๓๔
...
เจํ
าจุ
กซุ
กจิ่
มริ
มทั
บ
ห๎
องหั
บปิ
ดหั
วตั
วหุ๎
ม
ฟ้
าโลํ
งโปรํ
งแหละแตะคลุ
ม
แทนนุํ
มนวลนิ่
มอิ่
มทรวง
...
(
ขอบฟ้
าขลิ
บทอง :
หนาวกาย หนาวใจจาบั
ลย๑
. . . , หน๎
า ๑๑๑)
เข๎
ากอดกกอกกอบให๎
ชอบช่ํ
า
เข๎
ากุ
มกํ
ากราวกรํ
างเหมื
อนอยํ
างหวั
ง
มั
นเสื
อกตั
วรั
วเรี
ยงเคี
ยงประดั
ง
เพี
ยงยํ
ามยุ
มุ
คลั่
งมิ
วายเว๎
น
(
ขอบฟ้
าขลิ
บทอง :
ไทยเป็
นทาสหรื
อจึ
งงํ
ายถึ
งขายตั
ว . . . , หน๎
า ๑๐๘)
ทํ
วงทํ
านองในการนํ
ากลบทมาใช๎
ทั้
งด๎
วยการใช๎
รู
ปแบบกลบทดั้
งเดิ
มและการปรั
บใช๎
ใน
ลั
กษณะเฉพาะตนดั
งกลํ
าวทั้
งหมดนี้
เป็
นสํ
วนอั
นสํ
าคั
ญยิ่
งที่
ทํ
าให๎
ร๎
อยกรองของ ‛อุ
ชเชนี
‛ พริ้
งพราวทั้
ง
ด๎
วยความไพเราะและให๎
อารมณ๑
ละเมี
ยดละไม ดั
งตั
วอยํ
างสํ
วนหนึ่
งที่
ยกมานี้
ทั้
งนี้
ลั
กษณะดั
งกลํ
าวได๎
สํ
งอิ
ทธิ
พลแกํ
กวี
ในรุํ
นตํ
อๆ มาด๎
วย
๑.๒
การใช้
เครื่
องหมายวรรคตอน
ทํ
วงทํ
านองการแตํ
งอั
นเป็
นลั
กษณะโดดเดํ
นอี
กลั
กษณะหนึ่
งของ ‚อุ
ชเชนี
‛ คื
อการ นํ
า
เครื่
องหมายวรรคตอนมาใช๎
ในบทกวี
นิ
พนธ๑
ได๎
อยํ
างสอดคล๎
องกั
บเนื้
อหาและอารมณ๑
ปกติ
บทกวี
นิ
พนธ๑
ไทยไมํ
นิ
ยมใช๎
เครื่
องหมายวรรคตอนใดๆ ทํ
านองเดี
ยวกั
บที่
ไมํ
นิ
ยมใช๎
ในงาน
เขี
ยนร๎
อยแก๎
ว ซึ่
งจะใช๎
เครื่
องหมายบางลั
กษณะเทํ
านั้
น สํ
วนในบทกวี
นั้
น เครํ
งครั
ดการไมํ
ใช๎
เครื่
องหมาย
ยิ่
งกวํ
า แม๎
การใช๎
คํ
าซ้ํ
าก็
ไมํ
นิ
ยมใช๎
ไม๎
ยมก แตํ
จะเขี
ยนซ้ํ
าคํ
า
โดยทั่
วไป “อุ
ชเชนี
” เป็
นกวี
ผู๎
หนึ่
งที่
ยอมรั
บกฎเกณฑ๑
เกี่
ยวกั
บการไมํ
ใช๎
เครื่
องหมายวรรคตอน
ดั
งกลํ
าว แตํ
ในวรรณกรรมร๎
อยกรองของ “อุ
ชเชนี
” ได๎
มี
การใช๎
เครื่
องหมายวรรคตอนในบางลั
กษณะและ
ในบางบทบางตอน รวมทั้
งใช๎
ในชื่
อของบทกวี
ด๎
วย ทั้
งนี้
นํ
าจะเป็
นความ จงใจ ใช๎
เพื่
อมุํ
งเน๎
นอารมณ๑
ความรู๎
สึ
กตามหน๎
าที่
ของเครื่
องหมายวรรคตอนเหลํ
านั้
น เชํ
นใช๎
เครื่
องหมายอั
ศเจรี
ย๑
เพื่
อเน๎
นย้ํ
าความ
ตื่
นเต๎
น ตกใจ หรื
อประหลาดใจ และในบา งครั้
งเพื่
อเน๎
นย้ํ
าข๎
อความให๎
หนั
กแนํ
น หรื
อเพิ่
มน้ํ
าหนั
กหรื
อ