Page 212 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๒๐๘
ที่
จะเกลาทางกู้
สู่
คนยาก
ที่
จะจากผมนิ่
มปิ่
มเส้
นไหม
ที่
จะหาญผสานท้
านั
ยน์
ตาใคร
ที่
จะให้
สิ่
งสิ้
นเธอจิ
นต์
จง
ที
จะอยู่
เพื่
อคนที่
เธอรั
ที่
จะหั
กพาลแพรกแหลกเป็
นผง
ที่
จะมุ่
งจุ
ดหมายปรายทะนง
ที่
จะคงธรรมเที่
ยงเคี
ยงโลกา
เพื่
อโค้
งเคี
ยวเรี
ยวเดื
อนและเพื่
อนโพ้
เพื่
อไผ่
โอนพลิ้
วพ้
อล้
อภู
ผา
เพื่
อเรื
องข้
าวพราวแพร้
วทั่
วแนวนา
เพื่
อขอบฟ้
าขลิ
บทองรองอรุ
ลาดั
บถั
ดไปเป็
นการเสวนา
เรื่
อง “ศิ
ลปิ
นแห่
งชาติ
อาจารย์
ประคิ
ณ ที่
ข้
าพเจ้
ารู้
จั
ก” โดย
๑. อาจารย์
ถวั
ลย์
ดั
ชนี
ศิ
ลปิ
นแห่
งชาติ
สาขาทั
ศนศิ
ลป์
(จิ
ตรกรรม)
ประจํ
าปี
พ.ศ.๒๕๔๔
๒. อาจารย์
ประยอม ซองทอง
ศิ
ลปิ
นแห่
งชาติ
สาขาวรรณศิ
ลป์
ประจํ
าปี
พ.ศ. ๒๕๔๘
๓. อาจารย์
นคร พงษ์
น้
อย
ผู้
อํ
านวยการไร่
แม่
ฟ้
าหลวง
๔. อาจารย์
มกุ
ฏ อรฤดี
บรรณาธิ
การบริ
หาร สํ
านั
กพิ
มพ์
“ผี
เสื้
อ”
ผู้
ดํ
าเนิ
นการเสวนา
ม.ร.ว.อรฉั
ตร ซองทอง
ผู้
ดาเนิ
นการอภิ
ปราย ม.ร.ว.อรฉั
ตร ซองทอง
กราบเรี
ยนท่
านอาจารย์
ประคิ
ณ ชุ
มสาย ณ อยุ
ธยา หรื
อ อุ
ชเชนี
และนิ
ด นรารั
กษ์
นะคะ
ดิ
ฉั
นมาในวั
นนี้
เพราะว่
า ศาสตราจารย์
พิ
เศษ ดร.กาญจนา เงารั
งษี
ได้
ขอให้
มาเป็
นผู้
ดํ
าเนิ
นการ
อภิ
ปรายและโดยเฉพาะอย่
างยิ่
ง ท่
านอาจารย์
ประคิ
ณ ซึ่
งท่
านไม่
ได้
เป็
นแม่
ทางสายเลื
อดแต่
เหมื
อนแม่
ดิ
ฉั
นหลายอย่
างคื
อ ดิ
ฉั
นเป็
นลู
กน้
องท่
านอาจารย์
ประคิ
ณที่
ฝ่
ายประชาสั
มพั
นธ์
บริ
ษั
เชลล์
ประเทศไทยจํ
ากั
ด ได้
อยู่
กั
บท่
านที่
นั้
นมา ๗ ปี
ท่
านเป็
นแม่
ที่
สอนวิ
ชาการทํ
างานให้
ดิ
ฉั
อาจารย์
ได้
ถ่
ายทอดความรู้
ให้
ทุ
กอย่
าง ดิ
ฉั
นไม่
ได้
ลู
กศิ
ษย์
ท่
านทางด้
านกวี
แต่
ก็
ได้
เ จริ
ญรอยตาม
โดยแอบอ่
านหนั
งสื
อของท่
านบ้
าง ประเภทครู
พั
กลั
กจํ
าก็
ได้
ซึ
มซั
บเข้
ามาในตั
วเองบ้
างซึ่
งถื
อว่
าท่
าน
เป็
นครู
ผู้
หนึ่
งเช่
นกั
น และในวั
นพรุ่
งนี้
จะเป็
นวั
นครู
ดิ
ฉั
นจึ
งขอกราบขอบพระคุ
ณท่
านไว้
ณ ที่
นี้
นะคะ
ดิ
ฉั
นขอแนะนํ
าท่
านวิ
ทยากรที่
จะมาอภิ
ปรายในวั
นนี้
ก่
อน โดยจะเริ่
มจาก
ท่
านอาจารย์
มกุ
ฏ อรฤดี
ท่
านเป็
นนั
กเขี
ยนใช้
นามปากกาว่
า “นิ
พพาน” และ “วาวแพร” บางครั้
งก็
ใช้
นามจริ
(ต้
องขออภั
ยที่
มาเปิ
ดเผยนามจริ
งในวั
นนี้
นะคะ) ท่
านมี
ผลงานที่
มี
ชื่
อเสี
ยงคื
อนวยนิ
ยายเรื่
อง
“ผี
เสื้
อและดอกไม้
” ที่
ได้
รั
บการแปลเป็
นภาษาอั
งกฤษและนํ
าไปสร้
างเป็
นภาพยนตร์
ที่
เป็
นผลงาน
ประวั
ติ
ศาสตร์
ในวงการภาพยนตร์
ไทย และได้
รั
บรางวั
ลภาพยนตร์
ยอดเยี่
ยมด้
วย รางวั
ลช่
การะเกดเป็
นรางวั
ลที่
ท่
านได้
และยั
งเป็
นผู้
ที่
อาวุ
โสน้
อยที่
สุ
ดในผู้
ที่
เคยได้
รั
บรางวั
ลนี้
มาก่
อน