๑๐๗
ในงานเขี
ยนของทํ
านจึ
งเป็
นความสํ
านึ
กวํ
าควรจะต๎
องชํ
วยเหลื
อคนจน ผู๎
ด๎
อยโอกาส แม๎
จะเป็
นแนวคิ
ด
ซึ่
งไมํ
เป็
นที่
พอใจของบ๎
านเมื
อง ดั
งที่
ทํ
านเลํ
าประวั
ติ
ของทํ
านตอนหนึ่
งวํ
า ในชํ
วงที่
เขี
ยนบทกลอนชุ
ด
‚ขอบฟ้
าขลิ
บทอง‛ สํ
งพิ
มพ๑
ในนิ
ตยสาร
สยามสมั
ย
ทํ
านถู
กเพํ
งเล็
งวํ
า ‚เอี
ยงซ๎
าย‛
1
จนถู
กทางการสะกด
รอยตามถึ
ง ๓ เดื
อน เพื่
อตรวจสอบ ทั้
งนี้
ประคิ
ณ ชุ
มสาย ณ อยุ
ธยา สรุ
ปวํ
าผู๎
มี
ฐานะในสมั
ยนั้
น ไมํ
รู๎
เรื่
องความยากจน ไมํ
รู๎
จั
กชี
วิ
ตชาวสลั
ม ‚เขาไมํ
ชอบให๎
ใครเขี
ยนเรื่
องคนจน‛ สํ
วนตั
วทํ
านนั้
น ‚เป็
น
คาทอลิ
กที่
ต๎
องอยูํ
กั
บคนจน ก็
เขี
ยนถึ
งคนจน‛ ในระหวํ
างสอนหนั
งสื
อที่
จุ
ฬาลงกรณ๑
มหาวิ
ทยาลั
ยจึ
งได๎
รวบรวมอาสาสมั
ครจากคณะอั
กษรศาสตร๑
ทั้
งชาวพุ
ทธและชาวคริ
สต๑
ไปชํ
วยสอนเด็
กยากจนกั
น แตํ
คนที่
ไมํ
ชอบก็
จะมองไปในทางอื่
น หาวํ
าไปเผยแพรํ
ศาสนา‛ (ประคิ
ณ ชุ
มสาย ณ อยุ
ธยา, ผู๎
ให๎
สั
มภาษณ๑
, ๗
ธั
นวาคม ๒๕๕๓)
ด๎
วยเหตุ
นี้
รายงานผลการศึ
กษาวรรณกรรมของ
‚
อุ
ชเชนี
‛
และ
‚
นิ
ด นรารั
กษ๑
‛
หลายตํ
อหลาย
ฉบั
บจึ
งได๎
ผลสรุ
ปที่
ตรงกั
นวํ
า วรรณกรรมของนั
กเขี
ยนทํ
านนี้
สะท๎
อนแนวคิ
ด ความเชื่
อ และความศรั
ทธา
แนํ
วแนํ
ในความคิ
ดและคํ
าสอนของคริ
สต๑
ศาสนา โดยปรากฏในเนื้
อหาของเรื่
องอยํ
างชั
ดเจนและหนั
ก
แนํ
น เชํ
น วิ
ทยานิ
พนธ๑
เรื่
อง
ลั
กษณะคาประพั
นธ์
ร้
อยกรองของไทยตั้
งแต่
พ .ศ. ๒๔๗๕ – ๒๕๐๑
ของ อวยพร มิ
ลิ
นทางกู
ร (๒๕๑๙) สรุ
ปผลการศึ
กษาบทร๎
อยกรองของ ‚อุ
ชเชนี
‛ วํ
า ‚อุ
ชเชนี
‛ ศรั
ทธาใน
พระเจ๎
าผู๎
รั
กมนุ
ษย๑
ทั้
งโลก ทํ
าให๎
จิ
ตใจของทํ
านอํ
อนโยน มี
ความเป็
นนั
กมนุ
ษยธรรมที่
รั
กเพื่
อนมนุ
ษย๑
และปรารถนาให๎
ทุ
กคนมี
ความรั
กตํ
อกั
น เพื่
อสั
นติ
และโลกที่
ปราศจากการแยํ
งชิ
งเอารั
ดเอาเปรี
ยบกั
น
เชํ
นเดี
ยวกั
บนั
ยนา สุ
ทธิ
ธรรม ซึ่
งศึ
กษาผลงานของ ‚อุ
ชเชนี
‛ ในงานวิ
จั
ยเรื่
อง
ฉั
นทลั
กษณ์
ร่
วมสมั
ยใน
การสอนแต่
งคาประพั
นธ์
ในระดั
บมั
ธยมศึ
กษาตอนปล าย
(๒๕๑๘) ได๎
ข๎
อสรุ
ปวํ
าผลงานของ
‚อุ
ชเชนี
‛ อยูํ
ในแนวสะท๎
อนสภาพสั
งคม สํ
วนลั
กษณะบทประพั
นธ๑
มี
ทั้
งในแงํ
ศิ
ลปะเพื่
อศิ
ลปะ และศิ
ลปะ
เพื่
อมวลชน
ในทํ
านองเดี
ยวกั
น ศรี
ธั
นว๑
อยูํ
สุ
ขขี
ซึ่
งเสนอรายงานวิ
จั
ยเรื่
อง
การสอนวรรณกรรมร่
วมสมั
ย
โดยเน้
นการวิ
นิ
จส ารในระดั
บประกาศนี
ยบั
ตรวิ
ชาการศึ
กษาขั้
นสู
ง
(๒๕๑๙) ได๎
วิ
เคราะห๑
บทร๎
อย
กรอง เรื่
อง ‚...เฮํ
ย...เรื่
องเล็
ก‛ ของ ‚อุ
ชเชนี
‛ และเสนอผลสรุ
ปวํ
า นอกจากความงดงามในเชิ
งวรรณศิ
ลป์
แล๎
ว ‚อุ
ชเชนี
‛ ได๎
เสนอ ‚สาร‛ อั
นเป็
นประเด็
นสํ
าคั
ญ คื
อความเหลื่
อมล้ํ
าของสั
งคม พร๎
อมทั้
งเรี
ยกร๎
อ งให๎
เมตตาผู๎
ยากไร๎
ในสั
งคม
1
สํ
านวน ‚เอี
ยงซ๎
าย‛ ในขณะนั้
น หมายถึ
งผู๎
มี
จิ
ตใจฝั
กใฝ่
ลั
ทธิ
คอมมิ
วนิ
สต๑
ซึ่
งไมํ
เป็
นที่
พึ
งประสงค๑
สํ
าหรั
บฝ่
ายบ๎
านเมื
อง