บทที่
๓
ประเพณี
๒ ศาสนา : การสร้
างตั
วตนของคนตะโหมด
ความพยายามในการอธิ
บายในประเด็
นต่
อไปนี
้
เป็
นการศึ
กษาที่
ผู
้
วิ
จั
ยได้
จากการสั
งเกต
การเข้
าร่
วมงานประเพณี
๒ ศาสนา สั
มภาษณ์
ชาวบ้
านในตะโหมด รวมถึ
งการเข้
าไปมี
ส่
วนร่
วมใน
กิ
จกรรมอื่
น ๆ ที่
คนตะโหมดจั
ดขึ
้
น เป็
นการอธิ
บายเพื่
อทํ
าความเข้
าใจเกี่
ยวกั
บประเด็
นต่
าง ๆ
ดั
งต่
อไปนี
้
คื
อ การก่
อเกิ
ด การคงอยู
่
คุ
ณค่
าและความสํ
าคั
ญ รวมถึ
งทิ
ศทางในอนาคตของประเพณี
สองศาสนาที่
เป็
นมุ
มมองของชาวตะโหมดที่
นั
บถื
อศาสนาพุ
ทธ และชาวตะโหมดที่
นั
บถื
อศาสนา
อิ
สลามในปั
จจุ
บั
น
การศึ
กษาในประเด็
นที่
กล่
าวมาจะมี
ความสั
มพั
นธ์
กั
บบริ
บทพื
้
นฐานของชุ
มชนอย่
าง
แยกกั
นไม่
ออก ทั
้
งนี
้
เพราะบริ
บทพื
้
นฐานของชุ
มชนตะโหมดได้
ส่
งผลให้
ชาวตะโหมดมี
วิ
ธี
คิ
ด
เกี่
ยวกั
บการดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตของพวกเขาในรู
ปแบบที่
สั
มพั
นธ์
อยู
่
กั
บบริ
บทเหล่
านั
้
น และแน่
นอนว่
า
ประเพณี
๒ ศาสนาไม่
ได้
เกิ
ดขึ
้
นและดํ
ารงอยู
่
อย่
างโดดเดี่
ยวท่
ามกลางชุ
มชน ย ั
งมี
ประเพณี
และ
กิ
จกรรมอื่
น ๆ ที่
ชาวตะโหมดดํ
ารงไว้
เป็
นวิ
ถี
ชี
วิ
ตจนไม่
สามารถแยกประเพณี
๒ ศาสนา มาศึ
กษา
แบบแยกส่
วนได้
อย่
างไรก็
ตามเมื่
อผู
้
วิ
จั
ยได้
ใช้
ประเพณี
๒ ศาสนา เป็
นแกนกลางการศึ
กษาชุ
มชน
ตะโหมด ก็
จะพยายามทํ
าให้
ประเด็
นนี
้
ชั
ดเจนที่
สุ
ด ดั
งมี
รายละเอี
ยดต่
อไปนี
้
การก่
อเกิ
ดของประเพณี
๒ ศาสนา
เงื่
อนไขเบื
้
องลึ
กเกี่
ยวกั
บประเด็
นการเกิ
ดขึ
้
นของประเพณี
๒ ศาสนาเนื่
องจากความเชื่
อ
เรื่
องผี
บรรพบุ
รุ
ษ ที่
ทั
้
งผู
้
คนที่
นั
บถื
อทั
้
งศาสนาพุ
ทธและศาสนาอิ
สลามมี
ความเชื่
อเรื่
องนี
้
ในลั
กษณะ
ที่
ใกล้
เคี
ยงกั
น ความเชื่
อเรื่
องผี
บรรพบุ
รุ
ษเป็
นความเชื่
อดั
้
งเดิ
มของชาวบ้
านในชุ
มชนต่
าง ๆ ทั ่
วทั
้
ง
เอเชี
ยตะวั
นออกเฉี
ยงใต้
ก่
อนที่
จะมี
การนั
บถื
อศาสนาหลั
ก (พราหมณ์
พุ
ทธ อิ
สลาม) ความเชื่
อเรื่
อง
นี
้
กลายเป็
นการผสมผสานทางวั
ฒนธรรมหลั
งจากศาสนาหลั
กเข้
ามา โดยเชื่
อกั
นว่
าสั
งคมในภาคใต้
ที่
มี
การรั
บวั
ฒนธรรมจากอิ
นเดี
ย ที่
เริ ่
มต้
นตั
้
งแต่
ประมาณพุ
ทธศตวรรษที่
๗ หลั
งการรั
บวั
ฒนธรรม
อิ
นเดี
ยชาวบ้
านได้
ผสมผสานเอาความเชื่
อของอิ
นเดี
ย มาผนวกกั
บความเชื่
อดั
้
งเดิ
มของตั
วเอง และ
สามารถสร้
างรู
ปแบบทางวั
ฒนธรรมที่
มี
ลั
กษณะเฉพาะถิ ่
นขึ
้
นมา เช่
น การที่
คนในนครศรี
ธรรมราช
ได้
ทํ
าให้
ความเชื่
อเรื่
องผี
บรรพบุ
รุ
ษผสมผสานกั
บวั
ฒนธรรมอิ
นเดี
ย และได้
สร้
างประเพณี
วั
นสารท
เดื
อนสิ
บและได้
พั
ฒนาต่
อไปจนกลายเป็
นอั
ตลั
กษณ์
ของคนในนครศรี
ธรรมราชจนถึ
งปั
จจุ
บั
น หรื
อ
การที่
คนที่
นั
บถื
อศาสนาพุ
ทธส่
วนใหญ่
ในพื
้
นที่
ภาคใต้
นํ
าเอาความเชื่
อเรื่
องการนั
บถื
อผี
บรรพบุ
รุ
ษ
ผสมผสานกั
บความเชื่
อทางศาสนาพราหมณ์
– ฮิ
นดู
และศาสนาพุ
ทธได้
อย่
างผสมกลมกลื
น กรณี
นี
้
สั
งเกตได้
จากบ้
านเรื
อนของชาวบ้
านที่
นั
บถื
อศาสนาพุ
ทธในปั
จจุ
บั
นจํ
านวนมากมี
การตั
้
งศาลพระ