Page 220 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๒๑๖
เป็
นการรวบรวมคนที่
คิ
ดเหมื
อนกั
น ชอบอะไรเหมื
อน ๆ กั
น รั
กอะไรเหมื
อน ๆ กั
น ทํ
าให้
มี
ความสุ
อย่
างยิ่
งที่
เดี
ยวเชี
ยวก็
ขอขอบคุ
ณนะคะ ดิ
ฉั
นอยากจะขอขอบคุ
ณย้
อนหลั
งอี
กหลายท่
านที่
คงจะ
ไม่
ได้
อยู่
ในที่
นี้
เช่
น อาจารย์
ดร .สาทิ
ส อิ
นทรกํ
าแหง กั
บคุ
ณสมสว่
างก็
เป็
นสองคนแรกที่
ได้
รวบรวมบทกวี
และบทความเรี
ยงของดิ
ฉั
นเข้
าด้
วยกั
นแล้
วก็
พิ
มพ์
ออกมาเป็
น “ขอบฟ้
าขลิ
บทอง”เล่
แรกนะคะ และยั
งพิ
มพ์
เป็
น ครั้
งที่
๒ ขอขอบคุ
ณคุ
ณสุ
ข แสงสว่
าง ซึ่
งเป็
นเจ้
าของสํ
านั
กพิ
มพ์
ดวง
กมล ต่
อมาก็
ต้
องขอบคุ
ณสํ
านั
กพิ
มพ์
พิ
ฆเนศร์
ที่
พิ
มพ์
“ดาวผ่
องนภาดิ
น” ซึ่
งเป็
นการรวมบทกวี
และ
บทความเรี
ยงร้
อยแก้
วของดิ
ฉั
น จากนั้
นมาสํ
านั
กพิ
มพ์
ดวงกมลอี
กนั่
นแหละที่
ได้
แยกเอาบทกวี
ไว้
ต่
างหากเล่
มหนึ่
งให้
ชื่
อว่
า “ขอบฟ้
าขลิ
บทอง” นะคะ และมี
บทความร้
อยแก้
วของนิ
ด นรารั
กษ์
อี
หนึ่
งเล่
มที่
ชื่
อ “เพี
ยงแค่
เม็
ดทราย” และผู้
ที่
รั
บงานต่
อมาก็
จะมี
สํ
านั
กพิ
มพ์
ผี
เสื้
อของท่
านอาจารย์
มกุ
ฏ อรฤดี
ที่
พิ
มพ์
ขอบฟ้
าขลิ
บทอง โดยได้
ไปเก็
บเอากลอนอื่
น ๆ ที่
เขี
ยนขึ้
นที่
หลั
งมารวมไว้
ใน
ขอบฟ้
าขลิ
บทองเล่
มแรก ๆ นี่
คื
อประวั
ติ
การพิ
มพ์
ของหนั
งสื
อขอบฟ้
าขลิ
บทองทั้
งหมดนะคะ ก็
ขอขอบคุ
ณทุ
ก ๆ ท่
านที่
ดู
แลหนั
งสื
อขอบฟ้
าขลิ
บทองมาด้
วยดี
นะคะ ตอนนี้
ดิ
ฉั
นอยากจะย้
อนหลั
ไปขอบคุ
ณ (นานมาแล้
วนั
กหนา) ถึ
งพณฯชวน หลี
กภั
ย ท่
านอดี
ตนายกรั
ฐมนตรี
ซึ่
งเคยเป็
รั
ฐมนตรี
กระทรวงศึ
กษาธิ
การ ท่
านเป็
นคนแรกที่
เริ่
มคิ
ดสรรหาศิ
ลปิ
นแห่
งชาติ
ต่
อมาขอขอบคุ
ท่
านอาจารย์
ศั
กดิ์
ชั
ย บํ
ารุ
งพงศ์
เจ้
าของนามปากกา เสนี
ย์
เสาวพงศ์
ที่
เป็
นผู้
เสนอชื่
ออุ
ชเชนี
ให้
ได้
เป็
นศิ
ลปิ
นแห่
งขาติ
ในปี
พ .ศ.๒๕๓๖ นะคะ ขอขอบคุ
ณสื่
อมวลชนแคทอลิ
กกโดยคุ
ณพ่
อวรยุ
ทธ
กิ
จบํ
ารุ
ง ซึ่
งเป็
นผู้
อํ
านวยการสํ
านั
กนี้
นะคะ เพราะว่
าท่
านเป็
นผู้
จั
ดพิ
มพ์
หนั
งสื
อ “รายศิ
ลาเรี
ยง”
ซึ่
งเป็
นผลงานหลาย ๆ แบบ หลาย ๆ ชนิ
ดรวมกั
นอยู่
ในเล่
มเดี
ยวกั
น มี
ทั้
งบทกวี
อาศิ
รวาท ประวั
ติ
บุ
คคลสํ
าคั
ญในพุ
ทธศาสนาแคทอลิ
ก และมี
นิ
ทานสั้
น ๆ มี
หลายแบบคละเคล้
าอยู่
ในเล่
มเดี
ยวกั
ค่
ะ และที่
ลื
มไม่
ได้
ต้
องกล่
าวในท้
ายที่
สุ
ดไม่
ใช่
ว่
าจะมี
ความสํ
าคั
ญน้
อยกว่
าเพื่
อนนะคะก็
คื
อคณะ
ภคิ
นี
เซนต์
ปอลเดอชาร์
จ ซึ่
งก็
มี
สมาชิ
กมานั่
งอยู่
ในที่
นี้
ด้
วย ที่
คณะเซนต์
ปอลฯ หมายถึ
งโรงเรี
ยน
เซนต์
โยเซฟคอนแวนต์
ที่
ดิ
ฉั
นได้
เรี
ยนมาแต่
เล็
กแต่
น้
อยจนกระทั่
งจบมั
ธยมแปดที่
นี่
ด้
วยนะคะ ดิ
ฉั
ได้
ช่
วยแปลหนั
งสื
อของคณะซึ่
งประกอบไปด้
วยประวั
ติ
ของคุ
ณแม่
อธิ
การตั้
งแต่
สมั
ยโบราณ ที่
จริ
แล้
วคณะเซนต์
ปอลเดอชาร์
จมี
อายุ
ตั้
ง ๓๐๐ ปี
มาแล้
ว และมี
หนั
งสื
อและสิ่
งอื่
น ๆ อี
กเยอะแยะมาก
แต่
ละปี
จะมี
ทั้
งนิ
ตยสาร ข่
าว ดิ
ฉั
นจะจั
ดการแปลเป็
นภาษาไทยซึ่
งดิ
ฉั
นได้
ทํ
าสิ่
งนี้
มาเกื
อบ ๔๐-๕๐
ปี
แล้
วนานมากนะคะ และคณะนี้
แหละค่
ะที่
ได้
จั
ดพิ
มพ์
งานแปลของดิ
ฉั
นออกมาเป็
นเล่
ม ๆ ก็
มาก
พอสมควร เพราะฉะนั้
นก็
ขอบคุ
ณคณะเซนต์
ปอลเดอชาร์
จไว้
ณ ที่
นี้
ด้
วยนะคะ ดิ
ฉั
นก็
มี
แต่
เรื่
องที่
จะขอบคุ
ณ ขอบคุ
ณ และขอบคุ
สํ
าหรั
บผู้
ที่
เป็
นคนสนิ
ท มิ
ตรรั
กทั้
งหลายก็
อยากจะฝากกลอนไว้
ให้
เล็
ก ๆ นะคะ
“กี่
วั
น กี่
เดื
อน กี่
ปี
กี่
เพลานาที
ล่
วงแล้
มิ
ตรจิ
ตยั
งพราววาวแวว
กว่
าแก้
วมณี
ยั
งงาม