องคความรู
ศิ
ลป
นแห
งชาติ
: นายมานพ ยาระณะ ๕๔
ครู
ผู
เป
นที่
รั
กของศิ
ษย
เสมอมา
ครู
ผู
รวมศาสตร
ที่
สํ
าคั
ญควรแก
การอนุ
รั
กษ
ตอไปเพื่
อดํ
ารงความเป
นล
านนา
ไทยให
ยั่
งยื
น”
(ว
าที่
รอยตรีพี
รวั
ฒน เสียงชารี
)
“สอนพื้
นฐานอย
างเขมงวด มีการทดสอบเพิ่
มทั
กษะอย
างต
อเนื่
อง
ปลู
กฝ
งคุ
ณธรรม จริยธรรม ฝ
กสมาธิ
จิ
ตศี
ลปฏิบั
ติอย
างมีแบบแผน
ต
อท
า ต
อเพลง อย
างมีระบบและเป
นไปตามแบบแผน
ใส
ใจการฝ
กทั
กษะของศิ
ษย
อย
างต
อเนื่
อง”
(มนั
สกาญจน สุ
ธรรมวิจิ
ตร)
จากข
อมู
ลที่
ได
มี
ผู
แสดงความคิ
ดเห็
นไว
นํ
ามาสั
งเคราะห
ให
เห็
นอั
ตลั
กษณ
ที่
โดดเด
น
ของนายมานพ ยาระณะ จํ
าแนกไดเป
นดานๆดั
งนี้
๑. อั
ตลั
กษณด
านความเป
นครู
นายมานพ ยาระณะ มีความเป
นครู
ผู
ใหอย
างแทจริ
ง
ได
เป
ดสอนศิลปะการแสดงพื้
นบานลานนาให
แกเด็
ก เยาวชน และผู
สนใจทั่
วไปที่
บ
านพั
กของ
ตนเอง ตั
้
งแต
ป
พ.ศ.๒๔๙๖ เป
นต
นมา โดยไม
หวงแหนวิ
ชาความรู
ที่
ตนเองมี
อยู
และไม
คิ
ด
ค
าใช
จ
ายในการสอนใดๆทั
้
งสิ้
น จนได
รั
บขนานนามว
า “โรงเรี
ยนครู
พั
นสั
นป
าข
อย” ทั
้
งนี้
นายมานพมี
จุ
ดประสงคเพื่
อตองการฝ
กฝนใหเด็
กและเยาวชน ไดมีความรู
ความชํ
านาญ และ
เพื่
อปลู
กฝ
งให
ทุ
กคนรู
จั
กใช
เวลาว
างให
เป
นประโยชน
มี
ความรั
ก ความหวงแหนและช
วยกั
น
อนุ
รั
กษ สืบสานและเผยแพรศิลปวั
ฒนธรรมดานนาฏศิลปดนตรีพื้นบานลานนา ใหแพรหลาย
ให
เป
นมรดกของชาติ
สืบไป
๒. อั
ตลั
กษณ
ดานความเป
นศิลป
น นายมานพ ยาระณะ มีความสามารถในการแสดง
อยางเป
นเลิศ มีบุ
คลิกทวงทาที่
สงางาม มีรสมือในการตีกลอง ตีฉาบเป
นเลิศ แมทุ
กวั
นนี้จะมี
อายุ
ถึ
ง ๗๙ ป
แต
นายมานพ ก็
ยั
งออกแสดงในโอกาสสํ
าคั
ญอยู
เนื
อง ๆ รวมทั
้
งการบั
นทึ
ก
แม
ท
าเจิ
ง และศิ
ลปะการตี
กลองพื้
นบ
านล
านนา ในการบั
นทึ
กองค
ความรู
ศิ
ลป
นแห
งชาติ
นายมานพ ยาระณะ ก็
เป
นผู
แสดงท
าดวยตนเอง
๓. อั
ตลั
กษณ
ด
านการรั
กษาจารี
ต รู
ปแบบการแสดงและใช
คาถาธรรมกํ
ากั
บการ
ตีกลอง นายมานพ ยาระณะ เป
นศิลป
นที่
รั
กษาจารีต รู
ปแบบการแสดงอยางเครงครั
ด จะมี
การไหวครู
กอนทุ
กครั
้งดวยดอกไม ธู
ปเทียน น้ํ
าขมิ้นสมปอย กระบวนการแสดงมีขั
้นตอนและ
คงรู
ปแบบตามที่
ได
สื
บทอดมา มี
การใช
คาถาธรรมสร
างเป
นรหั
สกํ
ากั
บการตี
กลอง เป
น
กุ
ศโลบายเพื่
อสรางจิตใหเป
นกุ
ศล นํ
าไปสู
ความดีงาม และมีการปลู
กฝ
งคุ
ณธรรมตามคติทาง