Page 214 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๒๑๐
อาจารย์
ถวั
ลย์
ดั
ชนี
ผมรู้
สึ
กขอขอบคุ
ณธรรมชาติ
ที่
ทํ
าให้
ผมมี
ชี
วิ
ตอยู่
มาจนถึ
งทุ
กวั
นนี้
มี
เหตุ
ผลเดี
ยวที่
ทํ
าให้
ผม
ชื่
นชมที่
ได้
มี
ชี
วิ
ตในทุ
กวั
นนี้
เพราะว่
าผมได้
มี
โอกาสได้
พู
ดถึ
งอาจารย์
ประคิ
ณผู้
ซึ่
งผมเคารพรั
กและ
ศรั
ทธามาตลอดชี
วิ
ตผม อย่
างอื่
นผมไม่
รู้
ว่
าจะมี
ชี
วิ
ตมาในวั
นนี้
ทํ
าไม การที่
ได้
มี
ชี
วิ
ตมาจนถึ
งวั
นนี้
เพื่
อมาพู
ดถึ
งคนที่
เรารั
ก เทิ
ดทู
น เคารพบู
ชา และหลั
กอยู่
ในความทรงจํ
าของเราซึ่
งผมถื
อว่
าเป็
นบุ
อย่
างยิ่
งของผม เมื่
อกี้
อาจารย์
เนาวรั
ตน์
ได้
พู
ดถึ
งพระปรางค์
สามยอด ตั
วผมเองในวั
นนี้
ผมถื
อว่
าผม
ได้
อยู่
ท่
ามกลางช้
างเผื
อก อยู่
ในกลุ่
มดาวทุ
กคนในที่
นี้
เป็
นกลุ่
มดาวพราวพร่
าง เรื
องรองไปหมดเลย
ผมไม่
ได้
นั
บว่
าใครเป็
นศิ
ลปิ
นแห่
งชาติ
บ้
างเพราะมากั
นหลากหลาย คนที่
ผมยิ
นดี
เป็
นที่
ยิ่
งทั้
อาจารย์
ประคิ
ณ ชุ
มสาย ณ อยุ
ธยา ,อาจารย์
ระวี
ภาวิ
ไล ฯลฯ และอี
กหลาย ๆ ท่
านทั้
งเพื่
อนๆ พี่
ซึ่
งได้
กระทบไหล่
ดวงดาวกั
นทั้
งหมดก็
รู้
สึ
กชื่
นชมยิ
นดี
รู้
สึ
กขอบคุ
ณที่
ได้
มาพบกั
บเพื่
อนฝู
งในวั
นนี้
คาลิ
ล ยิ
บร าน (Kahlil Gibran) บอกว่
า “ถ้
าเมื่
อใดเรามี
รั
ก จงอย่
าได้
กล่
าวว่
า พระผู้
เป็
นเจ้
าอยู่
ใน
ดวงใจเรา แต่
จงกล่
าวว่
า เราอยู่
ในดวงใจของพระผู้
เป็
นเจ้
า เพราะว่
าเรามี
ความรั
ก ” แต่
ว่
าผมอยู่
ในท่
ามกลางดวงใจของพระผู้
เป็
นเจ้
าเพราะผมมี
ความรั
ก แต่
ความรั
กที่
อยู่
ในพระผู้
เป็
นเจ้
าของผม
นั้
นอยู่
บนหิ้
ง และบนหิ้
งหนั
งสื
อของผมนั้
นคื
อ “ขอบฟ้
าขลิ
บทอง” เป็
นเล่
มแรกที่
ผมอ่
านมาตั้
งแต่
ผม
อายุ
๑๐ ขวบ ผมอ่
านหนั
งสื
อสยามสมั
ยมาในสมั
ยแรก ๆ ที่
อาจารย์
ประคิ
ณเขี
ยนประมาณสั
กปี
๒๔๙๒-๒๔๙๕
ผมจํ
าได้
ทุ
กบท จะเห็
นว่
าอย่
างกมลซึ่
งเป็
นประธานของสภาศิ
ลปกรรมไทยที่
สหรั
ฐอเมริ
กา กมลจะเห็
นว่
า ๓๐ ปี
ที่
เราติ
ดต่
อกั
นมาไม่
ว่
าจะไปที่
ไหนผมมั
กจะเล่
าให้
กมลฟั
งอยู่
ถึ
งขอบฟ้
าขลิ
บทองเสมอ ถ้
าเห็
นพระจั
นทร์
เสี้
ยวกมลก็
จะได้
ยิ
นผมบอกว่
านี่
แหละคื
“เพื่
อโค้
เคี
ยวเรี
ยวเดื
อนและเพื่
อนพ้
อง เพื่
อไผ่
โอนพลิ้
วพ้
อล้
อภู
ผา เพื่
อเรี
ยวข้
าวพราวแพรวทั่
วแน วนา เพื่
ขอบฟ้
าขลิ
บทองรองเรื
อง” หนั
งสื
อขอบฟ้
าขลิ
บทองที่
พิ
มพ์
ครั้
งแล้
วครั้
งเล่
า ผมซื้
อครั้
งละ ๑๐๐ เล่
ทุ
กครั้
ง ผมให้
คนเอาไปท่
องจํ
าทุ
กคนต้
องจํ
าแล้
วผมจะมาทดสอบว่
าจํ
าบทนี้
ได้
มั้
ย แล้
วผมก็
จะ
ชื่
นชม ซึ่
งผมไม่
ได้
อ่
านแต่
ผมซึ
มซาบไว้
ในใจแล้
ว และผมก็
จํ
าได้
ทุ
กบท เพราะหนั
งสื
อเล่
มนี้
อยู่
ในหิ้
กลางใจผมและผมจํ
าได้
ผมขอพู
ดสั้
น ๆ ว่
าที่
ประทั
บใจผมมากที่
สุ
ดก็
คื
อว่
ามั
นมี
คมความ และคม
คํ
า คมแห่
งความคิ
ด มี
ปรั
ชญาและมี
มนุ
ษยธรรมอยู่
ในนั้
นทั้
งหมดซึ่
งหล่
อหลอมให้
ผมได้
มี
ชี
วิ
ตอย่
าง
นั้
น ก่
อนที่
ผมจะมารู้
จั
กอาจารย์
ประคิ
ณ และได้
มาอยู่
ในร่
มเงาแห่
งความกรุ
ณาปรานี
ของท่
านและ
ได้
รู้
จั
กตั
วหนั
งสื
อของท่
านมาตลอดครึ่
งค่
อนชี
วิ
ต ได้
มาพบท่
านและได้
มาทํ
างานร่
วมกั
บท่
าน ไม่
ได้
เรี
ยกว่
าทํ
างานร่
วมกั
บท่
านหรอกแต่
ได้
รั
บความกรุ
ณาจากท่
านตอนที่
ท่
านเป็
นประชาสั
มพั
นธ์
ท่
าน
ได้
หล่
อหลอมผมให้
เป็
นคนละมุ
นละไม
ผมจึ
งต้
องขอขอบพระคุ
ณท่
านไว้
ตลอดที่
ผมยั
งมี
ชี
วิ
ตอยู่
อย่
างไรก็
ตามผมเห็
นเนาวรั
ตน์
พู
ดก็
ดี
เห็
นธนิ
สร์
ขึ้
นมาเป่
าขลุ่
ยก็
ดี
ผมมี
อั
นหนึ่
งซึ่
งอยากจะพู
ดถึ
ก่
อนจะจบตรงนี้
คื
อ ผมรู้
สึ
กอาจารย์
ประคิ
ณก็
คื
อความรู้
สึ
กและจิ
นตนาการเริ่
มต้
นขึ้
น ผมจึ
งขอจบมิ
ช้
าฟ้
าสางรางรองจากที่
ผมจํ
าได้
เมื่
อ ๖๐ ปี
ที่
แล้