องคความรู
ศิ
ลป
นแห
งชาติ
: นายมานพ ยาระณะ
๒๐
“… พระเจาสามฝ
งแกน ไดให
เจาขุ
นแสงผู
หลานไปตีเมืองยอง ซึ่
งถู
กพวกฮ
อ
ยึ
ดครองไว
เมื่
อขุ
นแสงขั
บไล
พวกฮ
อออกไปแล
ว ก็
รั
้
งให
พระยายองให
รั
กษา
พระมหาธาตุ
จอมยองตามประเพณี
ที่
พระยาโศกราชไดตั
้งไว
วา เมืองยองเป
นเมืองข
า
พระธาตุ
ไม
ต
องไปเสี
ยส
วยแต
อย
างใด แต
เมื่
อถึ
งป
ให
ไปคารวะเจ
าขุ
นแสงซึ่
งครอง
เมืองเชี
ยงแสนและพระเจ
าสามฝ
งแกนยั
งเมืองเชี
ยงใหม
และให
นํ
าเอาช
างฟ
อนหอก
ฟ
อนดาบ ลงไปฟ
อนถวายต
อพระพั
กตรดวย และให
ถื
อเป
นประเพณีอยางนั
้นตลอดมา
…”
สนั่
น ธรรมธิ
นั
กวิชาการมหาวิทยาลั
ยเชียงใหม ไดยกตั
วอยางแม
ทาเจิงหอกที่
ปรากฏ
ในคั
มภีรใบลาน เรื่
องมหาชาติ กั
ณฑมหาราช จากวั
ดกู
คํ
า อํ
าเภอเมือง จั
งหวั
ดนาน ในคั
มภี
ร
ได
พู
ดถึ
งเชิ
งหอกตอนที่
พระยาสั
ญชั
ยเตรี
ยมเสนาอามาตย
ข
าทาสบริ
วาร ไปรั
บพระยา
เวสสั
นตระ ที่
เขาวงกต ไดกล
าวถึ
งเชิ
งหอกว
า (๒๕๓๗ : ๑๓)
“เชิ
งหอกอั
นนึ่
งชื่
อว
าแม
มอมเกี้
ยวเกล
า เสาโรงทอง เป
นโคมคองหมากเต
า
สามสุ
มเสาคระเชยชิ
ดช
อง นางเหยี้
ยมปล
องลงแทง ผ
าฟองฟ
นรีบรอน พอฟุ
งเฟ
อง
หน
อยสงวน เกล
ากลางพนพวนสวั
กสวาด ชะดาแม
มาดชุ
มแสง ตามแหลวแมนเชิ
งถี่
ช
องนางควี่
ขะแจชํ
า พวกควรจํ
าชาวมา ขุ
นใหม
หมาเช็
กคาย”
การนํ
าฟ
อนหอกมาจั
ดแสดงก็
คงมี
ที่
มาในลั
กษณะเดี
ยวกั
นกั
บฟ
อนดาบ แตกต
างกั
น
เพียงอาวุ
ธที่
ใชประกอบและกระบวนทาบางทาเทานั
้น การแสดงฟอนหอกในป
จจุ
บั
นมีไมมาก
นั
ก เนื่
องจากผู
แสดงจะต
องใช
เวลาในการฝ
กฝนให
เกิ
ดความชํ
านาญเป
นระยะเวลานาน
โดยเฉพาะอย
างยิ่
งการควงหอกโดยการไลไปตามนิ้วมือ และการพลิกหอกจะตองฝ
กฝนอยาง
คล
องแคล
วจนดู
เสมื
อนว
าหอกวิ่
งไปได
อย
างมี
ชี
วิ
ต และผู
แสดงจะต
องนํ
าแม
ท
าเจิ
งหอกมา
ร
ายรํ
าให
ต
อเนื่
องสั
มพั
นธ
กั
นอย
างคล
องแคล
ว จึ
งจะเกิ
ดลีลาที่
งดงาม ตื่
นเตนเราใจ
กลองพื้
นบ
านล
านนา
กลอง นั
บเป
นวั
ฒนธรรมด
านดนตรี
ชนิ
ดหนึ่
ง ที่
ปรากฏในภู
มิ
ภาคแห
งนี้
โดยทั่
วไป
กลองมีรู
ปลั
กษณทรงกลม ทํ
าดวยไมเนื้อแข็
งและหุ
มดวยหนั
งสั
ตว กลองบางชนิดหุ
มหนั
งดาน
เดียว กลองบางชนิดหุ
มหนั
งทั
้
ง ๒ ดาน เมื่
อตีหรือเคาะดวยมือหรือไม จะมีเสียงดั
งกั
งวานและ
ไพเราะ ตามคุ
ณลั
กษณะของวั
สดุ
ที่
ทํ
าและขนาดของกลองนั
้น ๆ สั
นนิษฐานเบื้องตนวา บรรดา