Page 210 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

เปลี่
ยนแปลง จึ
งต๎
องอาศั
ยความรํ
วมมื
อจากหลายๆ ฝ่
ายได๎
แกํ
สถาบั
นการศึ
กษา นั
กวิ
ชาการ องค์
กรวิ
ชาชี
เพื่
อยกระดั
บการขั
บเคลื่
อนให๎
การทํ
างานอยูํ
บนฐานความรู๎
โดยชุ
มชนตระหนั
กดี
วํ
าอะไรที่
ไมํ
รู๎
ก็
ต๎
องปรึ
กษาผู๎
รู๎
แล๎
วนํ
ามาพิ
จารณาเลื
อกปฏิ
บั
ติ
ให๎
เหมาะสมกั
บชุ
มชนโดยชุ
มชนจะให๎
ความรํ
วมมื
อในการสนั
บสนุ
นอํ
านวยความ
สะดวกกั
บผู๎
ที่
มาชํ
วยงานของชุ
มชนด๎
วยความสั
มพั
นธ์
ที่
ดี
เกิ
ดเป็
นเครื
อขํ
ายความรํ
วมมื
อในด๎
านตํ
างๆ เชํ
น คณะ
ครุ
ศาสตร์
สถาปั
ตยกรรม สถาบั
นเทคโนโลยี
พระจอมเกล๎
าเจ๎
าคุ
ณทหารลาดกระบั
ง ภายใต๎
การนํ
าของอาจารย์
พิ
ชั
ย สดภิ
บาล ซึ่
งได๎
ลงมาปฏิ
บั
ติ
การในชุ
มชนทั้
งอาจารย์
และนั
กศึ
กษา ผลงานที่
ฝากไว๎
ให๎
ชุ
มชน คื
อโมเดล
ของตลาดสามชุ
ก ซึ่
งมี
การจั
ดวางไว๎
ในพิ
พิ
ธภั
ณฑ์
บ๎
านขุ
นจํ
านงจี
นารั
กษ์
และสั
ญลั
กษณ์
ของคํ
าวํ
“สามชุ
ตลาดร้
อยปี
เขี
ยนโดยอาจารย์
ปิ
ยะ ตั
นศิ
ริ
กลายเป็
นสั
ญลั
กษณ์
ของตลาดสามชุ
กที่
ใช๎
ในปั
จจุ
บั
๑๐)
ขั
บเคลื่
อนอย่
างต่
อเนื่
อง
นั
บเป็
นกระบวนการทํ
าให๎
การขั
บเคลื่
อนมี
พลั
งถ๎
ายิ่
งมี
การรวม
พลั
งการขั
บเคลื่
อนมากเทํ
าไร ก็
จะทํ
าให๎
ชุ
มชนเกาะเกี่
ยวกั
นเหนี
ยวแนํ
นมากขึ้
น การที่
ขยั
บไปทิ
ศทางใดก็
จะงํ
าย
และรวดเร็
วขึ้
น ทํ
าให๎
งานคื
บหน๎
าตามเป้
าหมาย
๑๑)
ติ
ดตามและประเมิ
นผล
เมื่
อทํ
างานไปได๎
ระยะหนึ่
งแล๎
วต๎
องมี
การติ
ดตามงานวํ
ามี
ปั
ญหา
อุ
ปสรรคอั
นใดหรื
อไมํ
เพื่
อที่
จะได๎
หาทางแก๎
ไข ในชํ
วงแรกที่
ชุ
มชนเริ่
มลองผิ
ดลองถู
กนั้
น มู
ลนิ
ธิ
ชุ
มชนไทได๎
เข๎
มาชํ
วยเป็
นพี่
เลี้
ยงให๎
และคอยติ
ดตามดู
แลอยํ
างสม่ํ
าเสมอ ทํ
าให๎
งานไมํ
หยุ
ดชะงั
กและสามารถดํ
าเนิ
นการตํ
อไปได๎
โดยมู
ลนิ
ธิ
ชุ
มชนไทจะชํ
วยสนั
บสนุ
น ปั
จจั
ยด๎
านตํ
างๆ เพื่
อเสริ
มสร๎
างชุ
มชนให๎
เข็
มแข็
ง เพื่
อยื
นอยูํ
ได๎
ด๎
วยตนเอง
ประกอบกั
บชุ
มชนตลาดสามชุ
กมี
ทุ
นทางสั
งคมที่
สู
ง โดยเฉพาะจิ
ตวิ
ญญาณและอุ
ดมการณ์
ในการทํ
างานเพื่
สั
งคมสํ
วนรวมของชุ
มชน เมื่
อได๎
รั
บการติ
ดตามอยํ
างสม่ํ
าเสมอ ทํ
าให๎
ชุ
มชน สามารถดํ
าเนิ
นการจนบรรลุ
เป้
าหมายที่
กํ
าหนดไว๎
จนประสบความสํ
าเร็
๑๒)
สรุ
ปบทเรี
ยน
แตํ
ละกิ
จกรรมที่
ชุ
มชนได๎
รํ
วมแรงรํ
วมใจกั
นสร๎
างสรรค์
ให๎
กั
บชุ
มชนนั้
ล๎
วนมี
คํ
าและความหมาย มี
การทบทวนภารกิ
จที่
ได๎
ดํ
าเนิ
นการผํ
านมา โดยพิ
จารณาวํ
ามี
ข๎
อดี
ข๎
อด๎
อยอะไรบ๎
าง
อะไรควรที่
จะดํ
าเนิ
นการตํ
อ อะไรที่
ควรจะอนุ
รั
กษ์
หรื
อพั
ฒนา และอะไรที่
จะต๎
องแก๎
ไขปรั
บปรุ
ง การสรุ
บทเรี
ยนในชํ
วงแรกของกระบวนการฟื้
นฟู
นั้
น ทํ
าให๎
ชุ
มชนได๎
เรี
ยนรู๎
ถึ
งการประมวลผลและวิ
เคราะห์
ข๎
อมู
ลอยํ
าง
ไมํ
เป็
นทางการ ทํ
าให๎
ชุ
มชนสามารถจั
ดกลุํ
มประเภทของข๎
อมู
ลได๎
และนํ
ามาใช๎
ประโยชน์
ในการกํ
าหนด
ทิ
ศทางการดํ
าเนิ
นงานของชุ
มชนตํ
อมาจนถึ
งปั
จจุ
บั
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม : กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
๑๗๖