เจ๎
าของทํ
าทํ
าหน๎
าที่
เป็
นคนกลางในการค๎
าถํ
านคื
อซื้
อถํ
านจากเกวี
ยนและขายถํ
านให๎
เรื
อและเป็
นคน
เสี
ยภาษี
ให๎
กั
บกรมป่
าไม๎
(เนื่
องจากได๎
รั
บสั
มปทานค๎
าถํ
านจากกรมป่
าไม๎
) และจะได๎
รั
บใบอนุ
ญาตในการเดิ
นทาง
เรี
ยกวํ
า ใบผํ
านภาษี
หรื
อใบเบิ
กทาง
เส๎
นทางการค๎
าถํ
านในอดี
ตใช๎
เรื
อเป็
นหลั
กซึ่
งมี
ทั้
งขาขึ้
นและขาลํ
องโดยเรื
อจะลํ
องจากสามชุ
กผํ
าน
ศรี
ประจั
นต์
ถึ
งตั
วจั
งหวั
ดสุ
พรรณบุ
รี
และมี
เรื
อสํ
าปั้
นขนาดเล็
กแลํ
นขึ้
นมาจากบ๎
านทุํ
งสาลี
อํ
าเภอสองพี่
น๎
อง เพื่
อ
มาซื้
อถํ
านจากตลาดสามชุ
กไปขายปลี
กตามหมูํ
บ๎
าน ขาขึ้
นก็
เอามั
นเทศ อ๎
อย ติ
ดเรื
อมาขายที่
ตลาดสามชุ
ก สํ
าหรั
บ
เรื
อขนาดใหญํ
จะเอาถํ
านลํ
องไปขายที่
กรุ
งเทพ แถวทํ
าน้ํ
าวั
ดราชาธิ
วาส และเทเวศร์
เพื่
อใช๎
หุ
งข๎
าวทํ
ากั
บข๎
าว
จากนั้
นจะมี
เรื
อสํ
าปั้
นลํ
าเล็
กๆ มารั
บซื้
อตํ
อจากเรื
อใหญํ
เพื่
อไปขายตํ
อตามคลองเล็
ก คลองน๎
อยในกรุ
งเทพฯ
บางครั้
งเรื
อยั
งลํ
องไปขายถํ
านที่
คลองบางลํ
าพู
คลองมหานาค และลํ
องไปไกลถึ
ง อํ
าเภออั
มพวา
ในสมั
ยสงครามโลกครั้
งที่
๒ เรื
อถํ
านลํ
องไปขายที่
โรงปู
นซี
เมนต์
ทํ
าลาน จั
งหวั
ดสระบุ
รี
เนื่
องจาก
น้ํ
ามั
นมี
ราคาแพงโรงปู
นจึ
งจํ
าเป็
นต๎
องใช๎
ถํ
านเป็
นเชื้
อเพลิ
งแทนน้ํ
ามั
นซึ่
งในชํ
วงนั้
นสามารถขายถํ
านให๎
โรงปู
น
ทั้
งแบบแทํ
งและแบบป่
นแหลก
กิ
จการของทํ
าถํ
านซบเซาในชํ
วงปี
พ.ศ.๒๔๙๐ ถึ
ง พ.ศ.๒๔๙๘ จํ
านวนเกวี
ยนที่
บรรทุ
กถํ
านมาขายมี
จํ
านวนน๎
อยลง เนื่
องจากมี
รถเข๎
าไปทํ
าหน๎
าที่
บรรทุ
กถํ
านแทนเกวี
ยน บทบาทของการเป็
นทํ
าถํ
านของตลาด
สามชุ
กจึ
งลดความสํ
าคั
ญลงตั้
งแตํ
นั้
นมา
๑.๔ ระบบความสั
มพั
นธ์
ด๎
วยลั
กษณะทางกายภาพของตลาดสามชุ
ก ตั้
งอยูํ
บริ
เวณที่
เป็
นทํ
าเลค๎
าขาย และอยูํ
ใกล๎
ศู
นย์
กลางของ
ราชการ ประกอบอาชี
พค๎
าขาย จึ
งสํ
งผลตํ
อวิ
ถี
ชี
วิ
ต ของผู๎
คนในตลาดสามชุ
กที่
ต๎
องมี
ความสั
มพั
นธ์
เชื่
อมโยงกั
บ
สิ่
งแวดล๎
อมรอบๆ ตั
ว ไมํ
วํ
าจะเป็
นการปฏิ
สั
มพั
นธ์
กั
บผู๎
คนมากหน๎
าหลายตา ทั้
งภายในชุ
มชนเอง พํ
อค๎
า แมํ
ค๎
า
ที่
เข๎
ามาติ
ดตํ
อค๎
าขาย ลู
กค๎
าที่
แวะเวี
ยนเข๎
ามาซื้
อขายสิ
นค๎
าที่
มาจากชุ
มชนใกล๎
เคี
ยง รวมทั้
งหนํ
วยงานราชการที่
ติ
ดตํ
อประสานงานกั
น ในหลายสถานะ ทั้
งในด๎
านการปกครอง ที่
เป็
นทางการและไมํ
เป็
นทางการ ตลาดสามชุ
ก
จึ
งอยูํ
ในสถานะของตลาดประจํ
าอํ
าเภอ และเป็
นตลาดการค๎
าที่
มี
ปริ
มาณการหมุ
นเวี
ยนสิ
นค๎
าจํ
านวนมาก
องค์
ประกอบเหลํ
านี้
ล๎
วนเป็
นปั
จจั
ยสํ
าคั
ญที่
ทํ
าให๎
ชุ
มชนตลาดสามชุ
กมี
ปฏิ
สั
มพั
นธ์
ในบทบาทชุ
มชนการค๎
าที่
ต๎
อง
สั
มพั
นธ์
ใกล๎
ชิ
ดกั
บเจ๎
าหน๎
าที่
ทางราชการมาโดยตลอด นอกจากนี้
ระบบความสั
มพั
นธ์
อี
กด๎
านหนึ่
ง คื
อ วั
ฒนธรรม
ของชุ
มชนชาวจี
น ที่
เกาะเกี่
ยวกั
นด๎
วยความเชื่
อ ความศรั
ทธาในเจ๎
าพํ
อหลั
กเมื
อง ความสั
มพั
นธ์
ในถิ่
นกํ
าเนิ
ด
ตลอดจนขนบธรรมเนี
ยมที่
ถื
อปฏิ
บั
ติ
สื
บตํ
อกั
นมาครั้
งบรรพบุ
รุ
ษ อี
กทั้
งด๎
วยวิ
สั
ยของอาชี
พค๎
าขาย ทํ
าให๎
มี
การ
วางตั
วให๎
เหมาะสมกลมกลื
นกั
บเจ๎
าของวั
ฒนธรรมเดิ
ม ด๎
วยการสนั
บสนุ
น เป็
นธุ
ระ ด๎
วยความขยั
นขั
นแข็
ง ในการ
รํ
วมกิ
จกรรมการสื
บสานประเพณี
และวั
ฒนธรรมไทย มาอยํ
างตํ
อเนื่
องยาวนาน ดั
งนั้
นความสั
มพั
นธ์
ในชุ
มชน
ตลาดสามชุ
ก พอจะจํ
าแนกได๎
ดั
งนี้
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม : กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
ก
๒๒