Page 232-233 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม
:
กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
[
๑๙๖
]
ทุ
นทางสั
งคม
ปรากฏการณ์
ในยุ
คต่
าง ๆ
ยุ
คบุ
กเบิ
ยุ
ครุ่
งเรื
อง
ยุ
คซบเซา
ยุ
คฟื้
นฟู
ระบบ
ความสั
มพั
นธ์
ศาลเจ๎
าพํ
อหลั
กเมื
องสามชุ
ก คื
อสิ่
งยึ
เหนี่
ยวศรั
ทธาของชุ
มชนไว๎
ด๎
วยกั
น มี
การ
ร วมตั
วกั
นจั
ดกิ
จ กร รมต า มปร ะ เ พณี
เทศกาลตํ
าง ๆ เชื่
อมตํ
อไปยั
งความสั
มพั
นธ์
กั
บกลุํ
มตํ
าง ๆ ได๎
แกํ
เครื
อญาติ
เชื้
อชาติ
บ๎
านใกล๎
เรื
อนเคี
ยง เกาะเกี่
ยวกั
นเป็
ความสั
มพั
นธ์
ที่
เหนี
ยวแนํ
น มี
ศั
กยภาพใน
การตํ
อรอง สร๎
างอั
ตลั
กษณ์
ของตนเอง
คุ๎
นเคยกั
บหนํ
วยงานราชการที่
อยูํ
ใกล๎
เคี
ยง
กั
น มี
ปฏิ
สั
มพั
นธ์
กั
บผู๎
ที่
มาติ
ดตํ
อซื้
อขาย
ด๎
วยความเป็
นกั
นเอง มี
ความสามารถใน
การปรั
บตั
วในการอยูํ
รํ
วมกั
เป็
นชํ
วงเวลาที่
ผํ
านเข๎
าสูํ
ชํ
วงอายุ
คนรุํ
นที่
๒ และการขยายตั
วทาง
เ ศ ร ษ ฐ กิ
จ ทํ
า ใ ห๎
ร ะ บ บ
ความสั
มพั
นธ์
เปลี่
ยนแปลงจาก
เดิ
ม คื
อไมํ
แนํ
นแฟ้
นเข๎
มแข็
งเทํ
ยุ
คบุ
กเบิ
กที่
ผํ
านมา แตํ
มี
ระบบ
ความสั
มพั
นธ์
ใหมํ
เกิ
ดขึ้
น คื
ความสั
มพั
นธ์
ในระบบเศรษฐกิ
ซึ่
งเป็
นโครงสร๎
างที่
หลวม เกิ
ดขึ้
ในลั
กษณะผิ
วเผิ
น มี
ระยะเวลา
สั้
น และไมํ
ผู
กพั
นกั
บวิ
ถี
ชี
วิ
ค ว า ม เ ป็
น อ ยูํ
แ ล ะ ท๎
อ ง ถิ่
เกิ
ดขึ้
นงํ
าย แตํ
ไมํ
ยั่
งยื
น ไมํ
มี
พลั
ไมํ
มี
ภู
มิ
คุ๎
มกั
แม๎
วํ
าชุ
มชนจะประสบภาวะการณ์
ลํ
มสลายทางเศรษฐกิ
จ จนถึ
งกาล
อ ว ส า น ข อ ง ยุ
ค สมั
ย แ ตํ
จิ
วิ
ญญาณ อุ
ดมการณ์
ของชุ
มชน
กลั
บรุํ
งโรจน์
ขึ้
น รวมพลั
งสร๎
าง
สายใยแหํ
งการหํ
วงใย เอื้
ออาทร
ชํ
วยเหลื
อกั
นในยามทุ
กข์
ยาก ไมํ
ทอดทิ้
งกั
น พร๎
อมที่
จะอาสา
เ สี
ย สละ เ พื่
อสํ
วนร ว ม แล ะ
ลุ
กขึ้
นมาสู๎
ใหมํ
ด๎
วยสํ
านึ
กรั
กบ๎
าน
เกิ
เป็
นยุ
คที่
เกิ
ดใหมํ
ของชุ
มชน เป็
นการก๎
าวเข๎
าสูํ
การ
เปลี่
ยนแปลงครั้
งยิ่
งใหญํ
ของชุ
มชนอี
กครั้
งหนึ่
ง ด๎
วย
การเหลี
ยวหลั
ง แลหน๎
า ยั
งคงให๎
ความสํ
าคั
ญกั
ระบบคุ
ณคํ
าภายในชุ
มชน ด๎
วยการเคารพศรั
ทธาตํ
เจ๎
าพํ
อหลั
กเมื
อง ซึ่
งเป็
นสิ่
งศั
กดิ์
สิ
ทธิ์
ประจํ
าชุ
มชน มี
การดู
แลทุ
กข์
สุ
ขของคนในชุ
มชนด๎
วยกั
น มี
การ
ประสานเชื่
อมโยง เครื
อญาติ
นั
บญาติ
กั
บคนเชื้
อชาติ
เดี
ยวกั
น บ๎
านใกล๎
เรื
อนเคี
ยง รวมทั้
งผู๎
มาติ
ดตํ
สั
มพั
นธ์
ด๎
ว ย เ กิ
ด ก า ร ข ย า ย เ ค รื
อ ขํ
า ย ค ว า ม
สั
มพั
นธ์
ไปมากกวํ
าวงการค๎
าขายที่
เคยเป็
นอยูํ
เดิ
ม ไป
ยั
งเครื
อขํ
าย NGO
นั
กวิ
ชาการ องค์
กรวิ
ชาชี
สถาบั
นการศึ
กษา เครื
อขํ
ายชุ
มชนในภู
มิ
ภาคตํ
าง ๆ
สื่
อมวลชน ฯลฯ
ภู
มิ
ปั
ญญา
เป็
นยุ
คของสั
งคมเกษตรกรรม ทั้
งผู้
นา
และชุ
มชนล้
วนเป็
นผู้
มี
ความคิ
ดก้
าวหน้
า มี
ความถนั
ดในการค้
าขาย เป็
นนั
กบุ
กเบิ
สร้
างตลาด เปิ
ดพื้
นที่
ทางการค้
าทั้
ง ทางบก
ทางน้
า มี
ความสามารถในเรื่
องการตลาด
จั
ดซื้
อหาสิ
นค้
าจากแหล่
งต่
าง ๆ มาเรี
ยก
ความสนใจจากลู
กค้
า ทาให้
มี
ผู้
มาจั
บจ่
าย
ใช้
สอยในตลาดอย่
างคึ
กคั
กมี
การ
เ ป็
น ยุ
ค ข อ ง สั
ง ค ม เ ก ษ ต ร –
อุ
ตสาหกรรม ชุ
มชนได้
ปรั
วิ
ธี
การขาย ด้
วยการขยายกิ
จการ
ขยายสถานที่
ขยาย เครื
อข่
าย
และส่
งลู
กหลานเข้
าไปเรี
ยนยั
สถานศึ
กษาที่
มี
ชื่
อเสี
ยง ทั้
งในตั
จั
งหวั
ดสุ
พรรณบุ
รี
และ
เป็
นยุ
คของสั
งคมอุ
ตสาหกรรม
บริ
การ ที่
ให้
ความสาคั
ญกั
บการ
บริ
การ จนเกิ
ดเป็
นกระแสความ
นิ
ยม และความสะดวกสบายที่
นาพาลู
กค้
าไปจากตลาดสามชุ
แต่
ชุ
มชนก็
พย ายามคิ
ดค้
นหา
วิ
ธี
การรู
ปแบบต่
าง ๆเพื่
อเรี
ยก
เป็
นการก้
าวสู่
สั
งคมแห่
งการเรี
ยนรู้
ด้
วยพื้
นฐานของ
การเป็
นชุ
มชนที่
ตื่
นตั
วตลอดเวลา ไวต่
อการรั
บรู้
การ
เปลี่
ยนแปลง ทางเศรษฐกิ
จ สั
งคม และการเมื
อง
ซึ่
งเป็
นลั
กษณะที่
สอดคล้
องกั
บสั
งคมสมั
ยใหม่
คื
ผู้
นาและชุ
มชนจะให้
ความสาคั
ญกั
บการก้
าวให้
ทั
กั
บเทคโนโลยี
โดยศึ
กษาและนามาปรั
บใช้
กั
บการ
ดาเนิ
นงานต่
าง ๆ ทาให้
ก้
าวทั
นต่
อการเปลี่
ยนแปลง