Page 140 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๑๓๒
(Simile) อุ
ปลั
กษณ์
(Metaphor)
บุ
คลาธิ
ษฐาน (Personification)
อธิ
พจน์
(Hyperbole
)
การตั้
งคาถาม
(Rhetorical Question) และ การเปรี
ยบต่
าง (Contrast)
๓.๒ ลั
กษณะการใช้
ค่
าและความ
ด้
านการใช้
คาและความ ซึ่
งประกอบด้
วยการสร้
างคาใหม่
และการสรรคาใช้
นั้
น กล่
าว
ได้
ว่
า ‚อุ
ชเชนี
‛ มี
ความเป็
นนั
กภาษา ที่
สู
งมาก คื
อมี
ความสามารถและ กล้
าเสนอ “คาใหม่
” ที่
ปลุ
กเร้
อารมณ์
ความรู้
สึ
ก ส่
วนหนึ่
งเป็
นคาปรุ
งแต่
งจากคาเดิ
ม ทาให้
เกิ
ดคาใหม่
ที่
ไพเราะด้
วยเสี
ยง ได้
ความโดย
กระชั
บ กิ
นใจ หรื
อสร้
างเสริ
มจิ
นตภาพ เช่
น ใช้
คา
เปรอ
จากคา
ปรนเปรอ
ใช้
คา
ปรนปรื
จาก
ปรนเปรอ
การปรุ
งคาอี
กสองลั
กษณะของ ‚อุ
ชเชนี
‛ คื
อการสลั
บตาแหน่
งของคาประสม และการแทรกคา
ลงในคาซ้
อน สร้
างเป็
นคาใหม่
ที่
สะดุ
ดตา สะดุ
ดใจ ที่
ทาให้
ผู้
อ่
านเกิ
ดความซึ
มซั
บความหมายมากกว่
การใช้
คาประสมหรื
อคาซ้
อนซึ่
งเป็
นที่
คุ้
นเคยทั่
วไป เช่
นจากคา
หั
นเห
เป็
เหหั
และสร้
างคา
ซวดซวน
ซ่
านเซ
โดยแทรกคา
ซ่
าน
ในคา
ซวดเซ
ด้
านการสรรคาใช้
‚อุ
ชเชนี
‛ ได้
ใช้
ความเชี่
ยวชาญในการใช้
ภาษา “เลื
อกสรร” และ “สร้
างสรรค์
ทั้
ง ‚ถ้
อยคา” และ “ถ้
อยความ‛ ได้
อย่
างประณี
ตเหมาะสม ทั้
งในการให้
ความไพเราะเพราะพราว หรื
อ ให้
ความหมายอั
นลุ่
มลึ
ก จั
บใจ หรื
อสร้
างจิ
นตภาพอั
นชั
ดเจน
เช่
นการเล่
นคาในลั
กษณะของการซ้
าคาเดิ
และการเล่
นคาอั
พภาส คื
อการกร่
อนเสี
ยงคา แรกของคาซ้
า เช่
น รื
นรื
น เป็
น ระรื่
น ยิ
บยิ
บ เป็
น ยะยิ
เป็
นต้
น ทั
งนี
นอกจากทาให้
เสี
ยงของคามี
ความไพเราะแล้
ว ยั
งเสริ
มสร้
างจิ
นตภาพอี
กด้
วย
สรุ
ปได้
ว่
าผลงานกวี
นิ
พนธ์
ของ “อุ
ชเชนี
” เป็
นวรรณกรรมอั
นล้
าค่
าด้
วยลี
ลาวรรณศิ
ลป์
ที่
งดงาม
ทั้
งในกระบวนรั
กษาแบบแผนเก่
า คื
อ ขนบวรรณกรรมโบราณ ในขณะเดี
ยวกั
นก็
สร้
างสรรค์
รู
ปลั
กษณะ
ใหม่
ที่
สร้
างสี
สั
นและแนวทางใหม่
ๆให้
วงการวรรณกรรมไทยอี
กด้
วย
ลั
กษณะเด่
นเชิ
งวรรณศิ
ลป์
ในบทนิ
พนธ์
ของ “นิ
ด นรารั
กษ์
การศึ
กษาวิ
จั
ยลั
กษณะวรรณศิ
ลป์
ในบทนิ
พนธ์
ของประคิ
ณ ชุ
มสาย ณ อยุ
ธยา ในนามปากกา
“นิ
ด นรารั
กษ์
” ในที
นี
ได้
จากั
ดขอบเขตเฉพาะงานเขี
ยนประเภทบทความเรี
ยง ซึ่
งมี
จานวนมากพอที่
จะ
สรุ
ปลั
กษณะเด่
นทางวรรณศิ
ลป์
ตามโครงสร้
างของงานเขี
ยนบทความเรี
ยง สรุ
ปได้
ว่
า บทประพั
นธ์
ความ
เรี
ยงร้
อยแก้
วจานวน ๖๗ เรื่
อง ของประคิ
ณ ชุ
มสาย ณ อยุ
ธยา ซึ่
งใช้
นามปากกาว่
า “นิ
ด นรารั
กษ์
” เป็
วรรณกรรมที่
มี
คุ
ณค่
าทางวรรณศิ
ลป์
อย่
างสู
ง โดยประกอบด้
วยคุ
ณลั
กษณะอั
นโดดเด่
นดั
งนี้
๑. กลวิ
ธี
น่
าเสนอเรื่
อง
บทความเรี
ยงของ “นิ
ด นรารั
กษ์
” มี
แนวเขี
ยนในกลุ่
ม “ท่
วงทานองไพเราะสละสลวย”
กล่
าวคื
อมุ่
งเน้
นการใช้
ถ้
อยคาโวหารอั
นราบรื่
นไพเราะ (วนิ
ดา บารุ
งไทย, ๒๕๔๕, หน้
า ๖๗)