Page 244 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

บทที่
แรงบั
นดาลใจ กระบวนการสร
างสรรค
และผลงานสร
างสรรค
ด
านศิ
ลปะการแสดง “ฟ
อน”
ในการศึ
กษาตามขอคํ
าถามหลั
กการวิจั
ยที่
วา แรงบั
นดาลใจในการสรางสรรคผลงาน
ของนายมานพ ยาระณะ มี
เรื่
องใดบ
าง และกระบวนการสร
างสรรค
ผลงานที่
โดดเด
นของ
นายมานพ ยาระณะ มีอะไรบาง ผู
วิจั
ยไดศึกษาจากเอกสาร การสนทนากลุ
ม และสั
มภาษณ
แบบเจาะลึ
ก จากบุ
คคลข
อมู
ลหลั
ก ลู
กศิ
ษย
และบุ
คคลที่
เกี่
ยวข
องกั
บบุ
คคลข
อมู
ลหลั
ปรากฏผลการศึ
กษา ดั
งนี้
๑. แรงบั
นดาลใจในการสร
างสรรค
ผลงานของนายมานพ ยาระณะ
๑.๑
แรงบั
นดาลที่
มาจากสั
งคม วั
ฒนธรรม ประเพณี
การที่
นายมานพ ยาระณะ มี
วิ
ถี
ชี
วิ
ตอยู
ในพื้
นที่
ที่
มี
สภาพแวดล
อมทางธรรมชาติ
อั
อุ
ดมสมบู
รณ
อยู
ในสั
งคมที่
บ
าน วั
ด ชุ
มชน มีความผู
กพั
นกั
นอย
างแน
นแฟ
น อยู
ในพื้
นที่
ที่
อุ
ดมไปด
วยศิ
ลปวั
ฒนธรรมและประเพณี
อยู
ในครอบครั
วที่
มี
บิ
ดาเป
นนั
กดนตรี
มารดาเป
ชางฟ
อนประจํ
าวั
ดในหมู
บาน และเมื่
อเวลาที่
วั
ดแมจ
อง วั
ดแมก
ะมี
งานประเพณี
ตาง ๆ นาย
มานพ ยาระณะ จึ
งได
เห็
นการฟ
อน การแห
ตี
กลอง มาตั
งแต
วั
ยเด็
ก เมื่
อได
มาอยู
ที่
บ
าน
สั
นป
าข
อยก็
มี
ความผู
กพั
นอยู
กั
บวั
ดสั
นป
าข
อย ช
วยเหลื
อกิ
จการของวั
ด เป
นศรั
ทธาวั
สั
นป
าข
อย ไดมี
โอกาสรวมแห
ดนตรี
ตีกลอง ฆอง ฉาบ ฟ
อนเจิ
ง ฟ
อนดาบ ฟ
อนหอก ในงาน
ประเพณี
ต
าง ๆ ซึ่
งนายมานพ ยาระณะ ได
รั
บรู
ว
าเป
นเรื่
องของบุ
ญตามคํ
าสอนของ
ครู
บามหาวรรณ วั
ดแม
จ
อง และครู
บาวงค
วั
ดแม
ก
ะ พระอริยสงฆผู
ปฏิบั
ติดีปฏิบั
ติชอบ ไดเป
แรงบั
นดาลใจสํ
าคั
ญในการสรางสรรค
ผลงานในเวลาต
อมา
๑.๒
แรงบั
นดาลใจที่
มาจากการแสดงศิ
ลปะพื้
นบ
านล
านนา
ในช
วงชี
วิตในวั
ยหนุ
มที่
นายมานพ ยาระณะ พั
กอาศั
ยอยู
ที่
บ
านสั
นปาขอย ไดมีโอกาส
ร
วมกั
บคณะสุ
จิ
นต
และสหาย และคณะพ
อครู
ใหม
อภิ
บาล ออกแสดงการตี
กลองเจิ
ง ตาม
งานต
าง ๆ มิ
ได
ขาด ทํ
าให
นายมานพ ยาระณะ ได
มี
โอกาสเรี
ยนรู
ศิ
ลปะการแสดงพื้
นบ
าน
ลานนา จากพ
อครู
ที่
มี
ความสามารถโดดเด
น ทั
งด
านการแสดงเจิ
ง ฟ
อนดาบ ฟ
อนหอก การ
ตี
กลองปู
เจ
การตี
กลองมองเซิ
ง ซึ่
งศิ
ลปะการแสดงเหล
านี้
นายมานพ ยาระณะ ได
นํ
าออก
แสดงและนํ
ามาสอนให
กั
บเยาวชนที่
บ
านของตนเองโดยไม
คิ
ดค
าใช
จายเป
นเวลามากกวา ๖๐ ป