๒๒
๕. ขั
้
นนํ
าเสนอผลการศึ
กษาวิ
จั
ย ด้
วยวิ
ธี
พรรณนาวิ
เคราะห์
มี
ภาพประกอบ
๖. คื
นข้
อมู
ลให้
ชุ
มชน นํ
าข้
อมู
ลจากการศึ
กษาวิ
จั
ย เผยแพร่
ให้
ชุ
มชน สถานศึ
กษา
เพื่
อร่
วมฟื
้
นฟู
อนุ
รั
กษ์
ส่
งเสริ
มประเพณี
สวดด้
านต่
อไป
๔.๑ ผลการวิ
จั
ย
๔.๑.๑ บริ
บทชุ
มชน
จั
งหวั
ดนครศรี
ธรรมราช ได้
ชื่
อว่
าเป็
นเมื
องเก่
าแก่
ที่
เคยมี
ความเจริ
ญรุ
่
งเรื
องทั
้
งใน
เรื่
องเศรษฐกิ
จ สั
งคม การเมื
อง การปกครอง เป็
นสถานี
การค้
าสํ
าคั
ญของคาบสมุ
ทรไทยเป็
นจุ
ด
พั
กถ่
ายซื
้
อสิ
นค้
าระหว่
างตะวั
นออกกั
บตะวั
นตก ไม่
น้
อยกว่
า ๑,๘๐๐ ปี
มาแล้
ว ดั
งปรากฎให้
เห็
นใน
พุ
ทธศตวรรษที่
๑๗-๑๙ จั
งหวั
ดนครศรี
ธรรมราช มี
ความเจริ
ญรุ
่
งเรื
องสู
งสุ
ด และวั
ดพระมหาธาตุ
วรมหาวิ
หาร เป็
นศู
นย์
กลางแห่
งพุ
ทธศาสนา เป็
นที่
ประดิ
ษฐานพระบรมสารี
ริ
กธาตุ
ของพระพุ
ทธเจ้
า
ด้
วยความเลื่
อมใส ศรั
ทธา ทํ
าให้
พุ
ทธศาสนิ
กชนจากทุ
กสารทิ
ศได้
เดิ
นทางมาสั
กการะ ซึ
่
งการเดิ
นทาง
ในสมั
ยก่
อนคมนาคมขนส่
งไม่
สะดวก ทํ
าให้
ผู
้
คนที่
เดิ
นทางมาสั
กการะพระบรมมหาธาตุ
จะต้
องมา
พั
กค้
างแรมที
่
ว ั
ดพระมหาธาตุ
วรมหาวิ
หาร โดยจะพั
กบริ
เ วณพระระ เ บี
ยง ในวิ
หารคด
(พระครู
สิ
ริ
ธรรมานุ
ศาสน์
, ให้
สั
มภาษณ์
) ในระหว่
างที่
รอพระมาเทศนนานั
้
น จะมี
ผู
้
นํ
าสวดด้
านซึ
่
ง
เป็
นผู
้
ที่
อ่
านหนั
งสื
อออก นํ
าหนั
งสื
อมาอ่
านร้
อยกรอง(สวด) ให้
ผู
้
คนที
่
นั
่
งรอพระได้
ฟั
ง ทํ
าให้
เกิ
ด
ความสนุ
ก ไม่
เบื่
อหน่
ายอี
กทั
้
งได้
แง่
คิ
ด คติ
สอนใจจากบทสวดที่
ได้
ฟั
ง ต่
อมาระยะหลั
งได้
สู
ญหายไป
ประมาณเกื
อบจะ๒๐ปี
มาแล้
ว(ชาลี
ศิ
ลปะรั
ศมี
,ให้
สั
มภาษณ์
) และในปั
จจุ
บั
นจั
งหวั
ดนครศรี
ธรรมราชถื
อว่
า
เป็
นจั
งหวั
ดที่
มี
สภาพทางภู
มิ
ศาสตร์
และสภาพทางเศรษฐกิ
จ และศู
นย์
กลางทางการศึ
กษา จั
ดอยู
่
ใน
ระดั
บต้
นของ ๑๔
จั
งหวั
ดภาคใต้
ด้
วยปั
จจั
ยดั
งกล่
าวส่
งผลให้
ผู
้
คนอพยพมาตั
้
งถิ ่
นฐานมาศึ
กษาเล่
าเรี
ยน
จํ
านวนมาก ผู
้
นํ
าชุ
มชนปรั
บตั
วท่
ามกลางกระแสทุ
นนิ
ยมที่
มุ ่
งเน้
นแก้
ปั
ญหาทางเศรษฐกิ
จการเมื
อง
มากกว่
าส่
งเสริ
มทางด้
านวั
ฒนธรรม สายสั
มพั
นธ์
ของคนในสั
งคมลดน้
อยลงมากหรื
อแทบจะไม่
มี
ด้
วยปั
จจั
ยแห่
งการพั
ฒนาจึ
งส่
งผลให้
ศั
กยภาพด้
านประเพณี
และวั
ฒนธรรมดั
้
งเดิ
ม
สู
ญหายไป และในกรณี
ของประเพณี
สวดด้
านก็
ได้
สู
ญหายไปเป็
นเวลาที่
เนิ
่
นนาน สื
บเนื่
องจาก
กระแสของการพั
ฒนาด้
านปั
จจั
ยพื
้
นฐานด้
านโครงสร้
าง ทํ
าให้
การเดิ
นทางไปมาที่
วั
ดพระมหาธาตุ
วรมหาวิ
หาร มี
ความสะดวกและรวดเร็
ว ไม่
จํ
าเป็
นต้
องมาพั
กค้
างอ้
างแรมเหมื
อนสมั
ยเมื่
อก่
อน
ประเพณี
สวดด้
านที่
เคยมี
โดยผู
้
คนเข้
ามาพั
กค้
างและใช้
วิ
ธี
สวดด้
านเพื่
อรอคอย ได้
หายไปเพราะผู
้
คน
จะมองว่
าไม่
มี
ความจํ
าเป็
นจะต้
องปฏิ
บั
ติ
อย่
างนั
้
น ประกอบกั
บผู
้
นํ
าที่
เคยมี
ซึ
่
งเป็
นผู
้
นํ
าตามธรรมชาติ
ไม่
มี
การส่
งเสริ
มผู
้
นํ
าสวดอย่
างเป็
นระบบ ได้
ล้
มหายตายจากไปหมดแล้
ว จึ
งไม่
มี
การรื
้
อฟื
้
นขึ
้
นมา
และจากการศึ
กษาค้
นคว้
าในเชิ
งลึ
ก สามารถสรุ
ปปั
จจั
ยที่
ทํ
าให้
ประเพณี
สวดด้
านได้
หายไปจากสั
งคม
วั
ดพระมหาธาตุ
วรมหาวิ
หาร ด้
วยปั
จจั
ยดั
งนี
้