ด๎
านเศรษฐกิ
จ ประชากรสํ
วนใหญํ
อยูํ
ในภาคเกษตรกรรม ทํ
าไรํ
อ๎
อย ทํ
านา ปลู
กข๎
าวโพด ปลู
กผั
ก
ผลไม๎
การปศุ
สั
ตว์
และการทํ
าประมงน้ํ
าจื
ด นอกจากนี้
มี
โรงสี
ข๎
าว โรงงานน้ํ
าตาล รวมทั้
ง อาชี
พค๎
าขาย ซึ่
งทํ
ากั
น
ทั่
วไปตามชุ
มชนตํ
างๆ สํ
วนสถาบั
นการเงิ
น (ธนาคาร) ในพื้
นที่
มี
จํ
านวน ๑๐ แหํ
ง ธนาคารแหํ
งแรกที่
เข๎
ามาคื
อ
ธนาคารนครหลวงไทย ซึ่
งกํ
อตั้
งในปี
พ.ศ. ๒๕๐๓
ด๎
านสั
งคม ประชากรในวั
ยเรี
ยนได๎
ศึ
กษาตํ
อ เนื่
องจากในท๎
องที่
อํ
าเภอสามชุ
กมี
สถานศึ
กษาทุ
กระดั
บ
ตั้
งแตํ
อนุ
บาลจนถึ
งปริ
ญญาตรี
โรงเรี
ยนมี
ทั้
งสิ้
น ๓๖ โรง และสถาบั
นอุ
ดมศึ
กษา ๑ แหํ
ง
ด๎
านสาธารณสุ
ข มี
บริ
การสุ
ขภาพอนามั
ยและการสาธารณสุ
ข อยํ
างทั่
วถึ
ง ไมํ
มี
โรคระบาดที่
ร๎
ายแรง
หรื
อรุ
นแรง แตํ
ยั
งคงมี
การแพรํ
ระบาดของโรคไข๎
เลื
อดออกอยูํ
ในชํ
วงฤดู
ฝน
สถานพยาบาลของรั
ฐบาล เป็
นโรงพยาบาล ขนาด ๖๐ เตี
ยง ๑ แหํ
ง และสถานี
อนามั
ย ๑๓ แหํ
ง
ภาพที่
๒ ตลาดสามชุ
กในปั
จจุ
บั
น
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม : กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
ก
๑๒