149
สามรถตอบสนองความพอเพี
ยงของทุ
กคนได้
เนื่
องจากลั
กษณะของการใช้
ประโยชน์
จาก
ธรรมชาติ
เป็
นไปในระดั
บการบริ
โภคเท่
านั
้
น ทํ
าให้
ทรั
พยากรธรรมชาติ
ที่
มี
อยู ่
สามารถทดแทน
ตั
วเองและรองรั
บความต้
องการของชุ
มชนได้
และเงื่
อนไขที่
สํ
าคั
ญอี
กประการหนึ
่
ง คื
อ สิ
ทธิ
การ
ใช้
ประโยชน์
จากทรั
พยากรธรรมชาติ
ของชุ
มชน ย ั
งไม่
ถู
กจํ
ากั
ดตามกฎหมายของรั
ฐ ทํ
าให้
ทรั
พยากรธรรมชาติ
เป็
นส่
วนหนึ
่
งของชุ
มชน เป็
นสมบั
ติ
ที่
คนในชุ
มชนดู
แลและใช้
ประโยชน์
ร่
วมกั
น ดั
งนั
้
น จึ
งเห็
นได้
ว่
าสิ ่
งแวดล้
อมและทรั
พยากรธรรมชาติ
ที่
อุ
ดมสมบู
รณ์
ทํ
าให้
ชุ
มชนไม้
เรี
ยงในอดี
ตสามารถดํ
ารงอยู
่
ในวิ
ถี
การผลิ
ตแบบพอเพี
ยงได้
เป็
นอย่
างดี
2.7 ชุ
มชนไม้
เรี
ยงกั
บความเป็
นอิ
สระทางด้
านอาชี
พ
ชุ
มชนไม้
เรี
ยงมี
ลั
กษณะโครงสร้
างทางสั
งคมที่
มี
ความเป็
นอิ
สระของระบบ
เศรษฐกิ
จในชุ
มชนมี
ประเพณี
วั
ฒนธรรมเป็
นกลไกที่
ควบคุ
มให้
ทุ
กคนดํ
าเนิ
นการผลิ
ตแบบพอเพี
ยง
เพื่
อให้
ทุ
กคนอยู
่
รอด เป็
นกลไกที่
ถู
กสร้
างขึ
้
นเป็
นเครื
อข่
าย ส่
งผลให้
ระบบเศรษฐกิ
จชุ
มชน
ขั
บเคลื่
อนไปอย่
างมี
ดุ
ลยภาพ ทํ
าให้
ผู
้
คนในชุ
มชนมี
อํ
านาจในการควบคุ
มระบบเศรษฐกิ
จของ
ตนเอง มี
อํ
านาจในการตั
ดสิ
นใจในการกํ
าหนดเป้
าหมายและแนวทางของระบบเศรษฐกิ
จ และมี
อํ
านาจอิ
สระในการกํ
าหนดความสั
มพั
นธ์
ของระบบเศรษฐกิ
จ ไม่
ว่
าจะเป็
นในด้
านการผลิ
ต การ
แลกเปลี่
ยนหรื
อการบริ
โภค ความเป็
นอิ
สระของระบบเศรษฐกิ
จชุ
มชนนี
้
เองที่
ทํ
าให้
กลไกต่
าง ๆ
ทํ
างานไปอย่
างสอดประสานกั
น แต่
การสื
บสานระบบเศรษฐกิ
จของชุ
มชนไม้
เรี
ยงก็
เริ
่
มมี
การ
เปลี่
ยนแปลงไม่
สามารถดํ
าเนิ
นต่
อไปอย่
างเป็
นอิ
สระเมื่
อมี
การเปลี่
ยนแปลงในระดั
บมหภาคที่
เริ ่
ม
ก่
อตั
วขึ
้
นจากอิ
ทธิ
พลของกระแสทุ
นนิ
ยมในสั
งคมไทย ทํ
าให้
ระบบเศรษฐกิ
จชุ
มชนเริ
่
มถู
กดึ
งเข้
าสู
่
ความสั
มพั
นธ์
กั
บระบบเศรษฐกิ
จกระแสทุ
น ส่
งผลให้
ระบบเศรษฐกิ
จชุ
มชนเกิ
ดการเปลี่
ยนแปลง
จากวิ
ถี
การผลิ
ตแบบพอเพี
ยงของชุ
มชนเข้
าสู
่
การผลิ
ตเพื่
อการค้
า ระบบเศรษฐกิ
จแบบใหม่
นี
้
มี
การก่
อตั
วอย่
างรวดเร็
วจนสามารถการดึ
งชุ
มชนเข้
าสู
่
เศรษฐกิ
จแบบทุ
นนิ
ยม และทํ
าให้
ชุ
มชนพึ
่
งพา
ภายนอกมากขึ
้
น จนกระทั
่
งความพอเพี
ยงของชุ
มชนเริ
่
มลดลง