บทที่
๑
บทนํ
า
๑. ความเป็
นมาของปั
ญหาในการวิ
จั
ย
การนํ
าพาประเทศเข้
าสู
่
ความทั
นสมั
ยในการปฏิ
รู
ปประเทศของรั
ชการที่
๕ ในทศวรรษ
๒๔๓๐ เป็
นต้
นมาได้
เริ
่
มต้
นพาประเทศเข้
าสู
่
ประชาคมโลก กระทั
่
งการปฏิ
วั
ติ
เขี
ยว หรื
อการเกษตร
แผนใหม่
หรื
อการเกษตรเชิ
งเดี่
ยว ที่
มุ
่
งการผลิ
ตเพื่
อจํ
าหน่
าย ทํ
าให้
กระแสการปลู
กพื
ชเพี
ยงอย่
าง
เดี
ยว ทํ
านาอย่
างเดี
ยว ทํ
าสวนยางพาราอย่
างเดี
ยวมี
มากขึ
้
น กระทั ่
งกระแสนี
้
ถู
กโหมกระหนํ
่
าด้
วย
แผนพั
ฒนาเศรษฐกิ
จแห่
งชาติ
ฉบั
บที่
๑ พ.ศ.๒๕๐๔ สั
งคมไทยทุ
กหย่
อมหญ้
าก็
ให้
ความสํ
าคั
ญกั
บ
กั
บการเพิ
่
มศั
กยภาพในการผลิ
ต ให้
ความสํ
าคั
ญกั
บมู
ลค่
า กระแสนิ
ยมเงิ
นเข้
าไปจั
บเกาะอยู
่
ในจิ
ตใจ
ของผู
้
คนทุ
กระดั
บ ทุ
กคนพยายามไขว่
คว้
าหาเงิ
นอย่
างไม่
มี
สิ
้
นสุ
ด เพราะคิ
ดว่
าเงิ
นคื
อสิ
่
งที่
บั
นดาลทุ
ก
สิ ่
งทุ
กอย่
างได้
สั
งคมไทยเริ
่
มก้
าวกระโดด จากเดิ
มเป็
นวิ
ถี
การผลิ
ตแบบพอเพี
ยง ผลิ
ตเพื่
อการบริ
โภค
ที่
เหลื
อก็
จํ
าหน่
ายจ่
ายแจกและทํ
าบุ
ญ มี
วั
ฒนธรรมภู
มิ
ปั
ญญาของท้
องถิ
่
นเป็
นเครื่
องมื
อสร้
างความสุ
ข
ให้
เกิ
ดขึ
้
นกั
บชุ
มชน แต่
ในระบบคิ
ดแบบใหม่
นี
้
มุ ่
งที่
การผลิ
ตเพื่
อจํ
าหน่
ายเป็
นหลั
ก ความเอื
้
ออาทรที่
เคยมี
ของผู
้
คนลดลงตามลํ
าดั
บ การแบ่
งปั
นกลายเป็
นการซื
้
อขาย พิ
ธี
กรรมความเชื่
อที่
เคยรํ
่
ารวยอยู
่
คู
่
กั
บการผลิ
ตเกี่
ยวกั
บสิ ่
งศั
กดิ
์
สิ
ทธิ
์
พระแม่
โพสพ พระแม่
ธรณี
พระแม่
คงค่
า ผี
ป่
า นางไม้
ถู
กตี
ค่
าเป็
น
เรื่
องงมงายไร้
สาระ เป็
นเรื่
องของคนไม่
มี
การศึ
กษา ทั
้
งที่
สิ
่
งเหล่
านี
้
คื
อเครื่
องมื
อคํ
้
าจุ
นสั
งคมไทยให้
อยู
่
รอดและยื
นอยู
่
ได้
อย่
างมี
ศั
กดิ
์
ศรี
นั
บเวลาเป็
นพั
นปี
แนวทางการพั
ฒนาประเทศที่
ยึ
ดถื
อแผนพั
ฒนาเศรษฐกิ
จและสั
งคมแห่
งชาติ
ถู
กนํ
ามาใช้
ในลั
กษณะนี
้
จนถึ
งแผน ๗ รั
ฐบาลจึ
งเริ ่
มตระหนั
กถึ
งปั
ญหาของประเทศและสั
งคม ความสุ
ขไม่
ได้
เกิ
ดขึ
้
นเพราะมี
เงิ
นจํ
านวนมาก ความเจ็
บไข้
ได้
ป่
วยไม่
ใช่
แก้
ไขด้
วยการสร้
างโรงพยาบาล ความ
ตระหนั
กดั
งกล่
าวเกิ
ดขึ
้
นเมื่
อปั
ญหาของประเทศตามแนวทางการพั
ฒนาแบบเดิ
มถึ
งทางตั
น และ
นั
บวั
นปั
ญหาต่
าง ๆ ก็
เกิ
ดขึ
้
นอย่
างทบทวี
การพั
ฒนาที่
ผ่
านมาได้
ทํ
าลายรากฐานของประเทศ
โดยเฉพาะฐานวั
ฒนธรรม ภู
มิ
ปั
ญญาท้
องถิ
่
นลงอย่
างย ั
บเยิ
น ผู
้
คนในท้
องถิ
่
นเริ
่
มไม่
รู
้
จั
กชี
วิ
ตแบบเดิ
ม
ลู
กหลานที่
ถู
กส่
งไปรํ
่
าเรี
ยนในเมื
องใหญ่
ไม่
รู
้
จั
กชุ
มชนตั
วเอง ลื
มรากเหง้
าของตั
วเอง เพราะมั
วแต่
เรี
ยนรู
้
ถึ
งเรื่
องราวประเทศของเรา - เพื่
อนบ้
านของเรา – โลกของเรา ความรู
้
ที่
ได้
ไปรํ
่
าเรี
ยนก็
มั
กถู
ก
นํ
าพาเข้
าสู
่
ตลาดแรงงานที่
รั
บใช้
ระบบทุ
น
อย่
างไรก็
ตามเมื่
อเริ
่
มต้
นการใช้
แผนพั
ฒนาเศรษฐกิ
จและสั
งคมฉบั
บที่
๘ ๙ และ ๑๐ (ที่
กํ
าลั
งจะถึ
ง) และการได้
มาซึ
่
งรั
ฐธรรมนู
ญแห่
งราชอาณาจั
กรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ กระแสของการ
พั
ฒนาก็
ได้
เบนเข็
มออกจากวิ
ธี
เดิ
ม ซึ
่
งให้
ความสํ
าคั
ญกั
บความเป็
นมนุ
ษย์
และให้
เน้
นการพั
ฒนาคน
มากยิ ่
งขึ
้
น ให้
ความสํ
าคั
ญกั
บคุ
ณค่
ามากกว่
ามู
ลค่
า ให้
ความคุ
้
มครองมนุ
ษย์
และสิ
ทธิ
ของชุ
มชน
โดยเฉพาะในเรื่
องของวั
ฒนธรรมและภู
มิ
ปั
ญญาท้
องถิ
่
นไว้
อย่
างชั
ดเจน ภาวการณ์
เช่
นนี
้
การ