๑๗
กล่
าวเฉพาะผลการศึ
กษาในด้
านวรรณศิ
ลป์
ของ ประคิ
ณ ชุ
มสาย ณ อยุ
ธยา ทั้
งในนามปากกา
“อุ
ชเชนี
” และ “นิ
ด นรารั
กษ์
”นั
้
น
การศึ
กษาวิ
จั
ยทุ
กฉบั
บต่
างเสนอผลที่
สอดคล้
อ งกั
นว่
าประคิ
ณ ชุ
มสาย
ณ อยุ
ธยา เป็
นกวี
และนั
กเขี
ยนที่
มี
ท่
วงทานองวรรณศิ
ลป์
โดดเด่
นด้
วยสุ
นทรี
ยภาพ สรุ
ปผลการศึ
กษา
ตามลาดั
บปี
ที่
ศึ
กษาดั
งนี้
นั
ยนา สุ
ทธิ
ธรรม (๒๕๑๗ ) ศึ
กษาวิ
เคราะห์
คุ
ณสมบั
ติ
ของบทกวี
นิ
พนธ์
ร้
อยกรองของ
”อุ
ชเชนี
”ในปริ
ญญานิ
พนธ์
เรื่
อง
ฉั
นทลั
กษณ์
ไทยร่
วมสมั
ยในการสอนแต่
งคาประพั
นธ์
ในระดั
บ
มั
ธยมศึ
กษาตอนปลาย
โดยเสนอผลว่
า บทประพั
นธ์
ร้
อยกรองของ “อุ
ชเชนี
” มี
ความเคร่
งครั
ดตามฉั
นท
ลั
กษณ์
แบบโบราณ แต่
ก็
มี
การสร้
างสรรค์
เป็
นแบบฉบั
บเฉพาะตั
ว ใช้
ถ้
อยคาประณี
ต อ่
อนไหว และแสดง
แนวคิ
ดได้
อย่
างชั
ดเจน
ปริ
ญญานิ
พนธ์
เรื่
อง
ลั
กษณะคาประ พั
นธ์
ร้
อยกรองของไทยตั้
งแต่
พ .ศ.๒๔๗๕ – ๒๕๐๑
โดย อวยพร มิ
ลิ
นทางกู
ร (๒๕๑๙) สรุ
ปผลว่
า รู
ปแบบคาประพั
นธ์
ร้
อยกรองของ “อุ
ชเชนี
” เป็
นกลอนและ
กาพย์
ที่
สั้
นกระชั
บ แพรวพราวด้
วยสั
มผั
สทั้
งสระและอั
กษร
สอดคล้
องกั
บผลวิ
จั
ยของ วั
ชรี
ตรี
รั
ตนภรณ์
(๒๕๓๔ ) ในปริ
ญญ านิ
พนธ์
เรื่
อง
วิ
เคราะห์
วรรณกรรมของอุ
ชเชนี
– นิ
ด นรารั
กษ์
ซึ่
งเป็
นการศึ
กษาค้
นคว้
าเพี
ยงเรื่
องเดี
ยวที่
ศึ
กษางานเขี
ยนร้
อย
แก้
วในนามปากกา “นิ
ด นรารั
กษ์
” ด้
วย ผลการศึ
กษาอย่
างละเอี
ยดทั้
งวรรณกรรมร้
อยแก้
วและร้
อยกรอง
ของ “อุ
ชเชนี
” และ “นิ
ด นรารั
กษ์
” ทั้
งในด้
านรู
ปแบบและเนื้
อหา สรุ
ปว่
า วรรณกรรมร้
อยกรองส่
วนใหญ่
ของ
“อุ
ชเชนี
”เป็
นกลอนหกและกลอนแปด มี
จานวนน้
อยที่
เป็
นกาพย์
และฉั
นท์
ทั้
งหมดนี้
ประพั
นธ์
โดยเคร่
งครั
ด
ตามฉั
นทลั
กษณ์
ทางด้
านวรรณกรรมร้
อยแก้
วมี
ความดี
เด่
นในด้
านการเลื
อกสรรถ้
อยคาสานวนมาใช้
อย่
าง
กระชั
บรั
ดกุ
ม เข้
าใจง่
าย และมี
ความคิ
ดสร้
างสรรค์
นอกจากนี้
ยั
งพบว่
ามี
สุ
นทรี
ยลั
กษณ์
กล่
าวคื
อ เลื
อกใช้
คาอย่
างวิ
จิ
ตรบรรจง ไพเราะ เหมาะสม ช่
วยเสริ
มสร้
างจิ
นตภาพแก่
ผู้
อ่
านได้
เป็
นอย่
างดี
เบญจพร เนี
ยรนาทสกุ
ล (๒๕๔๔) ได้
เสนอปริ
ญญานิ
พนธ์
เรื่
อง
จิ
นตภาพที่
เกี่
ยวกั
บธรรมชาติ
ในกวี
นิ
พนธ์
ของอุ
ชเชนี
, เนาวรั
ตน์
พงษ์
ไพบู
ลย์
และไพวริ
นทร์
ขาวงาม
โดยเสนอผลสรุ
ปเกี่
ยวกั
บกวี
นิ
พนธ์
ของ “อุ
ชเชนี
”ว่
า มี
ความดี
เด่
นในการสร้
างจิ
นตภาพด้
วยกลวิ
ธี
การประพั
นธ์
ที่
หลากหลาย โดยใช้
พรรณนาโวหาร ภาพพจน์
และสั
ญลั
กษณ์
ที่
ช่
วยสื่
อภาพ ถ่
ายทอดอารมณ์
ความรู้
สึ
ก รวมทั้
งสื่
อสาระสาคั
ญ
คื
อการสร้
าง ความหวั
งและกาลั
งใจ การปลอบประโลมผู้
ทุ
กข์
ยาก การปลู
กฝั
งอุ
ดมคติ
ที่
ดี
งาม การแสดง
สภาพและปั
ญหาสั
งคม รวมทั้
งนาเสนอและอธิ
บายหลั
กปรั
ชญาและธรรมะได้
อย่
างถ่
องแท้
ลึ
กซึ้
ง
จากผลการศึ
กษาทั้
งหมดดั
งกล่
าว ยั
งไม่
ปรากฏการศึ
กษาด้
านแรงบั
นดาลใจในการสร้
างสรรค์
วรรณกรรมของ ประคิ
ณ ชุ
มสาย ณ อยุ
ธยา รวมทั้
งกระบวนการถ่
ายทอดผลงานของท่
าน ตลอดจนอิ
ทธิ
พล
และแรงบั
นดาลใจต่
อนั
กเขี
ยนอื่
นในวงวรรณกรรมไทย ดั
งนั้
น การศึ
กษาวิ
จั
ยฉบั
บนี้
จึ
งจะเป็
นการเติ
มความรู้
ความเข้
าใจเกี่
ยวกั
บผลงานของนั
กวรรณกรรมท่
านนี้
ให้
สมบู
รณ์
ขึ้
น คื
อนอกจากจะศึ
กษาความโดดเด่
นใน
เชิ
งวร รณศิ
ลป์
ในวรรณกรรมของประคิ
ณ ชุ
มสาย ณ อยุ
ธยา แล้
ว ก็
จะศึ
กษาด้
านแรงบั
นดาลใจ