Page 26 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

บทที่
องค์
ความรู้
ด้
านวรรณศิ
ลป์
ของศิ
ลปิ
นแห่
งชาติ
สาขาวรรณศิ
ลป์
:
ประคิ
ณ ชุ
มสาย ณ อยุ
ธยา
ตลอดระยะเวลายาวนานกวํ
า ๖๐ ปี
ที่
ผลงานสร๎
างสรรค๑
ของ ประคิ
ณ ชุ
มสาย ณ อยุ
ธยา
ศิ
ลปิ
นแหํ
งชาติ
สาขาวรรณศิ
ลป์
ปี
พุ
ทธศั
กราช
๒๕๓๖
(ประคิ
ณ ชุ
มสาย ณ อยุ
ธยา, ๒๕๕๓, ไมํ
ปรากฏหน๎
า)
ในนามปากกา
อุ
ชเชนี
สํ
าหรั
บบทประพั
นธ๑
ประเภทกวี
นิ
พนธ๑
และ
นิ
ด นรารั
กษ๑
สํ
าหรั
บงานเขี
ยนร๎
อยแก๎
ว ได๎
เป็
นที่
นิ
ยมยกยํ
องกั
นอยํ
างแพรํ
หลาย ด๎
วยเนื้
อหาและแนวคิ
ดอั
นสะท๎
อน
ความเป็
นมนุ
ษย๑
และภาพปั
ญหาสั
งคมอยํ
างคมเข๎
มจั
บใจ ทั้
งด๎
วยวรรณศิ
ลป์
อั
นโดดเดํ
นอยํ
างหา
ผู๎
ทั
ดเที
ยมได๎
ยาก
การศึ
กษาในบทนี้
จึ
งเป็
นการวิ
เคราะห๑
เกี่
ยวกั
บลี
ลาวรรณศิ
ลป์
ของ ประคิ
ณ ชุ
มสาย ณ อยุ
ธยา
เพื่
อสรุ
ปเป็
นองค๑
ความรู๎
อั
นจะเป็
นประโยชน๑
ตํ
อการสร๎
างสรรค๑
และสื
บสานวรรณกรรมไทยตํ
อไป
ลั
กษณะเด่
นเชิ
งวรรณศิ
ลป์
ในบทกวี
นิ
พนธ์
ของ “อุ
ชเชนี
บทกวี
นิ
พนธ๑
ในนามปากกา “อุ
ชเชนี
‛ สํ
วนใหญํ
ประพั
นธ๑
ขึ้
นในชํ
วงเวลาระหวํ
าง พ.ศ.๒๔๙๕
-๒๕๐๑ โดยตี
พิ
มพ๑
ในนิ
ตยสารตํ
าง ๆ เชํ
สยามสมั
(สุ
ข สู
งสวํ
าง และ สุ
ชาติ
สวั
สดิ์
ศรี
, ๒๕๒๓,
หน๎
า ๔) และนิ
ตยสาร
สายธาร
เป็
นต๎
น (แมํ
ขวั
ญข๎
าว, ๒๕๒๓, หน๎
า ๒๖) วรรณกรรมสร๎
างสรรค๑
อั
ล้ํ
าคํ
าตํ
อวงวรรณกรรมไทยเป็
นจํ
านวนมากกวํ
าร๎
อยบทเหลํ
านี้
จํ
าแนกเป็
นบทกวี
นิ
พนธ๑
๒ ประเภท ดั
งนี้
๑. บทร้
อยกรอง
‚อุ
ชเชนี
‛ สร๎
างสรรค๑
บทกวี
ในรู
ปแบบคํ
าประพั
นธ๑
ไทย จํ
านวนทั้
งสิ้
น ๑๕๗ บท เป็
นคํ
าประพั
นธ๑
ประเภทกลอนถึ
ง ๑๒๘ บท ซึ่
งเกื
อบทั้
งหมดเป็
นกลอนแป ดหรื
อกลอนสุ
ภาพ มี
กลอนหกและกลอนสี่
บ๎
างเล็
กน๎
อย สํ
วนคํ
าประพั
นธ๑
ประเภทอื่
น ๆ มี
กาพย๑
ยานี
๑๑และกาพย๑
ฉบั
ง ๑๖ จํ
านวน ๑๗ บท
โคลง ๖ บท และฉั
นท๑
๔ บท ประกอบด๎
วย ภุ
ชงคประยาตฉั
นท๑
อิ
ทิ
สั
งฉั
นท๑
และวิ
ชชุ
มมาลาฉั
นท๑
นอกจากนี้
“‚อุ
ชเชนี
‛”ยั
งประพั
นธ๑
บท กวี
ซึ่
งใช๎
คํ
าประพั
นธ๑
ในลั
กษณะประสมประสานที่
แปลก
ออกไป จํ
านวน ๒ บท คื
อ บทหนึ่
งประพั
นธ๑
ด๎
วยกาพย๑
และกลอน และอี
กบทหนึ่
งประพั
นธ๑
ด๎
วยกาพย๑
และ
โคลง
1
กวี
นิ
พนธ๑
ทั้
งสองบทนี้
เป็
นบทอาศิ
รวาทถวายพระพรชั
ยมงคลแดํ
พระบาทสมเด็
จพระเจ๎
าอยูํ
หั
ภู
มิ
พลอดุ
ลยเดชฯ เนื่
องในวั
นเฉลิ
มพระชนมพรรษา
1
บทกวี
ทั้
งสองบทนี้
เป็
นการดํ
าเนิ
นความตํ
อกั
นไป ไมํ
ซ้ํ
าเนื้
อความหรื
อขยายความตามขนบของบทประพั
นธ๑
ชนิ
ดที่
เรี
ยกวํ
า “กาพย๑
หํ
โคลง” อั
นเป็
นแบบแผนบทกวี
นิ
พนธ๑
ของไทยซึ่
งเป็
นที่
นิ
ยมแบบหนึ่
ง จึ
งไมํ
อาจเรี
ยกได๎
วํ
าเป็
น “กาพย๑
หํ
อโคลง” สํ
วนการประพั
นธ๑
ด๎
วย
กาพย๑
และกลอนในเรื่
องเดี
ยวกั
น ไมํ
ใชํ
รู
ปแบบปกติ
ที่
นิ
ยมกั
นทั่
วไป