๑
บทที่
๑
บทนํ
า
๑.๑ ความเป็
นมาของปั
ญหาในการวิ
จั
ย
“อั
นชาติ
ใดไร้
ช่
างชํ
านาญศิ
ลป
เหมื
อนนาริ
นไร้
โฉมประโลมสง่
า
ใครใครเห็
นไม่
เป็
นที
่
จํ
าเริ
ญตา
เขาจะพากั
นเย้
ยให้
อั
บอาย
ศิ
ลปกรรมนํ
าใจให้
สร่
างโศก
ช่
วยป ั
ดเทาทุ
กข์
ในโลกให้
เหื
อดหาย
จํ
าเริ
ญตาพาใจให้
สบาย
อี
กร่
างกายก็
พลอยสุ
ขให้
สราญ
แม้
ผู
้
ใดไม่
นิ
ยมชมสิ่
งงาม
เมื
่
อถึ
งยามเศร้
าอุ
ราน่
าสงสาร
เพราะขาดเครื
่
องระง ั
บดั
บรํ
าคาญ
โอสถใดจะสมานซึ
่
งดวงใจ”
อั
นเชิ
ญพระราชนิ
พนธ์
บทกลอนของพระบาทสมเด็
จพระมงกุ
ฎเกล้
าเจ้
าอยู
่
หั
ว (อ้
างใน
วั
ฒนะ จู
ฑะวิ
ภาต. ๒๕๓๕ : ๑๗) ได้
กล่
าวถึ
งงานศิ
ลปะว่
าเป็
นสิ่
งที
่
เชิ
ดชู
และนํ
าพามาสู
่
การ
จรรโลงใจและสร้
างภาพลั
กษณ์
ที
่
ดี
ให้
แก่
ชุ
มชนในที
่
สุ
ด ศิ
ลปะซึ
่
งมี
จุ
ดกํ
าเนิ
ดและเชื
่
อมโยงกั
บวิ
ถี
ชุ
มชนชั
ดเจนที
่
สุ
ดคงจะหนี
ไม่
พ้
น ศิ
ลปะพื
้
นบ้
าน (Folk Art) อั
นเป็
นองค์
ประกอบแขนงใหญ่
แขนง
หนึ
่
งของวั
ฒนธรรมพื
้
นบ้
าน หมายถึ
งสิ่
งต่
างๆ ที
่
ชนในพื
้
นที
่
นั
้
นๆ สร้
างขึ
้
น ซึ
่
งมี
ความหมายต่
อการ
ดํ
ารงชี
วิ
ตและมี
คุ
ณค่
าในการบํ
ารุ
งขวั
ญ (Folk art is man-made objects with Function ;
beauty and design with soul) ซึ
่
งเกิ
ดขึ
้
นมาพร้
อมๆ กั
บชาวบ้
าน โดยที
่
ชาวบ้
านพยายามสร้
าง
ขึ
้
นเพื
่
อประโยชน์
โดยตรงและเห็
นพ้
องต้
องกั
นว่
ามี
ความเหมาะสม มี
รู
ปแบบงดงามซึ
่
งอาจจะถื
อตาม
ปริ
มาณของการตกแต่
งเป็
นพื
้
นฐาน สอดคล้
องกั
บแนวความคิ
ดของวิ
บู
ลย์
ลี
้
สุ
วรรณ (๒๕๓๒ : ๓๒)
ที
่
ได้
กล่
าวถึ
งศิ
ลปหั
ตถกรรม (Folk Crafts) ว่
าเกิ
ดขึ
้
นจากฝี
มื
อช่
างของคนในท้
องถิ่
นใดท้
องถิ่
นหนึ
่
ง
การประดิ
ษฐ์
สร้
างสรรค์
เป็
นไปตามเทคนิ
คและรู
ปแบบที
่
ถ่
ายทอดกั
นในครอบคร ั
วโดยตรงจากพ่
อแม่
ปู
่
ย่
า ตา ยาย โดยมี
จุ
ดประสงค์
หลั
กคื
อ ทํ
าเพื
่
อใช้
สอยในชี
วิ
ตประจํ
าวั
น งานศิ
ลปหั
ตถกรรมมี
อิ
ทธิ
พลแก่
กั
นและกั
น เช่
นเดี
ยวกั
บคติ
พื
้
นบ้
าน หากแต่
ต้
องได้
ร ั
บการปร ั
บให้
เข้
ากั
บสภาพเฉพาะถิ่
น
จนเกิ
ดเป็
นเอกลั
กษณ์
เฉพาะถิ่
นของตนเอง
วิ
บู
ลย์
ลี
้
สุ
วรรณ (๒๕๓๘ : ๓๕) ได้
ให้
แนวความคิ
ดว่
า มนุ
ษย์
สร้
างสรรค์
งานหั
ตถกรรม
ขึ
้
นมาก็
เพื
่
อประโยชน์
ใช้
สอยทั
้
งทางกายและทางจิ
ตใจเป็
นสํ
าคั
ญ จากการประดิ
ษฐ์
คิ
ดค้
นที
่
กระทํ
า
สื
บต่
อกั
นมาเป็
นเวลานั
บพั
นปี
ช่
วยให้
มนุ
ษย์
เกิ
ดความชํ
านาญ และเรี
ยนรู
้
ในการเลื
อกสรรวั
ตถุ
ดิ
บ
เรี
ยนรู
้
ในการปร ั
บปรุ
งพั
ฒนารู
ปแบบของหั
ตถกรรมประเภทต่
างๆ ให้
สามารถสนองประโยชน์
ได้
สมบู
รณ์
ที
่
สุ
ดเท่
าที
่
จะทํ
าได้
และเมื
่
อหั
ตถกรรมนั
้
นๆ มี
ความสมบู
รณ์
ในการใช้
สอยแล้
ว ความ
ชํ
านาญความจั
ดเจนในกรรมวิ
ธี
จะช่
วยให้
ช่
างหรื
อผู
้
สร้
างงานหั
ตถกรรมประเภทต่
างๆ ได้
พั
ฒนาฝี
มื
อ
ให้
สู
งขึ
้
น ส่
งผลให้
งานหั
ตถกรรมมี
ความงามและมี
คุ
ณค่
าทางศิ
ลปะ เป็
นการพั
ฒนา หั
ตถกรรม