๓.๒ การศึ
กษาดู
งาน
เป็
นการเปิ
ดโลกทั
ศน์
และเพิ่
มความรู๎
ใหมํ
ในการพั
ฒนา ให๎
กั
บคณะทํ
างาน
โดยไปศึ
กษาดู
งานที่
ถนนทํ
าพระอาทิ
ตย์
ถนนยมจิ
นดา ตลาดดอนหวาย พิ
พิ
ธภั
ณฑ์
เขายี่
สาร เมื
องโบราณ
พิ
พิ
ธภั
ณฑ์
บ๎
านจํ
าทวี
จั
งหวั
ดพิ
ษณุ
โลก พิ
พิ
ธภั
ณฑ์
จั
นเสน จั
งหวั
ดนครสวรรค์
บ๎
านพิ
พิ
ธภั
ณฑ์
ของอาจารย์
เอนก นาวิ
กมู
ล ฯลฯ ทํ
าให๎
คณะทํ
างานและแกนนํ
า ได๎
เห็
นรู
ปธรรมที่
สํ
าเร็
จ และไมํ
สํ
าเร็
จดั
งที่
แกนนํ
าคนหนึ่
ง
กลํ
าววํ
า
“..ได้
เห็
นของเมื
องอื่
น มาเปรี
ยบเที
ยบกั
บเมื
องเราแล้
ว ได้
รู้
ศั
กยภาพตั
วเอง.. ได้
มาคิ
ดว่
าเรายั
งมี
อะไรที่
พั
ฒนาได้
อี
กหลายอย่
าง..”
ทํ
าให๎
ได๎
เรี
ยนรู๎
และนํ
ามาประยุ
กต์
ใช๎
กั
บชุ
มชนของตน เชํ
น การจั
ดพิ
พิ
ธภั
ณฑ์
ชุ
มชน
การใช๎
คู
ปองอาหาร การแก๎
ปั
ญหาที่
อยูํ
อาศั
ยของชุ
มชนแออั
ด นอกจากนั้
นยั
งได๎
เรี
ยนรู๎
กระบวนการทํ
างานแบบมี
สํ
วนรํ
วม เป็
นการสร๎
างความมั่
นใจให๎
กั
บคณะกรรมการ ในการดํ
าเนิ
นงานฟื้
นฟู
ตลาดสามชุ
กมากยิ่
งขึ
้
น
๓.๓ ร่
วมเวที
สั
มมนา เพื่
อขยายมุ
มมอง
คณะกรรมการฯเกิ
ดแนวคิ
ดในการพั
ฒนาเมื
องเกํ
าและมี
การแลกเปลี่
ยนเรี
ยนรู๎
ปั
ญหาเมื
องเกํ
ารํ
วมกั
บ กลุํ
มนั
กวิ
ชาการ และผู๎
นํ
ากลุํ
มเมื
องเกํ
าตํ
างๆ ซึ่
งทํ
าให๎
ชุ
มชนมี
ประสบการณ์
ตรง จากการเข๎
ารํ
วมเวที
สั
มมนาเมื
องเกํ
าที่
โรงแรมเวี
ยงใต๎
เวที
เมื
องนํ
าอยูํ
ของสภาพั
ฒนาการ
เศรษฐกิ
จและสั
งคมแหํ
งชาติ
ซึ่
งกํ
อให๎
เกิ
ดการเรี
ยนรู๎
ประสบการณ์
จากภายนอกและยั
งเป็
นการเสริ
มสร๎
าง
วิ
สั
ยทั
ศน์
ให๎
กว๎
างไกล จากที่
มี
อยูํ
เดิ
ม เพื่
อนํ
ามาปรั
บใช๎
ในชุ
มชน และกระตุ๎
นให๎
เทศบาลและคณะกรรมการฯจั
ดเวที
ชุ
มชนขึ้
นในตลาดสามชุ
ก เพื่
อรั
บทราบความต๎
องการและแนวทางในการอนุ
รั
กษ์
ตลาดสามชุ
ก หลั
งจากได๎
ข๎
อคิ
ดเห็
นและแนวทางในการแก๎
ปั
ญหาที่
ครอบคลุ
มมิ
ติ
แล๎
ว คณะกรรมการฯได๎
นํ
าข๎
อมู
ลมาจั
ดประชุ
มวาง
แผนการทํ
างาน ซึ่
งนํ
าไปสูํ
การปรั
บกลไกในการบริ
หารจั
ดการขององค์
กรให๎
มี
ตั
วบุ
คคลที่
เหมาะกั
บงาน มี
การ
บริ
หารจั
ดการที่
แบํ
งตามภารกิ
จที่
คลํ
องตั
วขึ้
น ทํ
าให๎
งานดํ
าเนิ
นไปได๎
อยํ
างลื่
นไหลและมี
ประสิ
ทธิ
ภาพมากขึ้
น
๓
.
๔ การวิ
เคราะห์
ชุ
มชน
เพื่
อย๎
อนกลั
บมามองตนเอง หลั
งจากได๎
ศึ
กษาเรี
ยนรู๎
ประสบการณ์
การ
ทํ
างานจากชุ
มชนอื่
นๆ จึ
งได๎
กลั
บมาวิ
เคราะห์
ตลาดสามชุ
ก พบวํ
าเป็
นตลาดที่
เคยรุํ
งเรื
องด๎
านการค๎
าขายเมื่
อในอดี
ตมา
กํ
อนที่
จะประสบปั
ญหาตลาดซบเซาลงจนต๎
องนอนขาย ทํ
าให๎
ชาวตลาดสามชุ
กพยายามค๎
นหาหนทางที่
จะทํ
าให๎
เศรษฐกิ
จตลาดดี
ขึ้
น พบวํ
าตลาดสามชุ
กเป็
นตลาดไม๎
เกํ
าที่
มี
ความสวยงามทางสถาปั
ตยกรรม มี
ลวดลายไม๎
ฉลุ
ที่
ควร
คํ
าแกํ
การอนุ
รั
กษ์
ไว๎
ให๎
ลู
กหลานได๎
เรี
ยนรู๎
แตํ
ขณะเดี
ยวกั
นคณะกรรมการฯ ก็
กั
งวลและไมํ
มั่
นใจวํ
าตลาดสามชุ
กจะ
มี
คุ
ณคํ
ามากพอ ที่
จะดึ
งดู
ดให๎
นั
กทํ
องเที่
ยวมาเยี่
ยมชม จนทํ
าให๎
เศรษฐกิ
จตลาดสามชุ
กดี
ขึ้
นหรื
อไมํ
๓.๕ จั
ดเวที
ประชาคม
มี
การจั
ดเวที
ประชาคม เมื่
อวั
นที่
๒๗ กุ
มภาพั
นธ์
๒๕๔๖ โดยมี
วั
ตถุ
ประสงค์
ดั
งนี้
๑) แนะนํ
ามู
ลนิ
ธิ
ชุ
มชนไทให๎
ชาวตลาดสามชุ
กได๎
รั
บทราบเพื่
อลดความหวาดระแวง ความไมํ
ไว๎
วางใจระหวํ
าง NGO กั
บชาวบ๎
าน
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม
:
กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
ก
๖๒