Page 55 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๔๘
คุ
ณจะเชื่
อผมไหมหรื
อไมํ
เลํ
วํ
าคนเราลงอาจกาจสนาม
ได๎
รู๎
รสสดเชื
อดเลื
อดสงคราม
เหมื
อนไฟลามแลบไหม๎
ทั่
วใจตน
...
(
ขอบฟ้
าขลิ
บทอง
: กวํ
าสบสั
นต๑
สุ
ขแท๎
, หน๎
า ๗๔)
เจ๎
าฝนทองลํ
องลอยผลอยผลอยโพ๎
ใครหยิ
บโยนยั่
วใจให๎
ผวา?
ดู
แพร๎
วแพร๎
วแวววาบปลาบนั
ยน๑
ตา
ชวนถลารี่
ใสํ
ไมํ
รอรั้
(
ดาวผ่
องนภาดิ
น :
ไทยเป็
นทาสหรื
อจึ
งงํ
ายถึ
งขายตั
ว, หน๎
า ๔๘)
๓) การดาเนิ
นเรื่
องในรู
ปแบบ “ลานานิ
ทาน”
บทกวี
นิ
พนธ๑
ของ ‚อุ
ชเชนี
‛ จํ
านวนหนึ่
งใช๎
กลวิ
ธี
เลํ
าเรื่
องโดยบรรยายหรื
อพรรณนา
ความ ด๎
วยบทสนทนาของตั
วละคร ชํ
วยให๎
เรื่
องราวที่
นํ
าเสนอมี
สี
สั
น นํ
าสนใจ ชวนอํ
าน โดยที่
บางบทมี
ทํ
วงทํ
านองของนิ
ทาน หรื
อนวนิ
ยาย หรื
อเรื่
องเลํ
า ลั
กษณะเชํ
นนี้
เป็
นกลวิ
ธี
ที่
“อุ
ชเชนี
” รั
บมาจาก ‚ลํ
านํ
นิ
ทาน‛ หรื
อบั
ลลาด (Ballad) ซึ่
งเป็
นรู
ปแบบหนึ่
งของร๎
อยกรองฝรั่
งเศสที่
นิ
ยมกั
นมาก ในคริ
สต๑
ศตวรรษ
ที
๑๔ และ ๑๕ (ราชบั
ณฑิ
ตยสถาน, ๒๕๔๕, หน๎
า ๔๘-๕๑)
การดํ
าเนิ
นเรื่
องในรู
ปแบบดั
งกลํ
าวของ “อุ
ชเชนี
‛ จึ
งเป็
นการนํ
าเสนอบทกวี
นิ
พนธ๑
ไทย
ให๎
มี
รู
ปแบบใหมํ
และหลากหลายขึ้
น ดั
งตั
วอยํ
างตํ
อไปนี้
...
กระตํ
ายโงโผยื
นตื่
นผวา
เอ๐
! นั่
นฟ้
าไหงเปราะกะเทาะหลาย?
สวรรค๑
ปริ
ริ
ลํ
มถลํ
มทลาย
เห็
นจะตายแนํ
กู
อู
! นํ
ากลั
พอออกได๎
ใสํ
อ๎
าวเท๎
าสุ
นั
ทุ
ลี
ทุ
ลั
กหกคว่ํ
าคะมํ
าหั
ฟ้
าจะแยกแตกเปรี้
ยงเป็
นเสี่
ยงนั
จะมามั
วมะงาหราทํ
าไมํ
ดี