Page 151 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๑๔๓
เพริ
ดพราวด้
วยคุ
ณค่
าความงามทางวรรณศิ
ลป์
กอปรด้
วยภาษาที่
สละสลวย ไพเราะงดงาม ทั้
งสามารถ
โน้
มน้
าวใจให้
ผู้
อ่
านเกิ
ดอารมณ์
ความนึ
กคิ
ด และจิ
นตนาการได้
อย่
างลึ
กซึ้
งจั
บใจ
เหล่
านี้
ล้
วนเป็
นอั
ตลั
กษณ์
ทางวรรณศิ
ลป์
ที่
ทาให้
ผลงานกวี
นิ
พนธ์
ของ ‚อุ
ชเชนี
‛ มี
ความโดดเด่
และเป็
นที่
จดจาทุ
กยุ
คทุ
กสมั
ย ดั
งที่
เนาวรั
ตน์
พงษ์
ไพบู
ลย์
ผู้
ได้
รั
บยกย่
องเป็
นศิ
ลปิ
นแห่
งชาติ
สาขา
วรรณศิ
ลป์
ในปี
เดี
ยวกั
บ ประคิ
ณ ชุ
มสาย ณ อยุ
ธยา คื
อ พ .ศ. ๒๕๓๖ กล่
าวว่
า ผลงานของ ‚อุ
ชเชนี
โดยเฉพาะอย่
างยิ่
ขอบฟ้
าขลิ
บทอง
สะท้
อนอั
ตลั
กษณ์
ทางวรรณศิ
ลป์
ขอ ง ‚อุ
ชเชนี
‛ ที
ถึ
งพร้
อมด้
วย
คุ
ณวิ
เศษ ๓ ประการ คื
อ (
การประชุ
มเสวนาเผยแพร่
องค์
ความรู้
ด้
านวรรณศิ
ลป์
ของศิ
ลปิ
แห่
งชาติ
สาขาวรรณศิ
ลป์
: ประคิ
ณ ชุ
มสาย ณ อยุ
ธยา, วั
นที่
๑๕ มกราคม ๒๕๕๔)
๑. การจั
ดวางจั
งหวะจะโคนอย่
างเหมาะเจาะ
บางวรรคแม้
ไม่
มี
สั
มผั
สภายในวรรคเลย
หากแต่
มี
การจั
ดวางจั
งหวะจะโคนได้
อย่
างเหมาะเจาะ กล่
าวคื
อ มี
ทั้
งเสี
ยงและจั
งหวะพร้
อมๆ กั
น ซึ่
แสดงถึ
งความสามารถชั้
นสู
ง ของกวี
กล่
าวอี
กนั
ยหนึ่
งก็
คื
อ แม้
ไม่
มี
‚สั
มผั
สคา แต่
สามารถสั
มผั
สใจ ‛ ได้
อย่
างแท้
จริ
ง ทาให้
บทกวี
นิ
พนธ์
ของ ‚อุ
ชเชนี
‛ มี
ความไพเราะเพราะพราวและสร้
างจิ
นตภาพ
๒. การสร้
างค่
าใหม่
‚อุ
ชเชนี
‛ ไม่
ได้
ใช้
คาทั่
วไป ๆ ที่
ทุ
กคนเคยชิ
น แต่
ใช้
คาใหม่
ที่
ทาให้
คนฉุ
คิ
ด และมองเห็
นภาพ คาที่
‚อุ
ชเชนี
‛ สรรมาใช้
นั้
น เป็
นคาที่
‚ลึ
ก‛ ด้
วยความใหม่
เป็
นการ ‚เจี
ยระไน”
ความให้
เฉิ
ดฉายขึ้
นมา
๓. ความทั
นสมั
มุ
มมองของกวี
ต่
อสั
งคมที
‚อุ
ชเชนี
‛ นาเสนอในบทกวี
นิ
พนธ์
นั้
น ไม่
‚ตกยุ
ค‛
กล่
าวคื
อแม้
เวลาจะเปลี่
ยนไป แต่
สภาพสั
งคมไทยส่
วนใหญ่
โดยเฉพาะอย่
างยิ่
ง ผู้
คนในสั
งคมก็
ยั
งไม่
ได้
เปลี่
ยนแปลงไปจากเดิ
เช่
น สภาพของคนจนที่
อาศั
ยอยู่
ใต้
สะพานลอย ทาให้
บทกวี
นิ
พนธ์
ของ ‚อุ
ชเชนี
‛ ได้
รั
บความนิ
ยม แม้
กาลเวลาจะผ่
านเลยมากี่
ยุ
คกี่
สมั
ยก็
ตาม
วรรณกรรมของประคิ
ณ ชุ
มสาย ณ อยุ
ธยาจึ
งยั
งคงความอมตะในหั
วใจของผู้
รั
กงานวรรณศิ
ลป์
ไม่
ว่
าจะผ่
านกาลเวลาเนิ่
นนานเพี
ยงใด