๒๔
ผู้
ซึ่
ง
ไมํ
รู๎
จะเอาตั
ววางไว๎
ตรงใดในโลกอั
นกว๎
างใหญํ
ผู้
ซึ่
ง
ไมํ
มี
น้ํ
าบริ
สุ
ทธิ์
จะดื่
ม
ผู้
ซึ่
ง
เกิ
ดมาเพื่
อขอบฟ้
าอั
นมื
ดคลุ๎
ม
ผู้
ซึ่
ง
แกํ
เร็
วกวํ
าคนอื่
น
ผู้
ซึ่
ง
ทุ
กวั
นเหมื
อนกั
นหมดจนอยากตายใจจะขาด
ผู้
ซึ่
ง
คลานอยูํ
กลางซากศพในสมรภู
มิ
(
ดาวผ่
องนภาดิ
น :
แดํ
ผู๎
ซึ่
ง . . . , หน๎
า ๑๐๙)
ในบรรดา บทกวี
ที่
ใช๎
กลบทบั
วบานกลี
บขยาย
ของ “อุ
ชเชนี
” นั
้
น บทกวี
ชื่
อ ‚ขอบฟ้
าขลิ
บ
ทอง‛ จะเป็
นที่
กลํ
าวขวั
ญถึ
งอยํ
างมากในความ ‚ไพเราะและเสนาะในลี
ลา ‛ บทกลอนบทนี้
“อุ
ชเชนี
‛ได๎
ปรั
บแตํ
งให๎
แตกตํ
างจากกลวิ
ธี
เดิ
มเล็
กน๎
อย กลํ
าวคื
อแทนการซ้ํ
าคํ
าเดิ
มในทุ
กวรรค
‚อุ
ชเชนี
‛ ปรั
บเป็
น
การซ้ํ
าคํ
าเป็
นสองชํ
วง คื
อชํ
วงแรกใช๎
คํ
า ‚ที่
จะ‛ และชํ
วงหลั
งใช๎
คํ
า ‚เพื่
อ‛ อยํ
างเหมาะสมทั้
ง ‚คํ
าและ
ความ ‛ ซึ่
งเป็
นการบอกกลํ
าวถึ
งสิ
ทธิ์
ของบุ
คคลที่
“จะทํ
า “สิ่
งใด ” เพื่
อผลเชํ
นใด อั
นแสดงทั้
งความ
สร๎
างสรรค๑
และความประณี
ตของผู๎
ประพั
นธ๑
ดั
งนี้
มิ่
งมิ
ตร
เธอมี
สิ
ทธิ์
ที่
จะลํ
องแมํ
น้ํ
ารื่
น
ที่
จะ
บุ
กดงดํ
ากลางค่ํ
าคื
น
ที่
จะ
ชื่
นใจหลายกั
บสายลม
ที่
จะ
ร่ํ
าเพลงเกี่
ยวโลมเรี
ยวข๎
าว
ที่
จะ
ยิ้
มกั
บดาวพราวผสม
ที่
จะ
เหมํ
อมองหญ๎
าน้ํ
าตาพรม
ที่
จะ
ขมขื่
นลึ
กโลกหมึ
กมน
ที่
จะ
แลํ
นเริ
งเลํ
นเชํ
นหงส๑
รํ
อน
ที่
จะ
ถอนใจทอดกั
บยอดสน
ที่
จะ
หวํ
านสุ
ขไว๎
กลางใจคน
ที่
จะ
ทนทุ
กข๑
เข๎
มเต็
มหั
วใจ
ที่
จะ
เกลาทางกู๎
สูํ
คนยาก
ที่
จะ
จากผมนิ่
มปิ้
มเส๎
นไหม
ที่
จะ
หาญผสานท๎
านั
ยน๑
ตาใคร
ที่
จะ
ให๎
สิ่
งสิ้
นเธอจิ
นต๑
จง
ที่
จะ
อยูํ
เพื่
อคนที่
เธอรั
ก
ที่
จะ
หั
กพาลแพรกแหลกเป็
นผง
ที่
จะ
มุํ
งจุ
ดหมายประกายทะนง
ที่
จะ
คงธรรมเที่
ยงเคี
ยงโลกา
เพื่
อ
โค๎
งเคี
ยวเรี
ยวเดื
อนและเพื่
อนโพ๎
น
เพื่
อ
ไผํ
โอนพลิ้
วพ๎
อล๎
อภู
ผา
เพื่
อ
เรื
องข๎
าวพราวแพร๎
วทั่
วแนวนา
เพื่
อ
ขอบฟ้
าขลิ
บทองรองอรุ
ณ
(
ขอบฟ้
าขลิ
บทอง :
ขอบฟ้
าขลิ
บทอง, หน๎
า ๕๖)