Page 48 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

องคความรู
ศิ
ลป
นแห
งชาติ
: นายมานพ ยาระณะ
๓๔
กั
นมาเป
นเวลานาน ด
วยรากฐานจากความเชื่
อในเรื่
องการบู
ชาสิ่
งศั
กดิ์
สิ
ทธิ์
ทั
งหลาย
ที่
เกี่
ยวของกั
บการดํ
ารงชี
วิตประจํ
าวั
ฟ
อนผางเป
นการแสดงที่
กํ
าเนิ
ดมาจากพิ
ธี
กรรมความเชื่
อเรื่
องการจุ
ดผาง เพื่
อให
แสงสวางในชีวิตประจํ
าวั
น หรือใชจุ
ดบู
ชาตอองคพระสั
มมาสั
มพุ
ทธเจ
า รวมทั
้งเหลาเทพยดา
ประจํ
าทิ
ศต
าง ๆ ตามความศรั
ทธาของชาวไทลื้
อ ซึ่
งจะกระทํ
าในงานประเพณี
ยี่
เป
ง ใน
ระยะแรกของการฟ
อนนั
้นเป
นการฟอนที่
ไมมีแบบแผน ตอมาไดรั
บอิ
ทธิพลดานแมทามาจาก
ฟ
อนเจิ
ง ซึ่
งเป
นศิ
ลปะการต
อสู
ของผู
ชายมาปรั
บสู
ท
ารํ
าฟ
อนผาง ฟ
อนผางมี
ท
ารํ
า ๑๘ ท
คือ ผางวงกวี
ยน ผางไขอก ผางบั
วบาน ผางสู
นเก
าสนป
าย ผางหลดศอก ผางเลียนดิ
น ผาง
เกี้
ยวเกลา ผางปรมะ หารผาง ผางปู
จาตะวั
น โยงผาง ผางเกายอด ผางแม
ธรณีรี
ดผม ผางปู
จาท
าวทั
งสี่
ผางออกวงเกวี
ยน เขยาะก
านั่
ง ฟ
อนยุ
มและตบมะผาบ ส
วนท
ารํ
าที่
รั
บมาจาก
ฟอนเจิง มีทั
้งหมด ๑๒ ทา คือ ผางวงเกวียน ผางบั
วบาน ผางสู
นเกาสนปาย ผางหลดศอก
ผางเกี้
ยวเกลา ผางปรมะ หารผาง ผางปู
จาตะวั
น ผางแมธรณีรีดผม เขยาะกานั่
ง ฟอนยุ
ม
และตบมะผาบ ในช
วงท
ายของท
าสื่
อให
เห็
นถึ
งศิ
ลปะการต
อสู
อั
นเป
นสั
ญชาตญาณการ
ป
องกั
นตั
วของมนุ
ษย
เมื่
อรู
ว
ามี
ภั
ยมาใกล
ตั
ว รู
ปแบบการแสดงฟ
อนผางมี
การแปรแถวใน
ลั
กษณะต
าง ๆ ไดแก
รู
ปกา รู
ปดอกบั
วและวงกลม สวนกระบวนทารํ
ามีลั
กษณะที่
เลียนแบบ
มาจากธรรมชาติ
ความเชื่
อและความศรั
ทธา มี
โครงสร
างของท
ารํ
าที่
มี
ลั
กษณะเฉพาะ
ประกอบดวยการใช
ศี
รษะ คือ การเอี
ยงศี
รษะไปด
านข
างและก
มศี
รษะลงตามลํ
าตั
ว การใช
ลํ
าคอ คื
อ การลั
กคอและการหมุ
นคอ การใชลํ
าตั
ว คือ การเอนลํ
าตั
วไปดานขางและการกม
ลํ
าตั
ว การใช
ลํ
าแขน คื
อ การตั
้งวงระดั
บเหนือศีรษะและการกั
นศอก การใชมือ คือ การหั
ข
อมื
อเข
าหาท
องแขน การพลิ
กข
อมื
อออกจากลํ
าตั
ว การใช
ข
อมื
อชนกั
นและการใช
หลั
งมื
ชนกั
น การใช
เท
า คื
อ การตะแคงเท
าราบกั
บพื้
น การผสมเท
า การแตะปลายเท
าและการ
เขย
งปลายเท
า ในความหมายของท
ารํ
าฟ
อนผางจะสื่
อถึ
งการบู
ชาตามความเชื่
อและความ
ศรั
ทธา มี
จารี
ตของการแสดงเริ่
มดวยการบู
ชาครู
ซึ่
งมีเครื่
องบู
ชา คือ ดอกบั
วสีขาว ๙ ดอก
ธู
ป ๙ ดอก เทียนขี้
ผึ้งบริสุ
ทธิ์
๕ เล
มและน้ํ
าขมิ้นสมป
อยแล
วปฏิ
บั
ติ
ตามขั
้นตอนของพิ
ธีกรรม
จากนั
นจึ
งเป
นการฝ
กหั
ดท
าพื้
นฐาน ๕ ท
า คือ ผางหลดศอก ผางไขอกและโยงผาง เพื่
อให
รู
จั
กประคองผางและการทรงตั
ว สํ
าหรั
บผู
แสดงแต
เดิมใชผู
ชายแสดง ตอมากํ
าหนดใหผู
หญิง
แสดงได
โดยมี
การปรั
บท
ารํ
าให
มี
ความอ
อนช
อยงดงาม เพื่
อให
เหมาะกั
บเป
นท
าฟ
อนของ
ผู
หญิ
ง การแต
งกายเลียนแบบมาจากการแตงกายในชี
วิตประจํ
าวั
นของชาวไทลื้
อ อุ
ปกรณ
ที่
ใช
ประกอบการแสดง คื
อ ผาง สํ
าหรั
บดนตรีประกอบที่
สํ
าคั
ญ คือ กลองจั
ยยะมงคล เพลง
ที่
ใช
คื
อ เพลงออกศึ
กและเพลงชนะศึ
กหรื
อเพลงขอฝนแสนห
า เดิ
มเป
นการแสดงในงาน
ประเพณีต
อมาสามารถใช
แสดงไดในงานทั่
วไป