Page 200 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

ระบบความสั
มพั
นธ์
ที่
นั
บเป็
นจุ
ดแข็
งในยุ
คบุ
กเบิ
กนั้
นก็
คื
อ ความชํ
วยเหลื
อเกื้
อกู
ลกั
นภายในชุ
มชน
ใครขั
ดสนเดื
อดร๎
อนก็
จะแบํ
งปั
นชํ
วยเหลื
อดู
แลกั
นอยํ
างใกล๎
ชิ
ด เป็
นธุ
ระเอาใจใสํ
กั
นเป็
นประจํ
านั
บเป็
นน้ํ
าใจ
ไมตรี
ที่
ผู
กมั
ดชุ
มชนให๎
เป็
นอั
นหนึ่
งอั
นเดี
ยวกั
น นอกจากนี้
ยั
งเผื่
อแผํ
ไปถึ
งชุ
มชนรอบนอกที่
มี
การติ
ดตํ
อซื้
อขายกั
ด๎
วยการแสดงความมี
น้ํ
าจิ
ตน้ํ
าใจทุ
กครั้
งเมื่
อมี
โอกาสในพิ
ธี
ตํ
างๆ เชํ
น งานแตํ
งงาน งานบวชนาค งานขึ้
นบ๎
าน
ใหมํ
ทอดกฐิ
น ทอดผ๎
าป่
า ฯลฯ ด๎
วยการชํ
วยทั้
งแรงกายและกํ
าลั
งทรั
พย์
ขึ้
นอยูํ
กั
บวาระและโอกาส นอกจากนี้
ยั
พบวํ
าไมํ
เพี
ยงแตํ
ความสั
มพั
นธ์
ในชุ
มชนที่
มี
ตํ
อบุ
คคลรอบด๎
านแล๎
วยั
งมี
ความสั
มพั
นธ์
อี
กด๎
านหนึ่
ง ซึ่
งชุ
มชนมี
ความรู๎
สึ
กที่
เหนื
อกวํ
าความสั
มพั
นธ์
อื่
นๆ คื
อความเคารพศรั
ทธาที่
มี
ตํ
อเจ๎
าพํ
อหลั
กเมื
องสามชุ
ก ซึ่
งเป็
นสิ่
งที่
นอกเหนื
อธรรมชาติ
ความเคารพศรั
ทธานี้
นั
บเป็
นจิ
ตวิ
ญญาณของชุ
มชนที่
แสดงตํ
อเจ๎
าพํ
อหลั
กเมื
อง เพื่
อขอให๎
ดล
บั
นดาลสรรพสิ่
งมิ่
งมงคลในชี
วิ
ต ทั้
งความสุ
ข ความเจริ
ญ มั่
งมี
ศรี
สุ
ข ขจั
ดปั
ดเป่
าเหตุ
ร๎
ายทั้
งปวง สามารถผํ
านพ๎
อุ
ปสรรคตํ
างๆไปได๎
จนพบความสํ
าเร็
จ ความเชื่
อความศรั
ทธาทางจิ
ตวิ
ญญาณนี้
ชุ
มชนแสดงออกด๎
วยการกราบ
ไหว๎
ขอพร ในขณะเดี
ยวกั
นก็
ได๎
แสดงความกตั
ญญู
ถวายเจ๎
าพํ
อ ด๎
วยการอุ
ทิ
ศตนทํ
างานเพื่
อสั
งคมสํ
วนรวม ด๎
วย
อุ
ดมการณ์
ที่
เสี
ยสละ ทั้
งกํ
าลั
งกาย และกํ
าลั
งทรั
พย์
โดยไมํ
มี
ผลประโยชน์
ตอบแทน มี
การแบํ
งหน๎
าที่
กั
นตามกํ
าลั
ความรู๎
ความสามารถ และฐานะเพื่
อจั
ดกิ
จกรรมตามประเพณี
ของชุ
มชนตามเทศกาลหรื
อวาระตํ
างๆ การ
แสดงออกซึ่
งความเคารพศรั
ทธาตํ
อศาลเจ๎
าพํ
อหลั
กเมื
องนี้
เป็
นประเพณี
ที่
สื
บตํ
อกั
นมา จากบรรพบุ
รุ
ษที่
มี
ถิ่
กํ
าเนิ
ดในสาธารณรั
ฐประชาชนจี
น แตํ
อยํ
างไรก็
ตามการแสดงออกซึ่
งจิ
ตวิ
ญญาณและอุ
ดมการณ์
ของชุ
มชนที่
มี
ตํ
สิ่
งเหนื
อธรรมชาติ
เหลํ
านี้
สอดคล๎
องกั
บแนวคิ
ดเรื่
อง “วั
ฒนธรรมชุ
มชน” ของฉั
ตรทิ
พย์
นาถสุ
ภา ซึ่
งกลํ
าววํ
ประเพณี
ของหมูํ
บ๎
านตํ
างๆ ล๎
วนมี
เหตุ
ผลรั
บรองในตั
วมั
นเอง ความเชื่
อตํ
างๆของชาวบ๎
านมิ
ใชํ
สิ่
งเลื่
อนลอย
เหลวไหล ไร๎
คํ
าอธิ
บาย แตํ
แท๎
ที่
จริ
งแล๎
วเป็
นเครื่
องมื
อที่
ชํ
วยจั
ดระบบความสั
มพั
นธ์
ในสั
งคม
ด้
วยเหตุ
นี้
หมู่
บ้
านจึ
มิ
ใช่
แค่
การรวมตั
วกั
นของบ้
านเรื
อน ไร่
นา หรื
อตลาด
แตํ
ยั
งเป็
นการจั
ดการอยํ
างลงตั
ว ระหวํ
างโลกนี้
กั
บโลกอื่
และระหวํ
างมนุ
ษย์
กั
บธรรมชาติ
การจั
ดองค์
กรทางแนวคิ
ดเหลํ
านี้
สะท๎
อนออกมาในรู
ปพิ
ธี
กรรมตํ
างๆ เชํ
พิ
ธี
กรรมเกี่
ยวกั
บ การผลิ
ต ชี
วิ
ตครอบครั
ว ชุ
มชน ซึ่
งมุํ
งเน๎
น การสร๎
างการสื
บทอด ความเชื่
อเกี่
ยวกั
บการตั้
งถิ่
ฐาน การพึ่
งพาอาศั
ยกั
นรวมทั้
งการปกป้
องชุ
มชน ฉั
ตรทิ
พย์
เรี
ยกสิ่
งเหลํ
านี้
วํ
า จิ
ตวิ
ญญาณของชุ
มชน ซึ่
งอาศั
คุ
ณคํ
าแหํ
งน้ํ
าใจความชํ
วยเหลื
อกั
บการกู๎
ยื
มอยํ
างอะลุ๎
มอลํ
วย ซึ่
งเป็
นคุ
ณลั
กษณะของสั
งคมไทย ซึ่
งฉั
ตรทิ
พย์
รวม
เรี
ยกจิ
ตวิ
ญญาณ และอุ
ดมการณ์
เหลํ
านี้
วํ
“วั
ฒนธรรมชุ
มชน”
(อ๎
างในสมบั
ติ
กุ
สุ
มาวลี
,๒๕๔๙)
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม : กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
๑๖๖