Page 68 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

บทที่
ประเพณี
๒ ศาสนา : การสร้
างตั
วตนของคนตะโหมด
ความพยายามในการอธิ
บายในประเด็
นต่
อไปนี
เป็
นการศึ
กษาที่
ผู
วิ
จั
ยได้
จากการสั
งเกต
การเข้
าร่
วมงานประเพณี
๒ ศาสนา สั
มภาษณ์
ชาวบ้
านในตะโหมด รวมถึ
งการเข้
าไปมี
ส่
วนร่
วมใน
กิ
จกรรมอื่
น ๆ ที่
คนตะโหมดจั
ดขึ
น เป็
นการอธิ
บายเพื่
อทํ
าความเข้
าใจเกี่
ยวกั
บประเด็
นต่
าง ๆ
ดั
งต่
อไปนี
คื
อ การก่
อเกิ
ด การคงอยู
คุ
ณค่
าและความสํ
าคั
ญ รวมถึ
งทิ
ศทางในอนาคตของประเพณี
สองศาสนาที่
เป็
นมุ
มมองของชาวตะโหมดที่
นั
บถื
อศาสนาพุ
ทธ และชาวตะโหมดที่
นั
บถื
อศาสนา
อิ
สลามในปั
จจุ
บั
การศึ
กษาในประเด็
นที่
กล่
าวมาจะมี
ความสั
มพั
นธ์
กั
บบริ
บทพื
นฐานของชุ
มชนอย่
าง
แยกกั
นไม่
ออก ทั
งนี
เพราะบริ
บทพื
นฐานของชุ
มชนตะโหมดได้
ส่
งผลให้
ชาวตะโหมดมี
วิ
ธี
คิ
เกี่
ยวกั
บการดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตของพวกเขาในรู
ปแบบที่
สั
มพั
นธ์
อยู
กั
บบริ
บทเหล่
านั
น และแน่
นอนว่
ประเพณี
๒ ศาสนาไม่
ได้
เกิ
ดขึ
นและดํ
ารงอยู
อย่
างโดดเดี่
ยวท่
ามกลางชุ
มชน ย ั
งมี
ประเพณี
และ
กิ
จกรรมอื่
น ๆ ที่
ชาวตะโหมดดํ
ารงไว้
เป็
นวิ
ถี
ชี
วิ
ตจนไม่
สามารถแยกประเพณี
๒ ศาสนา มาศึ
กษา
แบบแยกส่
วนได้
อย่
างไรก็
ตามเมื่
อผู
วิ
จั
ยได้
ใช้
ประเพณี
๒ ศาสนา เป็
นแกนกลางการศึ
กษาชุ
มชน
ตะโหมด ก็
จะพยายามทํ
าให้
ประเด็
นนี
ชั
ดเจนที่
สุ
ด ดั
งมี
รายละเอี
ยดต่
อไปนี
การก่
อเกิ
ดของประเพณี
๒ ศาสนา
เงื่
อนไขเบื
องลึ
กเกี่
ยวกั
บประเด็
นการเกิ
ดขึ
นของประเพณี
๒ ศาสนาเนื่
องจากความเชื่
เรื่
องผี
บรรพบุ
รุ
ษ ที่
ทั
งผู
คนที่
นั
บถื
อทั
งศาสนาพุ
ทธและศาสนาอิ
สลามมี
ความเชื่
อเรื่
องนี
ในลั
กษณะ
ที่
ใกล้
เคี
ยงกั
น ความเชื่
อเรื่
องผี
บรรพบุ
รุ
ษเป็
นความเชื่
อดั
งเดิ
มของชาวบ้
านในชุ
มชนต่
าง ๆ ทั ่
วทั
เอเชี
ยตะวั
นออกเฉี
ยงใต้
ก่
อนที่
จะมี
การนั
บถื
อศาสนาหลั
ก (พราหมณ์
พุ
ทธ อิ
สลาม) ความเชื่
อเรื่
อง
นี
กลายเป็
นการผสมผสานทางวั
ฒนธรรมหลั
งจากศาสนาหลั
กเข้
ามา โดยเชื่
อกั
นว่
าสั
งคมในภาคใต้
ที่
มี
การรั
บวั
ฒนธรรมจากอิ
นเดี
ย ที่
เริ ่
มต้
นตั
งแต่
ประมาณพุ
ทธศตวรรษที่
๗ หลั
งการรั
บวั
ฒนธรรม
อิ
นเดี
ยชาวบ้
านได้
ผสมผสานเอาความเชื่
อของอิ
นเดี
ย มาผนวกกั
บความเชื่
อดั
งเดิ
มของตั
วเอง และ
สามารถสร้
างรู
ปแบบทางวั
ฒนธรรมที่
มี
ลั
กษณะเฉพาะถิ ่
นขึ
นมา เช่
น การที่
คนในนครศรี
ธรรมราช
ได้
ทํ
าให้
ความเชื่
อเรื่
องผี
บรรพบุ
รุ
ษผสมผสานกั
บวั
ฒนธรรมอิ
นเดี
ย และได้
สร้
างประเพณี
วั
นสารท
เดื
อนสิ
บและได้
พั
ฒนาต่
อไปจนกลายเป็
นอั
ตลั
กษณ์
ของคนในนครศรี
ธรรมราชจนถึ
งปั
จจุ
บั
น หรื
การที่
คนที่
นั
บถื
อศาสนาพุ
ทธส่
วนใหญ่
ในพื
นที่
ภาคใต้
นํ
าเอาความเชื่
อเรื่
องการนั
บถื
อผี
บรรพบุ
รุ
ผสมผสานกั
บความเชื่
อทางศาสนาพราหมณ์
– ฮิ
นดู
และศาสนาพุ
ทธได้
อย่
างผสมกลมกลื
น กรณี
นี
สั
งเกตได้
จากบ้
านเรื
อนของชาวบ้
านที่
นั
บถื
อศาสนาพุ
ทธในปั
จจุ
บั
นจํ
านวนมากมี
การตั
งศาลพระ