๒) เป็
นการระดมความคิ
ดเห็
นของชาวตลาดตํ
อการพั
ฒนาฟื้
นฟู
ตลาดสามชุ
ก ซึ่
งมี
ผู๎
เข๎
ารํ
วม
ประชุ
มประมาณ ๑๐๐ กวํ
าคน โดยมี
วิ
ธี
การดั
งนี้
-
ลงทะเบี
ยนรายชื่
อผู๎
เข๎
ารํ
วมประชุ
ม
-
การตั้
งคํ
าถามเกี่
ยวกั
บ ปั
ญหาและความต๎
องการของชาวตลาดสามชุ
ก
-
ให๎
ผู๎
เข๎
ารํ
วมประชุ
ม ได๎
แสดงความคิ
ดเห็
นเกี่
ยวกั
บแนวทางการพั
ฒนาตลาดสามชุ
ก
-
กํ
าหนดกิ
จกรรมที่
จะดํ
าเนิ
นงานรํ
วมกั
น
-
ให๎
มี
การยกมื
อยื
นยั
นเมื่
อเห็
นด๎
วยและไมํ
เห็
นด๎
วย
-
นั
บคะแนนพร๎
อมการถํ
ายรู
ปไว๎
เป็
นหลั
กฐาน
-
จั
ดทํ
ารายงานสรุ
ปผลการประชุ
มแจกเพื่
อเป็
นฐานข๎
อมู
ลในการทํ
างาน ซึ่
งเป็
นนํ
าเอา
กระบวนการทํ
างานแบบมี
สํ
วนรํ
วมเข๎
ามาใช๎
เพื่
อให๎
เกิ
ดการยอมรั
บในมติ
ที่
เกิ
ดขึ้
น จากเวที
การประชุ
มของสํ
วนรวม
ซึ่
งจะต๎
องรั
บผิ
ดชอบรํ
วมกั
น
จากการประชุ
มรํ
วมกั
น ที่
ประชุ
มมี
มติ
ให๎
อนุ
รั
กษ์
และฟื้
นฟู
ตลาดสามชุ
ก โดยมี
กิ
จกรรมหลั
ก ๑๓
ประการ ดั
งนี้
๑) การรํ
วมกั
นจั
ดระเบี
ยบตลาดให๎
นํ
าเดิ
น นํ
าซื้
อ
๒) การระดมกํ
าลั
งจั
ดการขยะ ดู
แลรั
กษาความสะอาดทํ
อระบายน้ํ
า อบรมการทํ
าปุ๋
ยหมั
ก
และน้ํ
าหมั
กชี
วภาพ
๓) การอนุ
รั
กษ์
บ๎
านโดยการปรั
บปรุ
งรั
กษาสภาพเดิ
ม
๔) การไปดู
งานที่
“บ๎
านพิ
พิ
ธภั
ณฑ์
” เพื่
อหาแนวทาง / แนวคิ
ดในการพั
ฒนา
๕) การพั
ฒนาจุ
ดลํ
องเรื
อชมวิ
ว / ศึ
กษาวิ
ถี
ชี
วิ
ตริ
มน้ํ
า
๖) การทํ
าทางเดิ
นริ
มน้ํ
า และเขตเลี้
ยงปลาหน๎
าตลาด
๗) การสร๎
างเอกลั
กษณ์
ของตลาดเช๎
า ตลาดเย็
น
๘) การสํ
งเสริ
มเรื่
องการออกกํ
าลั
งกาย / ดู
แลสุ
ขภาพ
๙) การจั
ดงานสงกรานต์
และระดมภาพประวั
ติ
ศาสตร์
๑๐) การดึ
งผู๎
สู
งอายุ
เข๎
ามารํ
วมศึ
กษา และให๎
ความรู๎
เชิ
งประวั
ติ
ศาสตร์
๑๑) การประชาสั
มพั
นธ์
เพื่
อเป็
นแหลํ
งทํ
องเที่
ยว
๑๒) การระดมทุ
นเพื่
อจั
ดตั้
ง “กองทุ
นอนุ
รั
กษ์
ฟื้
นฟู
บ๎
านที่
มี
คุ
ณคํ
าทางสถาปั
ตยกรรม”
๑๓) การประสานกั
บราชพั
สดุ
๓.๖
วางแผนการดาเนิ
นงาน
โดยการจั
ดประชุ
มคณะกรรมการพั
ฒนาตลาดสามชุ
กฯ
(หลั
งจากที่
มี
การจั
ดเวที
ประชาคมแล๎
ว ๑ เดื
อน) ในวั
นที่
๒๗ มี
นาคม ๒๕๔๖ เพื่
อกํ
าหนดรายละเอี
ยดขั้
นตอนตํ
างๆ ในการ
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม
:
กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
ก
๖๓