เป้
าหมายที่
กํ
าหนด ในขณะเดี
ยวกั
นต๎
องไมํ
ละเลยภู
มิ
ปั
ญญาท๎
องถิ่
น ด๎
วยการเชิ
ดชู
ให๎
เห็
นคุ
ณคํ
า เพื่
อให๎
เกิ
ด
ความภาคภู
มิ
ใจในรากเหง๎
าของตนเองเพื่
อเป็
นเครื่
องยึ
ดเหนี่
ยวให๎
ชุ
มชนได๎
ทํ
าหน๎
าที่
ปกป้
อง อนุ
รั
กษ์
พั
ฒนา
ท๎
องถิ่
น
และยั
งรั
กษาความเป็
นท้
องถิ่
นนิ
ยม เพื่
อต้
านกระแสโลกาภิ
วั
ตน์
มิ
ให้
ขยายเข้
ามาครอบงาได้
ในยุ
คฟื้
นฟู
ชุ
มชนตลาดสามชุ
กมี
ระดั
บความสั
มพั
นธ์
ของวั
ฒนธรรมชุ
มชนในระดั
บสู
ง และได๎
เปิ
ดความสั
มพั
นธ์
กั
บนั
กพั
ฒนาจากองค์
กรพั
ฒนาเอกชน นั
กวิ
ชาการหนํ
วยงานตํ
างๆ เป็
นการแสดงการมี
วิ
สั
ยทั
ศน์
ที่
กว๎
างไกล เพื่
อเปิ
ดโลกทั
ศน์
มุ
มมองตํ
างๆที่
กว๎
างขึ้
น เพื่
อแสวงหาทางออกให๎
กั
บตลาดที่
ซบเซาถึ
งขี
ด
สุ
ด ถื
อเป็
นการก๎
าวไปสูํ
ยุ
ค Knowledge Based Society จากปรากฏการณ์
ที่
ผํ
านมาจะพบวํ
าชุ
มชนตลาดสามชุ
ก
ได๎
สะท๎
อนภาพของวิ
วั
ฒนาการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมได๎
อยํ
างครบถ๎
วน โดยเริ่
มตั้
งแตํ
ยุ
คบุ
กเบิ
กโดยกํ
อตั้
งเป็
น
ตลาดในยุ
คเกษตรกรรม และก๎
าวเข๎
ามาสูํ
ยุ
คเกษตร-อุ
ตสาหกรรม (ยุ
ครุํ
งเรื
อง) และตกต่ํ
าในยุ
คอุ
ตสาหกรรม
(ยุ
คซบเซา) และก๎
าวสูํ
การเปลี่
ยนเป็
นยุ
คสั
งคมแหํ
งการเรี
ยนรู๎
(ยุ
คฟื้
นฟู
) การเปลี่
ยนแปลงตํ
างๆเหลํ
านี้
เป็
นการ
ยํ
อสํ
วนจากระดั
บมหภาคที่
สามารถนํ
ามาใช๎
เป็
น
Model
(รู
ปแบบ) ในการแก๎
ไขปั
ญหาระดั
บชุ
มชนให๎
กั
บชุ
มชน
ตลาดเกํ
าที่
ประสบปั
ญหาในลั
กษณะเดี
ยวกั
น การศึ
กษาครั้
งนี้
พบวํ
ากระบวนการเปลี่
ยนแปลงที่
ฟื้
นฟู
ตลาด
สามชุ
กจากสภาพที่
ซบเซาให๎
กลั
บมามี
ชี
วิ
ตชี
วาได๎
อี
กครั้
งหนึ่
งนั้
น เป็
นเรื่
องที่
ต๎
องใช๎
เวลา ใช๎
ความเข๎
าใจ สร๎
าง
จิ
ตสํ
านึ
กรํ
วม อาศั
ยความรํ
วมมื
อ สร๎
างความไว๎
วางใจ เตรี
ยมความพร๎
อมของชุ
มชนด๎
วยการเปิ
ดโอกาสให๎
รํ
วม
แสดงความคิ
ดเห็
น เพื่
อให๎
การดํ
าเนิ
นงานมี
ทิ
ศทางเดี
ยวกั
น ถ๎
าตํ
างคนตํ
างทํ
า ผลที่
ได๎
ก็
จะไมํ
เป็
นไปตามเป้
าหมาย
การรุ
กคื
บก็
จะไมํ
เกิ
ดขึ้
น สิ่
งที่
สํ
าคั
ญระดั
บแรกคื
อความสามารถที่
จะต๎
องรวมชุ
มชนให๎
เป็
นกลุํ
มก๎
อนเดี
ยวกั
นให๎
ได๎
กํ
อน และต๎
องเรี
ยกความมั่
นใจจากชุ
มชนด๎
วยการรํ
วมกั
นทํ
ากิ
จกรรมแรกให๎
ประสบผลสํ
าเร็
จอยํ
างเป็
น
รู
ปธรรม เพื่
อชุ
มชนจะได๎
มี
กํ
าลั
งใจที่
จะก๎
าวตํ
อไป ภารกิ
จแรกนี้
จํ
าเป็
นต๎
องได๎
ผู๎
นํ
าซึ่
งเป็
นที่
ยอมรั
บของชุ
มชน ที่
สามารถชั
กชวน โน๎
มน๎
าวให๎
ชุ
มชนมารวมตั
วกั
นทํ
าภารกิ
จเพื่
อสํ
วนรวม ซึ่
งเป็
นเป้
าหมายรํ
วมของชุ
มชนได๎
อยํ
าง
พร๎
อมเพรี
ยง เป็
นการประเมิ
นความพร๎
อมของการมี
สํ
วนรํ
วม ซึ่
งเป็
นกลไกลสํ
าคั
ญที่
จะขั
บเคลื่
อนงานของชุ
มชน
ในอี
กหลายขั้
นตอนให๎
ประสบความสํ
าเร็
จ สํ
าหรั
บชุ
มชนตลาดสามชุ
กนั้
น โดยพื้
นฐานแล๎
วมี
วั
ฒนธรรมชุ
มชนที่
เข๎
มแข็
ง มี
ศั
กยภาพตื่
นตั
วตลอดเวลา ไวตํ
อการรั
บรู๎
ความเป็
นไปทางเศรษฐกิ
จ สั
งคม และการเมื
อง เมื่
อได๎
ผู๎
นํ
า
ที่
มี
ความรู๎
ความสามารถ มี
ภาวะผู๎
นํ
าสู
ง มายื
นอยูํ
แถวหน๎
าเพื่
อนํ
าไปสูํ
การเปลี่
ยนแปลง บนเงื่
อนไขของการ
พลิ
กฟื้
นสถานะทางเศรษฐกิ
จ และการคั
ดค๎
านการรื้
ออาคารที่
อาศั
ยอยูํ
ด๎
วยการหยิ
บยกภู
มิ
ปั
ญญาท๎
องถิ่
นในด๎
าน
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม : กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
ก
๑๗๓