๔) การปรั
บปรุ
งถนนสายสามชุ
ก - หนองหญ้
าไซ
ถนนสายสามชุ
ก-หนองหญ๎
าไซ เป็
นเส๎
นทางหลั
กในการค๎
าขาย เมื่
อกํ
อนเป็
นทางเกวี
ยนที่
ผู๎
คน
ใช๎
ติ
ดตํ
อซื้
อขายมาตั้
งแตํ
ยุ
คบุ
กเบิ
ก และได๎
ปรั
บปรุ
งและพั
ฒนาขึ้
นครั้
งแรกในปี
พ.ศ. ๒๕๒๓ เป็
นถนนลู
กรั
ง
ขาดการบํ
ารุ
งรั
กษาอยูํ
หลายปี
กวํ
าจะลาดยาง โดยสํ
านั
กงานเรํ
งรั
ดพั
ฒนาชนบท (รพช.) ตํ
อมาได๎
มี
การโอนถนน
สายนี้
ให๎
กรมทางหลวงมี
การปรั
บปรุ
งและขยายถนนให๎
ได๎
มาตรฐาน โดยศู
นย์
สร๎
างทางกาญจนบุ
รี
ซึ่
งมี
วิ
ธี
การ
กํ
อสร๎
างที่
เป็
นปั
ญหาตํ
อประชาชนที่
ต๎
องใช๎
ถนนในการสั
ญจรไป –มา ในปี
แรกมี
การรื้
อถนนลาดยางเดิ
มออก
แล๎
วขยายถนนให๎
กว๎
างขึ้
นตลอดเส๎
นทาง (ระยะทาง ๑๘ กิ
โลเมตร) และลงลู
กรั
งทิ้
งไว๎
ทํ
าให๎
ถนนเต็
มไปด๎
วยฝุ่
น
ตํ
อมาในปี
ที่
๒ จึ
งลงหิ
นคลุ
กตลอดระยะทาง ๑๘ กิ
โลเมตรเดิ
ม ชาวบ๎
านก็
ยั
งไมํ
สะดวกในการใช๎
เส๎
นดั
งกลํ
าว
และในปี
ที่
๓ จึ
งจะลาดยาง แทนที่
จะทํ
าให๎
แล๎
วเสร็
จเป็
นชํ
วง ๆ จึ
งสํ
งผลให๎
ชาวบ๎
านในละแวกนั้
นเดื
อดร๎
อนใน
การสั
ญจรตลอดระยะเวลาการกํ
อสร๎
างตลอดเส๎
นทาง ทํ
าให๎
ชาวบ๎
านที่
เคยเข๎
ามาจั
บจํ
ายซื้
อสิ
นค๎
าในตลาด ไมํ
เดิ
นทางเข๎
ามายั
งตลาดสามชุ
ก และหั
นไปทํ
าการค๎
ากั
บตลาดอื่
นแทน แสดงให๎
เห็
นวํ
าถนนต๎
องมี
สภาพที่
แยํ
จริ
ง ๆ
ซึ่
งได๎
มี
ผู๎
สะท๎
อนความรู๎
สึ
กที่
มี
ตํ
อการปรั
บปรุ
งถนนดั
งกลํ
าว ตามคํ
าบอกเลํ
าของคุ
ณพิ
พั
ฒน์
โฆษิ
ตวี
รวั
ฒน์
ดั
งนี้
“ถนนจากอาเภอหนองหญ้
าไซมาตลาดสามชุ
ก เป็
นหลุ
มเป็
นบ่
อ อี
หลุ
กขลุ
กขลั
กกว่
าจะเดิ
นทางมา
ได้
คนทางหนองหญ้
าไซก็
ไปอาเภอดอนเจดี
ย์
หรื
อไม่
ก็
เข้
าไปจั
งหวั
ดเลย ไม่
ผ่
านมาทางสามชุ
ก ทาให้
เป็
นความ
เคยชิ
นของคนอาเภอหนองหญ้
าไซ ซึ่
งตนเองได้
เคยถามคนหนองหญ้
าไซว่
าทาไมไม่
มาสามชุ
ก เขาก็
ตอบว่
า
ขี้
เกี
ยจล้
างรถ ไม่
อยากให้
รถพั
ง เพราะว่
ากว่
าจะเดิ
นทางมาถึ
งสามชุ
กก็
๒๐ กิ
โล ทางไม่
ดี
ไม่
มาดี
กว่
า นี่
ละคื
อ
สาเหตุ
หนึ่
งที่
ทาให้
ตลาดสามชุ
กซบเซาลงในที่
สุ
ด”
๓.๑.๒ การแข่
งขั
นทางการค้
า
๑) การเกิ
ดตลาดนั
ด
ในชํ
วงทศวรรษ ๒๕๔๐ เป็
นยุ
คเศรษฐกิ
จตกต่ํ
าโดยทั่
วไป ทํ
าให๎
ผู๎
คนหั
นไปประกอบอาชี
พ
ค๎
าขายเล็
ก ๆน๎
อย ๆ ตามทุ
นทรั
พย์
ที่
มี
อยูํ
และตํ
างพยายามใช๎
กลยุ
ทธ์
ตํ
าง ๆ เพื่
อให๎
ขายสิ
นค๎
าได๎
ดี
มี
กลยุ
ทธ์
สํ
าคั
ญ
ก็
คื
อการนํ
าตลาดเข๎
าไปหาชุ
มชน โดยไมํ
ต๎
องรอชุ
มชนเข๎
ามาหาตลาด ทํ
าให๎
ได๎
รั
บผลการตอบรั
บอยํ
างมากและ
นอกจากนี้
ผู๎
ประกอบการตลาดนั
ดมั
กจะสั
ญจรไปทั่
ว มี
สิ
นค๎
าแปลกใหมํ
มาบริ
การ และมี
ผลิ
ตผลการเกษตรมา
ขายในราคาถู
ก ทํ
าให๎
ได๎
รั
บความนิ
ยม มี
ผู๎
คนไปจั
บจํ
ายซื้
อของจํ
านวนมาก ตลาดนั
ดจะมี
การตั้
งหมุ
นเวี
ยนไป
ตามแหลํ
งตํ
าง ๆ ที่
เป็
นแหลํ
งชุ
มชนหรื
อยํ
านที่
อยูํ
อาศั
ย ดั
งนั้
นตลาดนั
ดจึ
งทํ
าให๎
ผู๎
คนบริ
เวณรอบ ๆ ตลาดสามชุ
ก
ไมํ
เข๎
ามาซื้
อขายในตลาดเชํ
นที่
เคยเป็
นมา จํ
านวนคนที่
จะเข๎
ามาซื้
อขายในตลาดสามชุ
กน๎
อยลงอยํ
างเห็
นได๎
ชั
ด จึ
ง
เป็
นสาเหตุ
หนึ่
งที่
ทํ
าให๎
ตลาดสามชุ
กซบเซาในที่
สุ
ด
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม : กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
ก
๔๑