๘๔
ภาษาเพื่
อนํ
าเสนอสารหรื
อข๎
อมู
ล ที่
อาจเป็
นฉาก ทิ
วทั
ศน๑
บุ
คคล วั
ตถุ
อยํ
างใดอยํ
างหนึ่
ง ตลอดจน
สภาวะทางอารมณ๑
ความรู๎
สึ
ก เพื่
อให๎
ผู๎
อํ
านเห็
นภาพ หรื
อเกิ
ดอารมณ๑
ความนึ
กคิ
ดอั
นลุํ
มลึ
ก
(Goldberg, ๑๙๐๐, p. ๕๖) ความพรรณนาจึ
งเป็
นการใช๎
ภาษาที่
เน๎
นอารมณ๑
หรื
อเร๎
าอารมณ๑
หรื
อ
กลํ
าวอี
กนั
ยหนึ่
งก็
คื
อ บทประพั
นธ๑
ที่
เร๎
าใจ ติ
ดตรึ
งอารมณ๑
จะต๎
องใช๎
ความพรรณนาเป็
นสํ
าคั
ญ
ด๎
วยเหตุ
ที่
ในอี
กภาคหนึ่
งของ “นิ
ด นรารั
กษ๑
” คื
อ “อุ
ชเชนี
” กวี
สตรี
ผู๎
ร่ํ
ารวยถ๎
อยคํ
า ทั้
งเปี่
ยมล๎
น
ด๎
วยเชิ
งชั้
นในการเรี
ยงร๎
อยบทกวี
ดั
งได๎
รั
บการยกยํ
องเป็
น “ศิ
ลปิ
นแหํ
งชาติ
” สาขาวรรณศิ
ลป์
ในผลงาน
ประพั
นธ๑
กวี
นิ
พนธ๑
เมื่
อปี
พุ
ทธศั
กราช ๒๕๓๖ บทความเรี
ยงของ “นิ
ด นรารั
กษ๑
” จึ
งมี
จุ
ดเดํ
นในการเรี
ยง
ร๎
อยความพรรณนา อยํ
างที่
กลํ
าวได๎
วํ
าเป็
นวรรณศิ
ลป์
อั
นโดดเดํ
นประการหนึ่
งในผลงานร๎
อยแก๎
วของ
ศิ
ลปิ
นแหํ
งชาติ
ทํ
านนี้
ดั
งเชํ
นความพรรณนาถึ
งสตรี
ผู๎
มี
ชี
วิ
ตอั
นเปี่
ยมล๎
นด๎
วยความสุ
ข
...ผู๎
หญิ
งซึ่
งมองฟ้
าก็
เห็
นแตํ
สี
ครามสดแจ๐
วปุ
ยเมฆขาวสะอ๎
าน ดวงดาวสกาวและเรื
องเดื
อน
อั
นนวลใย มองดิ
นก็
พบแตํ
ดอกไม๎
ลานหญ๎
าเขี
ยวขจี
ธารน้ํ
าใส ผี
เสื้
อและน กที่
พลอดกั
นจู๐
จี๋
เมื่
อรอบตั
วมี
แตํ
ความระรื่
น บริ
สุ
ทธิ์
ผุ
ดผาด จนตนเองเชื่
อสนิ
ทวํ
า ชี
วิ
ตทั่
วๆ ไปได๎
รั
บการ
สร๎
าง สรรค๑
มาให๎
ประณี
ตวิ
จิ
ตรดั
งนั้
นเอง
(
เพี
ยงแค่
เม็
ดทราย
: ชี
วิ
ตจะหยุ
ดเพื่
อสยบได๎
ไฉน?. หน๎
า ๑๙๔)
ความพรรณนาอารมณ๑
ความรู๎
สึ
กของชายนั
กรบ ที่
คุ๎
นเคยกั
บการทํ
าลายเขํ
นฆํ
าอยํ
าง
เหี้
ยมโหด แตํ
หลั
งจากการเข๎
ากระทํ
าย่ํ
ายี
หมูํ
บ๎
านแหํ
งหนึ่
ง มโนธรรมของเขาก็
ถู
กกระตุ๎
นเตื
อนด๎
วย
ความนํ
ารั
กใสบริ
สุ
ทธิ์
ของเด็
กน๎
อยไร๎
เดี
ยงสาที่
หยิ
บยื่
นชํ
อดอกไม๎
ให๎
ด๎
วยไมตรี
ทํ
าให๎
ต๎
องรี
บเรํ
งออก
จากหมูํ
บ๎
านแหํ
งนั้
น ด๎
วยสํ
านึ
กอั
นเจ็
บปวดตํ
อผลการกระทํ
าของตน
หมูํ
บ๎
านนั้
นเหลื
อเพี
ยงจุ
ดนิ
ดเดี
ยวอยูํ
ทางเบื้
องหลั
ง มิ
ช๎
ามั
นก็
เลื
อนหายไปไมํ
เหลื
อ
รํ
องรอยรถของเขากํ
าลั
งแลํ
นอยูํ
หวํ
างทุํ
งที่
ราบเรี
ยบสุ
ดสายตา โดยไมํ
รู๎
ตั
ว เขาหยิ
บดอกไม๎
ชํ
อ
นั
้
นขึ
้
นมาพิ
จารณาอยํ
างเลื
่
อยลอยครุ
ํ
นคิ
ด มั
นเป็
นเพี
ยงดอกไม๎
ตามท๎
องทุ
ํ
งธรรมด า สี
แดงกั
บสี
ขาวสลั
บกั
บกลี
บอั
นบอบบางนุํ
มนวลนํ
าแตะต๎
อง เขาเอานิ้
วหยาบของเขาลู
บไปเบาๆ บนกลี
บ
นั้
น มั
นก็
ลูํ
ไปตามแรงกดของนิ้
ว และอํ
อนพั
บอยูํ
ในลั
กษณะนั้
น ไมํ
ได๎
ชู
กลี
บสดขึ้
นมาอี
ก เพํ
งดู
มั
นด๎
วยความรู๎
สึ
กประหลาด ทั้
งเจ็
บปวดและเสี
ยดาย อยํ
างฉุ
นเฉี
ยว เขาขว๎
างมั
นทั้
งชํ
อ
ออกไปที่
ถนน ครั้
นเหลื
อบแวบไปดู
มั
นเป็
นครั้
งสุ
ดท๎
าย ก็
เห็
นมั
นถลาไปฟุ
บแบบอยูํ
ริ
มทาง
ดอกทุ
กดอกทอดตั
วนิ่
งอยูํ
อยํ
างชอกช้ํ
า สี
แดงกั
บสี
ขาวตั
ดกั
นเห็
นถนั
ดชั
ดเจน เหมื
อนอะไร ?