๑๔๒
อี
กผู้
หนึ่
งแสดงความรู้
สึ
กว่
า
ขอบฟ้
าขลิ
บทอง
ของ “อุ
ชเชนี
” เป็
นงานที่
จั
บใจ ให้
ความซาบซึ้
งตรึ
งใจ
คางาม และความจรรโลงใจ
สรุ
ปได้
ว่
านั
กกลอนร่
วมสมั
ยและรุ่
นหลั
งๆ ที่
เวี
ยนว่
ายอยู่
ในโลกวรรณกรรม และโดย
เฉพาะงานกวี
นิ
พนธ์
นั้
น ล้
วนได้
รั
บอิ
ทธิ
พลจากงานเขี
ยนของ “อุ
ชเชนี
”เกื
อบทั้
งหมด เนื่
องจากแต่
ละคน
ย่
อมต้
องอ่
านผลงาน ฝี
มื
อ “ชั้
นครู
” มาแล้
วทั้
งสิ้
น
รู
ปลั
กษณะทางวรรณศิ
ลป์
ของ “อุ
ชเชนี
”
จึ
งย่
อมมี
อิ
ทธิ
พลต่
อกวี
และนั
กเขี
ยนร่
วมสมั
ยและรุ่
นต่
อๆมา หรื
ออย่
างน้
อยที่
สุ
ดก็
เป็
นแรงบั
นดาลใจให้
ใฝ่
ฝั
นหรื
อ
สร้
างตั
วก้
าวเข้
าสู่
โลกแห่
งการประพั
นธ์
ผลการศึ
กษาชี้
ให้
เห็
นว่
า ประคิ
ณ ชุ
มสาย ณ อยุ
ธยา เป็
นผู้
มี
สติ
ปั
ญญาดี
มี
สภาพแวดล้
อมใน
วั
ยเด็
กที่
ดี
มี
ครอบครั
วที่
อบอุ่
นเป็
นสุ
ข เป็
นครอบครั
วคาทอลิ
กที่
เคร่
งครั
ด บิ
ดามารดามี
การศึ
กษา และมี
ความประณี
ตอ่
อนโยน รั
กธรรมชาติ
นอกจากนี้
ในด้
านการศึ
กษาได้
รั
บการอบรมบ่
มเพาะในโรงเรี
ยน
คริ
สต์
ศาสนา และเมื่
อทางานก็
ได้
ประกอบกิ
จกรรมของคริ
สต์
ศาสนิ
ก คื
อการช่
วยคนยากจน คนด้
อย
โอกาส ประกอบกั
บบรรยา กาศทางการเมื
องที่
รั
ฐบาลละเลยผู้
แร้
นแค้
นยากจน เป็
นแรงผลั
กดั
นที่
ทาให้
เกิ
ดวรรณกรรมเรี
ยกร้
องต่
อสู้
เพื่
อความเป็
นธรรม วรรณกรรมของ ประคิ
ณ ชุ
มสาย ณ อยุ
ธยา ทั้
งใน
นามปากกา ‛อุ
ชเชนี
‛ และ “นิ
ดนรารั
กษ์
” ได้
ร่
วมขบวนการสะท้
อนความทุ
กข์
ยากของคนจนและตี
แผ่
ความอยุ
ติ
ธรรมของสั
งคมในระดั
บแนวหน้
า ในลั
กษณะแกร่
งกร้
าวในบางครั้
ง แต่
ก็
งามคาและงามความ
อ่
อนหวานอ่
อนโยนละเมี
ยดละไมด้
วยชั้
นเชิ
งวรรณศิ
ลป์
ด้
วยชั้
นเชิ
งความเชี่
ยวชาญในกลวิ
ธี
ทางภาษา
ความเป็
นนายแห่
งภาษา ตลอดจนการสั่
งสมคา สานวน ในคลั
งคา จานวนมากและหลากหลาย อย่
างที่
เรี
ยกว่
าเป็
น “เศรษฐี
” ถ้
อยคา เหล่
านี้
ได้
เป็
นปั
จจั
ยสาคั
ญในการสร้
างสรรค์
ให้
เกิ
ดผลงานวรรณกรรมอั
น
วิ
จิ
ตร เปี่
ยมด้
วยความราบรื่
นไพเราะ ทั้
งลุ่
มลึ
กและคมเข้
มด้
วยพลั
งอารมณ์
ความรู้
สึ
ก สร้
างความ
ประทั
บใจชื่
นชอบแก่
นั
กอ่
านโดยทั่
วไป ดั
งคารั
บรองใน “คานา” ของหนั
งสื
อ
ดาวผ่
องนภาดิ
น
ว่
า ผู้
นิ
ยม
บทประพั
นธ์
ร้
อยกรองและบทลานาร้
อยแก้
วนั้
น ย่
อมรู้
จั
กคุ้
นเคยและชื่
นชอบบทนิ
พนธ์
ของ “อุ
ชเชนี
” และ
“นิ
ด นรารั
กษ์
” อย่
างยิ่
ง (
ดาวผ่
องนภาดิ
น
, ๒๕๑๗, หน้
าคานา)
กล่
าวโดยสรุ
ป
วรรณกรรมของประคิ
ณ ชุ
มสาย ณ อยุ
ธยา ในนามปากกา ‚อุ
ชเชนี
‛ สาหรั
บบท
ประพั
นธ์
ร้
อยกรอง และ ‚นิ
ด นรารั
กษ์
‛ สาหรั
บบทประพั
นธ์
ร้
อยแก้
ว เป็
นสองนามปากกาที
่
ได้
สร้
างสรรค์
วรรณกรรมอั
นทรงคุ
ณค่
าเป็
นจานวนมากแก่
วงวรรณคดี
ไทย ทั้
งได้
มี
อิ
ทธิ
พลต่
อกวี
และนั
กเขี
ยนร่
วมสมั
ย
และรุ่
นต่
อๆ เป็
นอย่
างมาก ด้
วยเหตุ
ที่
ไม่
เพี
ยงคมเข้
มเปี่
ยมคุ
ณค่
าที่
เนื้
อหาอั
นสร้
างสรรค์
เท่
านั้
น แต่
ยั
ง