Page 65 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

ศึ
กษาประเพณี
การแต
งงานแบบดั้
งเดิ
มของชาวมุ
สลิ
มในจั
งหวั
ดสตู
ล :
กรณี
ศึ
กษา “เบิ
รซั
นดิ
ง”
๕๙
๔.๒ ข้
อสรุ
๔.๒.๑ จากการดํ
าเนิ
นโครงการวิ
จั
ยเรื่
องประเพณี
การแต่
งงานแบบดั
งเดิ
มของชาวมุ
สลิ
มใน
จั
งหวั
ดสตู
ล:กรณี
ศึ
กษา “เบิ
รซั
นดิ
ง” (bersanding) โดยการให้
เครื
อข่
ายทางวั
ฒนธรรม คื
อสภาวั
ฒนธรรม
และแกนนํ
าชุ
มชน ตลอดจนชาวบ้
านที่
อยู
ในชุ
มชน เข้
ามามี
ส่
วนร่
วมในการดํ
าเนิ
นการวิ
จั
ย ทํ
าให้
เกิ
ความสั
มพั
นธ์
อั
นดี
ต่
อกั
น มี
การแลกเปลี่
ยนความรู
เกี่
ยวกั
บประเพณี
และวั
ฒนธรรมท้
องถิ
น ส่
งผลให้
บุ
คลากรในสํ
านั
กงานวั
ฒนธรรม และเครื
อข่
ายสภาวั
ฒนธรรมเกิ
ดความเข้
าใจเกี่
ยวกั
บวิ
ถี
ชี
วิ
ตของคนใน
ชุ
มชน รวมทั
งคนในชุ
มชน ก็
มี
ความเข้
าใจว่
าการดํ
าเนิ
นงานวั
ฒนธรรม จะสํ
าเร็
จได้
ด้
วยดี
นั
นต้
องอาศั
ความร่
วมมื
อจากคนในท้
องถิ
น จากผลของการมี
ส่
วนร่
วมดั
งกล่
าว เมื่
อคนในชุ
มชนตระหนั
กถึ
ความสํ
าคั
ญของงานวั
ฒนธรรมแล้
ว จะส่
งผลให้
การดํ
าเนิ
นงานวั
ฒนธรรมร่
วมกั
บชุ
มชนในคราวต่
อไปมี
ประสิ
ทธิ
ภาพและประสิ
ทธิ
ผลยิ
งขึ
๔.๒.๒ การเบิ
รซั
นดิ
ง (Bersanding) เป็
นส่
วนหนึ
งของประเพณี
การแต่
งงานแบบดั
งเดิ
มของชาว
มุ
สลิ
ม โดยการให้
คู
บ่
าวสาวขึ
นไปนั
งเคี
ยงคู
กั
นบนบั
ลลั
งก์
ที่
มี
การตกแต่
งอย่
างสวยงาม วั
ตถุ
ประสงค์
ของ
ประเพณี
การแต่
งงานแบบดั
งเดิ
ม คื
อเพื่
อให้
ผู
ที่
มาร่
วมงานได้
ชมความงามของคู
บ่
าวสาว สร้
างความ
ตื่
นเต้
นให้
กั
บผู
ชมและคู
บ่
าวสาวที่
ย ั
งไม่
เคยรู
จั
กกั
นมาก่
อน เป็
นการพบปะสร้
างความสั
มพั
นธ์
อั
นดี
ระหว่
างญาติ
พี่
น้
องของทั
งสองฝ่
าย และที่
สํ
าคั
ญเป็
นการสื
บทอดประเพณี
อั
นดี
งามของท้
องถิ
นที่
คนรุ
ก่
อนเคยปฏิ
บั
ติ
กั
นมา
๔.๒.๓ ปั
จจุ
บั
นประเพณี
การแต่
งงานแบบดั
งเดิ
มของชาวมุ
สลิ
มในจั
งหวั
ดสตู
ลย ั
งไม่
ได้
สู
หายไปจากชุ
มชน แต่
มี
การปรั
บเปลี่
ยนประยุ
กต์
รู
ปแบบของการปฏิ
บั
ติ
ให้
แตกต่
างไปจากเดิ
ม เนื่
องจาก
การรั
บวั
ฒนธรรมของชาวตะวั
นตก และปั
จจั
ยอื่
นๆ ที่
เข้
ามามี
บทบาทต่
อความคิ
ด ค่
านิ
ยม ของคนใน
ชุ
มชน สาเหตุ
ที่
ไม่
นิ
ยมจั
ดงานแต่
งงานดั
งกล่
าวเหมื
อนในสามจั
งหวั
ดชายแดนภาคใต้
คื
อ เนื่
องจาก
ปั
จจุ
บั
นผู
นํ
าศาสนาในท้
องถิ
นไม่
เห็
นด้
วยกั
บการจั
ดประเพณี
การแต่
งงานดั
งกล่
าวและบอกว่
าไม่
ได้
เป็
นสิ
ที่
บั
ญญั
ติ
ไว้
ในหลั
กการอิ
สลาม จึ
งทํ
าให้
การจั
ดงานแต่
งงานแบบดั
งเดิ
มมี
ให้
พบเห็
นน้
อยลง
๔.๒.๔ จากการสํ
ารวจข้
อมู
ลเกี่
ยวกั
บประเพณี
การแต่
งงานแบบดั
งเดิ
มของชาวมุ
สลิ
มกั
หลั
กการของศาสนาอิ
สลาม พบว่
า ในส่
วนของการเบิ
รซั
นดิ
ง (การให้
คู
บ่
าวสาวขึ
นไปนั
งเคี
ยงคู
กั
นบน
บั
ลลั
งก์
) นั
นไม่
ผิ
ดหลั
กศาสนาอิ
สลามเพราะคู
บ่
าวสาวได้
ผ่
านการทํ
าพิ
ธี
การแต่
งงานตามหลั
กศาสนา
มาแล้
ว แต่
มี
การปฏิ
บั
ติ
บางอย่
างในงานแต่
งงานที่
ผิ
ดต่
อหลั
กการของศาสนา เช่
น การตี
กลองสองหน้
าใน
ขบวนแห่
เจ้
าบ่
าว ความใกล้
ชิ
ดสนิ
ทสนมกั
นจนเกิ
นควรของหนุ ่
มสาวที่
มาร่
วมงาน การร้
องรํ
าทํ
าเพลง
ปั
จจุ
บั
นสิ
งเหล่
านี
ก็
ไม่
ได้
นํ
ามาปฏิ
บั
ติ
ในชุ
มชนมุ
สลิ
มอี
กต่
อไป
๔.๒.๕ คนในชุ
มชนต้
องการให้
มี
การอนุ
รั
กษ์
ฟื
นฟู
และเผยแพร่
ประเพณี
การแต่
งงานแบบ
ดั
งเดิ
ม เพราะแสดงถึ
งความเป็
นเอกลั
กษณ์
ของคนในชุ
มชน และเป็
นการส่
งเสริ
มให้
คนในชุ
มชน
ตระหนั
กถึ
งความสํ
าคั
ญของประเพณี
แบบดั
งเดิ
มที่
คนรุ ่
นก่
อนเคยปฏิ
บั
ติ
กั
นมา เพราะปั
จจุ
บั
นนี
สั
งคมของ