื
อมี
แต่
ย ั
งไม่
ถึ
งช่
วงเวลาเปิ
ดกรี
ดยาง จากการศึ
กษา
พบว่
า ระบบค่
าจ้
างแรงงานที่
เกิ
ดขึ
นมี
การจั
ดแบ่
งรายได้
ตามสั
ดส่
วนที่
ตกลงกั
นไว้
ระหว่
างเจ้
าของ
สวนและผู
รั
บจ้
างกรี
ดยาง เช่
น 50 : 50 หรื
อ 60 : 40 การจ้
างแรงงานดั
งกล่
าวไม่
ได้
ก่
อให้
เกิ
ดการ
แบ่
งตั
วทางชนชั
นในด้
านแรงงาน เพราะชุ
มชนถื
อว่
าเป็
นความสั
มพั
นธ์
ในระบบการจ้
างงานกั
ซึ
งชุ
มชนเห็
นว่
าเป็
นความสั
มพั
นธ์
ของการช่
วยเหลื
อกั
น ระหว่
างฝ่
ายที่
ต้
องการแรงงานกั
บฝ่
ายที่
ต้
องการค่
าจ้
าง สํ
าหรั
บอั
ตราค่
าจ้
างแรงงานมี
ทั
งจ้
างตามหน่
วย และเหมาจ่
าย อั
ตราค่
าจ้
างที่
คิ
ดตาม
หน่
วยโดยประมาณของไม้
เรี
ยงในช่
วงนี
จํ
าแนกดั
งนี